ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

วิจัยเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างเอกอัครราชทูตแบบบูรณาการในประเทศเพื่อนบ้านของไทยกับผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระยะที่ 1

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : วิจัยเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างเอกอัครราชทูตแบบบูรณาการในประเทศเพื่อนบ้านของไทยกับผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระยะที่ 1
นักวิจัย : อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์
คำค้น : ชุมชน , ท้องถิ่น , พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น , วัฒนธรรม , เครือข่าย , แหล่งเรียนรู้
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG4710003 , http://research.trf.or.th/node/802
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จุดประสงค์หลักของงานวิจัยนี้คือการวิเคราะห์ถึงกระบวนการและหลักการในการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหรือองค์กร 2 องค์กรภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่ต่างกัน รวมถึงการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนของเป้าหมายหลักและกระบวนการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการสร้างกระบวนการความร่วมมือที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากความเข้าใจในเป้าหมายหลักของแต่ละฝ่ายและกระบวนการสื่อสารเป็นสิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของหน่วยงานต่างๆ การเปลี่ยนแปลงขององค์กรที่มีอิทธิพลจากการเพิ่มอำนาจเพื่อตอบรับกับภาระที่เพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้เกิดช่องว่างของการทำงานมากขึ้นหากไม่มีการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างเป้าหมายของแต่ละกลุ่ม ดั้งนั้นการสร้างความร่วมมือโดยมีตัวชี้วัดร่วมระหว่างหน่วยงาน อาจเป็นสิ่งที่สำคัญในการที่จะส่งผลให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ จากงานวิจัยพบว่าการสร้างกลยุทธ์และการตั้งเป้าหมายร่วมกันระหว่างหน่วยงานจะเสริมสร้างการประสานงานที่ดีขึ้น นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนเป้าหมายที่ขัดแย้งกันจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างหน่วยงาน ส่วนการเลือกช่องทางการประสานงานที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างการประสานงานที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น Our purpose in this paper is to examine the more efficient process and find the method to bridge the coordination of two different entities in two organizations. We examined that a thorough understanding of objectives and internal communication structures of each other are critical factors to develop an efficient coordination process, since these individual mission and objectives and existing process determine to a large extent on how each agency behave toward the others. These two agencies have been empowered and have increasing new line of responsibilities. As a result of this change, two agencies would have widened coordination gap unless missions and objectives of these two agencies are properly aligned. Coordination through performance measurement of both individuals is one of the critical factors that determine how individuals in an organization are cooperating. We contended that the separation of cooperative strategic formulation impacts the mutual coordination of these two agencies. We also identify the existing counterproductive performance measurement that affected the behavior of these two government agencies. In addition, choosing the right communication channel would increase and enhance the cooperation between these two agencies.

บรรณานุกรม :
อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ . (2549). วิจัยเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างเอกอัครราชทูตแบบบูรณาการในประเทศเพื่อนบ้านของไทยกับผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระยะที่ 1.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ . 2549. "วิจัยเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างเอกอัครราชทูตแบบบูรณาการในประเทศเพื่อนบ้านของไทยกับผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระยะที่ 1".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ . "วิจัยเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างเอกอัครราชทูตแบบบูรณาการในประเทศเพื่อนบ้านของไทยกับผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระยะที่ 1."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print.
อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ . วิจัยเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างเอกอัครราชทูตแบบบูรณาการในประเทศเพื่อนบ้านของไทยกับผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระยะที่ 1. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.