ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาพระเจดีย์ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยภายในสมัยรัตนโกสินทร์เพื่อการออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาพระเจดีย์ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยภายในสมัยรัตนโกสินทร์เพื่อการออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี
นักวิจัย : นภัส ขวัญเมือง, 2521-
คำค้น : เจดีย์--ไทย--การออกแบบ , พระมหาธาตุเจดีย์ป่าสักชลสิทธิ์ , สถาปัตยกรรมกับศาสนา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ภิญโญ สุวรรณคีรี , แน่งน้อย ศักดิ์ศรี, ม.ร.ว. , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9741766882 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2358
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

วัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ในการออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ป่าสักชลสิทธิ์ การวิจัยนี้ศึกษาเฉพาะพระเจดีย์ที่เข้าไปใช้สอยพื้นที่ภายในได้ และสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ พ.ศ. 2325-2546 โดยแบ่งการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ พระเจดีย์ในยุคต้น ซึ่งไม่ได้สร้างด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และพระเจดีย์ในยุคหลัง ซึ่งสร้างด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ข้อมูลที่ได้นำมาพิจารณาแยกเป็นหัวข้อดังนี้คือ มูลเหตุการสร้างและประวัติความเป็นมา ที่ตั้งของพระเจดีย์ รูปแบบสถาปัตยกรรม การใช้พื้นที่ภายใน การประดับตกแต่ง สัดส่วนและเส้นจอมแหในรูปทรงของพระเจดีย์ การระบายอากาศ การนำแสงสว่างเข้าสู่ภายในพระเจดีย์ และโครงสร้าง จากการศึกษาพระเจดีย์ในยุคต้นพบว่า เป็นการสร้างโดยพระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์ บรมวงศานุวงศ์และเสนาบดี เพื่อพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ ตำแหน่งพระเจดีย์มักเรียงอยู่ในแนวแกนทางนอนเดียวกันกับพระอุโบสถและพระวิหาร รูปแบบสถาปัตยกรรมเริ่มนิยมพระเจดีย์ทรงระฆังในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมักจะเน้นให้พระเจดีย์ประธานมีขนาดใหญ่ การตกแต่งขึ้นอยู่กับความนิยมศิลปะในช่วงนั้น พื้นที่ภายในมักถูกใช้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุหรือพระพุทธรูปซึ่งมักอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางพื้นที่ โครงสร้างแบบผนังรับน้ำหนักทำให้เจาะช่องเปิดได้ไม่สะดวก จึงมีผลต่อการระบายอากาศ การนำแสงสว่างเข้าสู่ภายในพระเจดีย์ และการประดับตกแต่งภายใน พระเจดีย์ในยุคหลังเป็นการร่วมกันสร้างของประชาชนโดยผนวกการระลึกถึงบุคคลเข้าไปด้วย ตำแหน่งของพระเจดีย์ที่ต่างจากยุคต้นคือ พระเจดีย์อยู่เหนือพระอุโบสถหรือพระวิหารในแนวแกนทางตั้ง ในยุคนี้นิยมสร้างพระเจดีย์ทรงระฆังและให้ความสำคัญกับองค์ประกอบในส่วนฐานมากกว่ายุคต้น โดยรูปแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งนั้นมีผลมากจากสถาปนิกซึ่งจบการศึกษาสถาปัตยกรรมโดยตรง สื่อสัญลักษณ์จะแสดงในรูปพระปรมาภิไธยย่อ หรือพระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพ ตลอดจนตราสัญลักษณ์ที่ใช้ในพระราชพิธี ซึ่งพระเจดีย์ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสนั้นๆ นอกจากนี้พระเจดีย์ในยุคนี้ยังมีการใช้พื้นที่ในส่วนฐานมาก ประกอบกับการใช้ระบบโครงสร้างแบบระบบพิกัด (Modular System) ซึ่งช่วยในการออกแบบพระเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ ผลที่ได้จากการศึกษาที่กล่าวไปข้างต้นนำมาประมวลกับผลการศึกษารุปแบบสถาปัตยกรรมในพื้นที่ที่ตั้งพระเจดีย์ผนวกกับการศึกษาพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและพระราชประวัติแล้วทำการออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ป่าสักชลสิทธิ์ โดยภายในประดิษฐานเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบกับจัดแสดงกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ส่วนรูปแบบสถาปัตยกรรมใช้ศิลปะลพบุรีในภาพรวมเพื่อแสดงเอกลักษณ์ของพื้นที่ และใช้พระเจดีย์ทรงระฆังแสดงเอกลักษณ์ในสมัยรัตนโกสินทร์

บรรณานุกรม :
นภัส ขวัญเมือง, 2521- . (2547). การศึกษาพระเจดีย์ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยภายในสมัยรัตนโกสินทร์เพื่อการออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นภัส ขวัญเมือง, 2521- . 2547. "การศึกษาพระเจดีย์ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยภายในสมัยรัตนโกสินทร์เพื่อการออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นภัส ขวัญเมือง, 2521- . "การศึกษาพระเจดีย์ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยภายในสมัยรัตนโกสินทร์เพื่อการออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
นภัส ขวัญเมือง, 2521- . การศึกษาพระเจดีย์ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยภายในสมัยรัตนโกสินทร์เพื่อการออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.