ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่การควบคุมและป้องกันโรคเลือดจางธาลัสซีเมียในประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่การควบคุมและป้องกันโรคเลือดจางธาลัสซีเมียในประเทศไทย
นักวิจัย : สุทัศน์ ฟู่เจริญ
คำค้น : anemia , genetic disease , thalassemia , ธาลัสซีเมีย , โรคพันธุกรรม , โรคโลหิตจาง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG4130004 , http://research.trf.or.th/node/780
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่พบบ่อยที่สุดในคนไทย มีอยู่หลายชนิด ประมาณร้อยละ 20-30 เป็นพาหะของ ?-thalassemia และร้อยละ 3-9 เป็นพาหะของ ?-thalassemia โดยเฉลี่ยร้อยละ 13-20 เป็นพาหะของ Hb E อุบัติการของ Hb Constant Spring พบประมาณร้อยละ 1-8 โดยภาพรวมประมาณร้อยละ 30-40 ของ ประชากรไทย จะเป็นพาหะของธาลัสซีเมียชนิดใดชนิดหนึ่ง ในการประมวลองค์ความรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบันเกี่ยวกับโรคเลือดจางธาลัสซีเมียในประเทศไทย เพื่อให้ได้ประเด็นวิจัย ที่สำคัญและนำไปสู่การควบคุมและป้องกันโรคเลือดจาง ธาลัสซีเมีย ผู้วิจัยได้รวบรวมรายงานและผลงานตีพิมพ์เกี่ยวกับ ธาลัสซีเมีย โดยการค้นใน CD Rom database วารสารทางการแพทย์ที่ตีพิมพ์ในประเทศและการติดต่อส่วนตัว ได้บทความ รวมทั้งหมด 539 บทความ แล้วนำมาแยกเป็นหมวดหมู่และวิเคราะห์เพื่อเป็นพื้นฐานข้อมูลเบื้องต้น เพื่อสรุปประเด็นหัวข้อ วิจัยที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยควรจะให้ทุนวิจัยและพัฒนา ซึ่งพอจะแบ่งหัวข้อการวิจัยออกได้เป็น 7 หัวข้อคือ 1. Thalassemia Control เป็นการวิจัยเพื่อนำไปสู่การตรวจหาผู้ที่เป็นพาหะของ ธาลัสซีเมีย และฮีโมโกลบินผิด ปกติที่พบบ่อย โดยเน้นที่ความแม่นยำ ทำได้ง่าย ราคาถูก สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับ community โดยมีการทำ quality control ควบคู่กันไป และจะต้องมีการสร้าง counselor และอบรมการให้ genetic counseling ที่ถูกต้อง โดยต้องคำนึงถึง สภาพของสังคมและวัฒนธรรมไทยด้วย 2. Natural History ยังขาดข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วย การพยากรณ์โรค โอกาสเสี่ยงของการ เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ผู้ป่วยอาจจะมีอาการรุนแรงมากน้อยแตกต่างกัน ทั้งในผู้ป่วยที่เป็นโรคธาลัสซีเมียชนิด (genotype) เดียวกันหรือต่างชนิดกัน ควรจะทำการศึกษาวิจัยในรูปสหวิทยาการ จึงจะได้ ข้อมูลที่ดี 3. Clinical Research เป็นเรื่องที่จะมีประโยชน์ต่อคนไข้และวงการแพทย์ทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะกับประเทศไทย เป็นเรื่องค่อนข้างเร่งด่วน เพราะความรู้ที่ได้สามารถนำไปใช้รักษา ป้องกันภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่พบในผู้ป่วยได้ทันที 4. Molecular Biology เรื่องสำคัญที่สุด คือ งานวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมการสร้าง Hb F ซึ่งเป็นงานวิจัยพื้นฐาน แต่ อาจนำไปสู่องค์ความรู้ใหม่ 5. Iron Chelation ผู้ป่วยธาลัสซีเมียส่วนใหญ่มีปัญหาเหล็กเกิน ยาขับเหล็กแบบฉีดมีราคาแพงและการใช้ยายุ่งยาก จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องศึกษาวิจัยหายาขับเหล็กชนิดรับประทาน เพื่อให้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อดี-ข้อเสียของการใช้ยา 6. Treatment เรื่องสำคัญเกี่ยวกับการรักษา ได้แก่ การปลูกถ่ายไขกระดูก การกระตุ้น Hb F ด้วยยาและสารเคมี และการศึกษา “Cocktail” therapy ที่เป็น combination ของ antioxidants หลายๆชนิด งานวิจัยนี้ ควรจะทำเป็นสหวิทยาการ ร่วมกันหลายๆสถาบัน ศึกษาต่อเนื่องระยะหนึ่งเพื่อประเมินผลของ antioxidant regimes ต่างๆ ต่อการติดเชื้อ การให้เลือด work performance และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย 7. Health System Research เป็นงานวิจัยที่สำคัญและท้าทาย เพื่อให้เข้าใจกระบวนการในการตรวจวิเคราะห์หา ผู้ที่เป็นพาหะ การให้คำปรึกษาทางพันธุศาสตร์ การตรวจวินิจฉัยทารกก่อนคลอด การรักษาพยาบาลที่เหมาะสมในระดับ ต่างๆ ของ existing health care system การศึกษานี้ควรจะเลือกพื้นที่เป้าหมายที่เหมาะสม และทำ comprehensive program ดังกล่าว ตั้งแต่ระดับประชาชนทั่วไป ผู้ป่วยและครอบครัว ความรู้ที่ได้จากการกระทำ health system research ดังกล่าวจะนำ ไปสู่การวางแผนงานที่ดีเกี่ยวกับการควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมียในระดับประเทศต่อไป Thalassemia is a heterogeneous group of genetic defects which results in defective globin synthesis in the red cell. It is the most common genetic disorder among the Thais. a - and b -Thalassemias, Hb E and Hb Constant Spring are prevelent. The gene frequencies of a -thalassemia are 20-30%. b -thalassemia gene frequencies vary between 3-9%. Frequencies of Hb E are 13-20% on average and reach 50% among the northeasterns. Hemoglobin Constant Spring frequencies vary between 1 and 8%. Overall, 30-40% of Thais are carrying thalassemia genes. In order to define the important research project leading to prevention and control of thalassemia in Thailand, the up-to-date knowledges on thalassemia are reviewed and summarized from reports and publications. We used CD Rom database, publications in the Thai Medical Journals and personel communication to collect altogether 539 papers. These were analysed and grouped into 7 topics that should be supported or granted by the Thailand Research Fund as research and development projects. The 7 topics are as follows. 1. Thalassemia Control to pick up the carriers of Thalassemia and abnormal hemoglobins. This should be emphasized on its accuracy, simplicity, cheapness and be used in the community with a good quality control and evaluation. Development of genetic counselor and proper genetic counseling must rely on the social environment and Thai cultures in each region. 2. Natural history to understand the prognosis, severity of the disease and proper treatment to individual patient. The project should be coordinated among various institutes and studied as a long-tern project to achieve better data and knowledges. 3. Clinical Research to get a proper treatment and prevent the undesired side effects in the patients. This will benefit not only for the Thai patents but also for the patients worldwide. 4. Molecular Biology is also help to improve the quality of life of the patient. The promising project is to understand the regulation of Hb F expression which may help to find out the drug (s) or chemical ameliorating the severity of the patients. 5. Iron Chelation to reduce iron overload among b -thalassemia patients. The research should be done to search for the good oral iron chelator. 6. Treatment to cure the patient by bone marrow or cord blood transplantation, stimulate Hb F production and to search for a “cocktail” therapy to reduce the effect of antioxidants in the patient. 7. Health System Research is the most important task to get the best strategy and management of thalassemia control program. This should be carried out in parallel with the existing health care system. These knowledges would help to make a good plan and management of thalassemia prevention and control in Thailand.

บรรณานุกรม :
สุทัศน์ ฟู่เจริญ . (2541). โครงการประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่การควบคุมและป้องกันโรคเลือดจางธาลัสซีเมียในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุทัศน์ ฟู่เจริญ . 2541. "โครงการประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่การควบคุมและป้องกันโรคเลือดจางธาลัสซีเมียในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุทัศน์ ฟู่เจริญ . "โครงการประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่การควบคุมและป้องกันโรคเลือดจางธาลัสซีเมียในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2541. Print.
สุทัศน์ ฟู่เจริญ . โครงการประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่การควบคุมและป้องกันโรคเลือดจางธาลัสซีเมียในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2541.