ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สัมมนาประชาสังคมกับอนาคตของสังคมไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สัมมนาประชาสังคมกับอนาคตของสังคมไทย
นักวิจัย : อนุชาติ พวงสำลี
คำค้น : ประชาคมจังหวัด , ประชาสังคม
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG3940001 , http://research.trf.or.th/node/752
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานศึกษาวิจัยนี้ จัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อประเมินศักยภาพของกลุ่ม และองค์กรประชาสังคมจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะศักยภาพในการดำเนินกิจกรรมสาธารณะ 2) เพื่อศึกษาถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อศักยภาพของกลุ่มและองค์กรประชาสังคม 3) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรประชาสังคมนครศรีธรรมราชในอนาคต งานวิจัยมุ่งชี้ให้เห็นกำเนิด พัฒนาการของกลุ่มและองค์กรประชาสังคม กิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการโดยกลุ่มและองค์กร ปัญหา อุปสรรค ปัจจัยที่ส่งผลต่อศักยภาพขององค์กรประชาสังคม โดยใช้กรอบแนวคิดในการศึกษาสำคัญ 2 ประการคือ แนวคิดว่าด้วยประชาสังคมและแนวคิดว่าด้วยศักยภาพของประชาสังคม องค์กรประชาสังคมที่ศึกษาแบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก คือ 1) กลุ่มองค์กรสาธารณะกุศล-องค์กรพัฒนาเอกชน 2) กลุ่มองค์กรประชาชน 3) กลุ่มองค์กรศิลปินพื้นบ้าน และ 4) กลุ่มองค์กรสื่อท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์กรที่มิใช่ภาครัฐและภาคเศรษฐกิจ และในฐานะที่เป็นภาคส่วนหนึ่งของสังคม องค์กรประชาสังคมมิได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวหรือแยกส่วนจากภาคส่วนอื่นของสังคม หากแต่สัมพันธ์โดยตรงและโดยอ้อมกับองค์กรภาครัฐ องค์กรการศึกษา องค์กรทางการเมืองและภาคธุรกิจ ดังนั้น งานวิจัยนี้ จึงมุ่งศึกษาองค์กร 4 ประเภทหลังนี้ควบคู่ไปด้วย งานวิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และใช้วิธีการเก็บข้อมูล 5 วิธีการหลัก คือ 1) การบันทึกข้อมูลจากเวทีวิเคราะห์และประเมินศักยภาพขององค์กร/กลุ่มแต่ละประเภท 2) การเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง 3) การศึกษาทบทวนเอกสารชั้นสอง 4) การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่มีโครงสร้าง และ 5) การรวบรวมและศึกษาสื่อท้องถิ่นและเทปบันทึกการแสดงหนังตะลุง การวิจัยดำเนินในระยะเวลา 10 เดือน (พ.ค. 2540 - ก. พ. 2541) โดยเริ่มจากการทบทวนเอกสารชั้นสอง และดำเนินการเก็บข้อมูลภาคสนามโดยนักวิจัย ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ โดยอาศัยกรอบแนวคิดในการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า องค์กรประชาสังคมสมัยใหม่ในนครศรีธรรมราช ก่อตัวมาตั้งแต่สมัยการปรับปรุงประเทศของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 องค์กรที่ก่อตัวได้แก่องค์กรประชาชน และองค์กรวิชาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการจัดตั้งของภาครัฐ และเริ่มเพิ่มประเภทและจำนวนองค์กรมากขึ้นหลังปี 2525 ปัจจุบันนครศรีธรรมราชมีองค์กรประชาสังคมไม่น้อยกว่า 3,064 องค์กร แยกเป็นองค์กรศิลปินพื้นบ้าน 17 องค์กรสาธารณกุศลประมาณ 266 องค์กรพัฒนาเอกชนประมาณ 10 องค์กรชาวบ้านประมาณ 2,788 องค์กร ส่วนสื่อท้องถิ่นมีอยู่หลากหลาย แต่ไม่มีการรวมตัวกันในลักษณะองค์กรประชาสังคม แม้จะมีหลากหลาย แต่โดยภาพรวมแล้ว องค์กรประชาสังคมในนครศรีธรรมราชค่อนข้างจะอ่อนแอ ขาดการติดต่อประสานงานหรือเกาะเกี่ยวกันเป็นเครือข่าย เพื่อการเรียนรู้และเสริมสร้างพลังให้แก่กันและกันอย่างชัดเจน องค์กรประชาสังคมหรือประชาคมนครศรีธรรมราช เป็นภาคที่อยู่ตรงกลางระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจและมีความสัมพันธ์กับองค์กรดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ดี ตราบถึงปัจจุบันองค์กรประชาสังคมในนครศรีธรรมราชยังคงทำงานอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยว โดยขาดการสนับสนุนและส่งเสริมที่ดีจากองค์กรภาครัฐทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค สถาบันการศึกษาที่มีอยู่อย่างมากล้น ภาคธุรกิจ และองค์กรการเมืองท้องถิ่น ซึ่งส่งผลให้องค์กรประชาสังคมในนครศรีธรรมราชไม่เข้มแข็งเท่าที่ควรจะเป็น ในทางตรงกันข้าม การพัฒนาเศรษฐกิจและการเมืองของนครศรีธรรมราชนับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา ค่อนข้างจะเสริมสร้างความอ่อนแอของภาคประชาสังคม โดยเฉพาะการก่อให้เกิดความระแวงสงสัยและวัฒนธรรมการตรวจสอบกันและกันระหว่างภาคประชาสังคมกับภาครัฐและเศรษฐกิจ และระหว่างภาคประชาสังคมด้วยกัน รวมไปถึงการที่ภาครัฐแทรกเข้าไปยึดพื้นที่สาธารณะของภาคประชาสังคม การพัฒนาของภาคธุรกิจในรอบ 40 กว่าปีที่ผ่านมาได้นำไปสู่การทำลายฐานทรัพยากรของภาคประชาสังคม เช่น การทำลายทรัพยากรชายฝั่ง และป่าชายเลน และก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายของประชากรจากชุมชนชนบทและรากฐานวัฒนธรรมเดิมสู่ชุมชนแออัดในตัวเมือง อย่างไรก็ดี นครศรีธรรมราชปัจจุบันยังคงมีองค์กรประชาสังคมบางองค์กร ที่มีความโดดเด่นและมีพัฒนาการที่น่าสนใจ เช่น สมาคมชาวสวนยาง กลุ่มยมนา (เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางพารา เกษตรกรทำสวนและกลุ่มเกษตรกรทำนา) กลุ่มธนาคารหมู่บ้านลุ่มน้ำปากพนัง กลุ่มองค์กรชาวบ้านบ้านคีรีวง ที่มีการเกาะเกี่ยวกันในรูปเครือข่าย บางองค์กรมีการประสานกันข้ามภาคีเครือข่าย เช่น สหพันธ์ชมรมศิลปินพื้นบ้านศรีวิชัย ส่วนองค์กรพัฒนาเอกชนแม้จะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ก็เป็นกลุ่มองค์กรที่เริ่มมีการเกาะเกี่ยวกันเป็นเครือข่ายมากขึ้น This study conducted within three objectives: 1) to evaluate potentials of civic groups and organizations in Nakhon-Si-Thammarat Province, especially their potentials in running public work; 2) to identify factors influencing potentials and limitations of the civic organizations, and 3) to strengthening civic organizations in Nakhon-Si-Thammarat in the future. The study aims to describe the origin of civic organizations in Nakhon-Si-Thammarat, their activities, and constraining and enabling factors. The study used two conceptual framework: that is, civil society and a strong civil society. Civic organizations in this study are classified into four categories: 1) voluntary organizations and Non-Government Organizations (NGOs); 2) people organizations organizations; 3) local or “traditional” artist organizations; and 4) local media organizations. These organizations are defined as a part of social sector and located between state and economic sectors. As a part of social sector, civic organizations are not located in vacuum, but are interaction with those groups and organizations belonging to economic and state sectors. Then, economic organizations, political organizations, state organizations and academic or educational organizations are included in this study. This study used a kind of ethnographic research. Five data-gathering techniques were used--semi-structured interviews, structured interviews, secondary data collection and review, tape recorded and local media collection and studies, and forum for discussion and analysis. The study began in May 1997 and ended in February 1998. The findings can be summarized as follows: 1) Modern civic organizations in Nakhon-Si-Thammarat had been established since the Fifth Reign of Bangkok dynasty. Earlier organizations were people organizations, such as agricultural saving groups, and ethnic group organizations, such as Chinese association. Most of these were established by Thai state. Civic organizations had gradually increased since the beginning of 1970s. Now, there are about 3, 065 civic organizations in Nakhon-Si-Thammarat. Among these, 17 are traditional artist organizations, 266 voluntary organizations, 10 Non-Government Organizations, and 2,788 are people organizations Local media, such as local newspaper, started its activities since the second World War. But up the present there are not local media formulated in type of civic organizations. 2) Eventhough there are a large numbers of civic organizations in Nakhon-Si-Thammarat, but most of them face several weaknesses. That is, they have a few networks, being isolated, and had not been supported by their stakeholders, such as, state, academic, and political oranizations. Nakhon-Si-Thammarat economic and political development since the fifth reign tended to make social sector became more weakness, especially, they created suspect and blaming culture among social, economic, and state sectors, as well as among the people themselves. Economic development during the last 40 years based on an exploitation of natural resources, especially marine and mangrove natural resource. This economic development also had forced a large number of rural people to move from their land to the large cities, such as Nakhon-Si thammarat, Songkha, Hatyai, and Bangkok. Nevertheless, there are a few strong civic organizations, such as Rubber Association, Pakphanang Community Bank Network, people organizations in Keereewong village and Yomana Network--a Network of rubber growers, farmers, and gardeners. And there are a few civic organizations that created their networks with other partners, e.g., the Council of Traditional Artist Organizations. There is a few Non-Government Organizations in Nakhon-Si Thammarat. Nevertheless, now these organizations began create network among themselves and other partners.

บรรณานุกรม :
อนุชาติ พวงสำลี . (2540). สัมมนาประชาสังคมกับอนาคตของสังคมไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนุชาติ พวงสำลี . 2540. "สัมมนาประชาสังคมกับอนาคตของสังคมไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนุชาติ พวงสำลี . "สัมมนาประชาสังคมกับอนาคตของสังคมไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2540. Print.
อนุชาติ พวงสำลี . สัมมนาประชาสังคมกับอนาคตของสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2540.