ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาวัดในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อการออกแบบวัดทุ่งสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาวัดในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อการออกแบบวัดทุ่งสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย
นักวิจัย : ธีรชัย ลี้สุรพลานนท์, 2521-
คำค้น : สถาปัตยกรรมพุทธศาสนา , วัด
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : แน่งน้อย ศักดิ์ศรี , เผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9741767099 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2384
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

การศึกษาวัดในจังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งวัดกับชุมชน การวางผังบริเวณภายในวัด และลักษณะร่วมทางสถาปัตยกรรมของอาคารแต่ละประเภท อันได้แก่ พระอุโบสถ, พระเจดีย์, ศาลาโรงธรรม และกุฏิ โดยเลือกศึกษาวัดจำนวน 36 วัด ในเขตพื้นที่ 7 อำเภอ ด้วยวิธีการเก็บข้อมูลจากภาคเอกสารในเรื่องภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของเมืองนครราชสีมา ร่วมกับการเก็บข้อมูลภาคสนามด้วยการสัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวัดและชุมชน รวมถึงคติความเชื่อต่างๆ และการสำรวจรังวัดสถาปัตยกรรมที่เลือกศึกษา จากนั้นจึงวิเคราะห์ลักษณะร่วมทางสถาปัตยกรรมเพื่อนำผลที่ได้มาเป็นข้อมูลในการออกแบบและเขียนแบบผังบริเวณ, พระอุโบสถ, อนุสาวรีย์ และพระเจดีย์ ณ วัดทุ่งสัมฤทธิ์ อ. พิมาย ให้มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น สอดคล้องกับวิถีชีวิตและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่เหมาะสม จากการวิเคราะห์ลักษณะร่วมทางสถาปัตยกรรมของวัดที่ทำการศึกษาพบว่า วัดส่วนใหญ่ประกอบด้วยอาคารหลัก 3 หลัง ได้แก่ พระอุโบสถ, ศาลาโรงธรรม และกุฏิ อันเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งพระพุทธพระธรรม และพระสงฆ์ ส่วนพระเจดีย์จะพบเพียงวัดที่มีความสำคัญเท่านั้น โดยตำแหน่งที่ตั้งอาคารทั้ง 3 หลัง มักอยู่ในลักษณะ "สามก้อนเส้า" ตามคติความเชื่อของท้องถิ่นที่มักจะไม่สร้างอาคารใดๆ ล้ำแนวพระประธานในพระอุโบสถและไม่ให้เงาพระอุโบสถทาบทับอาคารอื่นๆ ส่วนลักษณะทางสถาปัตยกรรมของพระอุโบสถและพระเจดีย์เป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยพระอุโบสถที่สร้างในยุคแรกได้นำรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายจากเมืองหลวงมาสร้างในตัวเมือง แต่ด้วยคติความเชื่อของคนพื้นถิ่นดั้งเดิมและฝีมือช่างของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานโดยเฉพาะชาวไทยอีสาน ทำให้สัดส่วนและลักษณะทางสถาปัตยกรรมบางอย่างถูกลดทอน คลี่คลายและเปลี่ยนแปลงไปจากต้นฉบับจนกลายเป็นรูปแบบที่ผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมภาคกลางกับอีสาน ส่วนพระเจดีย์ที่พบมี 3 รูปแบบ คือ พระเจดีย์ทรงระฆัง พระเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองซึ่งเป็นแบบภาคกลางและพระเจดีย์ทรงบัวเหลี่ยมแบบอีสาน ส่วนศาลาโรงธรรมและกุฏิเป็นอาคารที่ตอบสนองการใช้งานซึ่งเกิดจากวัฒนธรรมการเข้าวัดและความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับคนในชุมชนซึ่งแต่ละพื้นที่มีความใกล้เคียงกัน ดังนั้นลักษณะทางสถาปัตยกรรมจึงมีความคล้ายคลึงกันโดยไม่แยกรูปแบบตามกลุ่มชาติพันธุ์แต่จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา ส่วนสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยที่ออกแบบโดยสถาปนิกเป็นการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่สั่งสมมาตั้งแต่ในอดีตมาผสมผสานกับหลักการการออกแบบและเทคโนโลยีการก่อสร้างในปัจจุบัน อันจะเป็นแนวทางในการพัฒนาสถาปัตยกรรมไทยในจังหวัดนครราชสีมาต่อไปในอนาคต

บรรณานุกรม :
ธีรชัย ลี้สุรพลานนท์, 2521- . (2547). การศึกษาวัดในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อการออกแบบวัดทุ่งสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรชัย ลี้สุรพลานนท์, 2521- . 2547. "การศึกษาวัดในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อการออกแบบวัดทุ่งสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรชัย ลี้สุรพลานนท์, 2521- . "การศึกษาวัดในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อการออกแบบวัดทุ่งสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
ธีรชัย ลี้สุรพลานนท์, 2521- . การศึกษาวัดในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อการออกแบบวัดทุ่งสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.