ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทยศึกษา: ภาษาและภาษาศาสตร์ (l)

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทยศึกษา: ภาษาและภาษาศาสตร์ (l)
นักวิจัย : สมพงศ์ วิทยศักดิ์พันธุ์
คำค้น : Programme 1 , Research Abstract , TRF
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG4010050 , http://research.trf.or.th/node/758
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของโครงการ คือ เพื่อประมวล วิเคราะห์ ตีความ ประเมิน และสังเคราะห์สถานภาพไท ศึกษาสำหรับการพัฒนาชุดโครงการวิจัยในอนาคต วิธีการวิจัย แบ่งเป็น ประมวลองค์ความรู้ ด้วยการแสวงหาและเก็บรวบรวมผลงานการศึกษาค้นคว้า วิจัยด้านภาษาและภาษาศาสตร์ โดยเน้นเอกสารที่เขียนเป็นภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และเวียดนาม และจำแนกเป็นประเภทของเอกสารการศึกษา และแบ่งเป็นหมวดหมู่ตามหัวข้อที่ศึกษา 7 เรื่อง ได้แก่ 1) การ กระจายของภาษาไท-กะได และแผนที่ภาษา 2) พจนานุกรมและรายการคำศัพท์ 3) แบบเรียนและคู่มือการ เรียนภาษา 4) ภาษากับวรรณกรรม 5) การศึกษาแนวนิรุกติศาสตร์ 6) การศึกษาแนวภาษาศาสตร์เปรียบ เทียบและเชิงประวัติ 7) ประวัติและพัฒนาการของอักษรไท ประเมินสถานภาพ โดยมีขั้นตอนและสาระ ของการประเมินดังนี้ คือ 1) วิเคราะห์ ตีความ และประเมินผลงานการศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับภาษาและ ภาษาศาสตร์ ภาษาตระกูลไท-กะได เน้นเรื่องแนวความคิด กรอบความคิด และทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษา วิธี การศึกษา ประเด็นหรือคำถามหลัก ขอบเขตและความลุ่มลึก สาระของข้อค้นพบที่สำคัญ และคุณค่าของผล งาน 2) เปรียบเทียบโดยเน้นเรื่องทิศทางและแนวทางการศึกษาของกลุ่มผู้ศึกษาซึงเป็นนักภาษาและภาษา ศาสตร์ชาวตะวันตก ชาวตะวันออก นักภาษาและนักภาษาศาสตร์ไทยและไท ซึ่งพูดภาษาตระกูลไท-กะได เป็นภาษาแม่ว่า มีความคล้ายคลึงและแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร 3) ประมวลภาพกระบวนทัศน์ในการ ศึกษา วิเคราะห์ปัญหา และข้อจำกัดในการศึกษา สังเคราะห์และสรุปผล จะเน้นในเรื่องทิศทาง แนว ทาง หัวข้อ และคำถามหรือโจทย์เพื่อการวิจัยตามลำดับความจำเป็นเร่งด่วน ผลการวิจัย พบว่า (1) มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการกระจายของภาษาจำนวนมาก แต่เป็นการศึกษา แบบกระจัดกระจาย แบ่งพื้นที่ และมีแผนที่อยู่บ้าง แต่ด้วยข้อจำกัดทางการเมืองและสังคมทำให้งานด้านนี้ยัง ขาดความสมบูรณ์ (2) มีรายการคำศัพท์และพจนานุกรมจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังไม่ครอบคลุมจำนวนภาษาไท- กะไดที่สำคัญ และมีปัญหาเรื่องอักษรแทนเสียงที่ใช้แตกต่างกันมาก (3) คู่มือและแบบเรียนภาษามีน้อย และ มีเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม เฉพาะยุคสมัยเกินไป และเป็นแบบเรียนเฉพาะบางภาษาเท่านั้น (4) การศึกษาด้าน ภาษาและวรรณกรรมมีน้อยมากด้วยข้อจำกัดด้านภาษา (5) การศึกษาด้านนิรุกติศาสตร์ยังมีน้อยมาก ด้วย ขาดผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ (6) มีผลงานและองค์ด้านภาษาศาสตร์เชิงประวัติและเชิงเปรียบเทียบมาก แต่ยัง เป็นองค์ความรู้ที่อยู่ระหว่างการถกเถียงอภิปราย รอการค้นคว้าต่อไป และ (7) การศึกษาเกี่ยวกับ พัฒนาการของอักษรไทยค่อนข้างสมบูรณ์ แต่การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพัฒนาการของอักษรไท-กะไดกลุ่ม อื่น ๆ ยังมีน้อยมาก The objective of this research is to gather, analyze, interpret, evaluate and synthesize the state of knowledge of Tai studies in order to develop future research on Tai studies in the field of language and linguistics. Research methods: 1. Collecting all available works in Tai-Kadai languages and linguistics written in Thai, English, French, Chinese, or Vietnamese, then classify them into 7 categories : the study if the distribution of the Tai-Kadai languages and language maps, dictionaries and wordlists, language lessons and language textbooks, language and literature, philological study, historical and comparative linguistics, and Tai alphabet and its development. 2. Reassessing the state of knowledge of languages and linguistics through the following procedures: 1) Analyze, interpret and evaluate all the works collected, focusing on conceptual and theoretical frameworks, methodology, main issues or problems, its scope and depth, essential or important findings, and the value of the work(s). 2) Compare the differences and similaries between the Western scholars’ directions and lines of research or work and the Eastern ones’, especially those who are the native speakers of the Tai-Kadai languages. 3) Generalize the paradigmatic study of languages and linguistics, also analyze problems and difficulties in carrying on this type of study. 3. Synthesis, conclusion, and suggestions, by focusing on directions, ways, topics and problems for future research according to its urgent needs. Research Results: 1) There is a lot of knowledge on the distribution of the Tai-Kadai ethnic group, but very few for maps. All these works are quite scattered and imperfect due the political and social situations at the time. 2) For some Tai-Kadai languages, wordlists and dictionaries are available, many others languages still are not. Different phonetic transcription is the main problem for the reader. 3) There are very few textbooks and handbooks for learning the Tai-Kadai languages, and all of these are for special purposes for certain time. 4) Language barrier obstructs the advance of the study of Tai-Kadai literature. There is then so little work has been done in this field. 5) Due to lack of philologist, there appears less philological work. 6) The body of knowledge on historical and comparative Tai-Kadai languages and linguistics is abundant, but many topics are still quite controversial, waiting for further study. 7) The study of the history and development of the Thai alphabet is fruitful and settled, while further research is needed on other Tai-Kadai alphabets and writing systems.

บรรณานุกรม :
สมพงศ์ วิทยศักดิ์พันธุ์ . (2542). โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทยศึกษา: ภาษาและภาษาศาสตร์ (l).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมพงศ์ วิทยศักดิ์พันธุ์ . 2542. "โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทยศึกษา: ภาษาและภาษาศาสตร์ (l)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมพงศ์ วิทยศักดิ์พันธุ์ . "โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทยศึกษา: ภาษาและภาษาศาสตร์ (l)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2542. Print.
สมพงศ์ วิทยศักดิ์พันธุ์ . โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทยศึกษา: ภาษาและภาษาศาสตร์ (l). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2542.