ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาสมบัติทางพลศาสตร์ของยางที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบภายใต้สภาวะการดึงยืด

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาสมบัติทางพลศาสตร์ของยางที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบภายใต้สภาวะการดึงยืด
นักวิจัย : ชูเดช ดีประเสริฐกุล
คำค้น : Dynamic behaviour , Prediction , Rubber , การทำนายผล , ยางที่มีเขม่าดำ , สมบัติทางพลศาสตร์
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDF4480067 , http://research.trf.or.th/node/719
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาสมบัติทางพลศาสตร์ของยางที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบภายใต้สภาวะดึงยืดได้ศึกษาเพื่อใช้ในการทำนายผลการรับแรงทางพลศาสตร์ที่มี พื้นฐานอยู่บนทฤษฎีของ Free volume ซึ่งในการศึกษานี้ได้ใช้เครื่อง Oscillating beam ที่สามารถศึกษายางที่มีความนิ่มตัวสูงและศึกษาในสภาวะดึงยืด ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในการศึกษานี้จำลองการบวมน้ำมันของยางโดยการแช่น้ำมันหลังจากที่ผ่านกระบวนการวัลคาไนซื โดยพบว่าการกระทำดังกล่าวจะ ไม่ทำให้โครงสร้างตาข่ายของยางธรรมชาติเปลี่ยนแปลง ซึ่งทฤษฎี Free volume สามารถใช้ทำนายได้ดีกับยางเกือบทุกประเภทในการศึกษายกเว้น ยางธรรมชาติ ซึ่งน่าจะมาจากโปรตีนที่อยู่ภายในโดยจะเป็นส่วนที่ยึดเกาะให้ความแข็งแรงกับยางธรรมชาติเมื่อยางมีน้ำมันอยู่ในปริมาณมาก เมื่อนำมาศึกษาในระบบที่มีเขม่าดำพบว่าสมบัติทางพลศาสตร์ของยางลดลงเมื่อปริมาณน้ำมันมากขึ้นซึ่งสัมพันธ์กับการลดลงของเขม่าดำในระบบเมื่อ ปริมาตรของระบบเพิ่มขึ้น มิได้สัมพันธ์กับปฏิกิริยาระหว่างน้ำมันกับโครงสร้างทางโมเลกุลของยาง โดยความรู้ดังกล่าวสามารถนำมาพัฒนาสมการที่มี พื้นฐานบนทฤษฎี Free volume ให้สามารถนำมาใช้ทำนายสมบัติทางพลศาสตร์ของยางที่มีทั้งน้ำมันและเขม่าดำเป็นองค์ประกอบได้ ถึงแม้จะมีค่าคง ที่ในสมการที่ยังไม่สามารถหาที่จะหาความสัมพันธ์กับตัวแปรในการทดลองใด ๆ ได้ แต่สมการดังกล่าวจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์เบื้องต้นจริงใน การทำนายผลการรับแรงทางพลศาสตร์จริงในการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ โครงการวิจัยเพื่อการสร้างและพัฒนาตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตและการพัฒนาสังคมนี้เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่นักวิจัยและชุมชนร่วมกันเรียน รู้และจัดทำตัวชี้วัด เพื่อประเมินทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละชุมชน โดยมีเป้าหมายสุดท้ายที่การเชื่อมโยงตัวชี้วัดระดับชุมชนและระดับ พื้นที่ไปสู่ความเข้าใจและการพัฒนาตัวชี้วัดระดับชาติที่จะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศในอนาคต กระบวนการทำวิจัยในโครงการนี้เน้นการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกในชุมชน ผู้นำชุมชน และแกนนำของกลุ่มหรือ องค์กรชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดกระบวนการร่วมกันคิดและร่วมกันปฏิบัติในกิจกรรมสร้างและพัฒนาตัวชี้วัด โดยมีคณะวิจัยทำหน้าที่เสมือนเป็นพี่เลี้ยง ในการทำงานรวมกันของชุมชน ผลการทำงานตลอดทุกกระบวนการนอกจากจะคาดหวังให้ได้ประเด็นและตัวชี้วัดด้านต่าง ๆ ที่จะสามารถใช้ในการ ประเมินสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน กำหนดทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อชุมชน และสมาชิกชุมชนเข้าใจถึงวิถีทางการพัฒนาตนเอง แล้ว คณะผู้วิจัยยังมีความคาดหวังว่าฐานข้อมูลตัวชี้วัดที่ชุมชนได้สร้างขึ้นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ชุมชนสามารถสร้างองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการวางแผนและ จัดการการพัฒนาชุมชนของตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนทั้งด้านความรู้และงบประมาณจากภายนอกได้ในที่สุด ผลการดำเนินงานวิจัยโครงการนี้พบว่าแต่ละชุมชนในแต่ละพื้นที่ศึกษามีศักยภาพในการพัฒนาตัวชี้วัดของชุมชนที่แตกต่างกัน และมีจุด แข็งจุดอ่อนต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจในแนวทางการจัดทำตัวชี้วัดและการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามผลการวิจัย ในทุกพื้นที่ศึกษาชี้ให้เห็นว่าสมาชิกชุมชนจะเข้าใจและเห็นประโยชน์ของการสร้าง “ตัวชี้วัด” ได้ชัดเจนมากขึ้นก็ต่อเมื่อเข้าร่วมในกระบวนการสร้าง และพัฒนาตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นตอนสุดท้าย เพราะเมื่อผ่านกระบวนการทั้งหมดแล้วย่อมทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และคิดอย่างเป็นระบบ มากขึ้น อันจะมีผลให้สมาชิกชุมชนสามารถมองเห็นประโยชน์ที่แท้จริงของ “ตัวชี้วัด” ได้ชัดเจน โดยภาพรวมกล่าวได้ว่าการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการสร้างและพัฒนาตัวชี้วัดโดยชุมชนมีส่วนร่วมนั้น ในขั้นต้นจะต้องมองหา กลไกการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้เกิดขึ้นก่อน ซึ่งผลจากการศึกษาในโครงการนี้พบว่าการมีกลุ่มหรือองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง จะเป็นเงื่อนไข พื้นฐานที่จะเสริมสร้างชุมชนที่เข้มแข็งขึ้นมาได้ นอกจากนี้เพื่อให้ข้อมูลตัวชี้วัดที่สร้างและพัฒนาขึ้นมาสามารถนำไปใช้ในการกำหนดเป้าหมายและ นโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตและชุมชน ดังนั้นสมาชิกชุมชนควรจะต้องเป็นผู้จัดเก็บฐานข้อมูลเองจึงจะได้ข้อมูลที่มีความเหมาะสมต่อการนำไปใช้ ประโยชน์ได้จริง ด้วยเหตุนี้คณะวิจัยจึงมีความเห็นร่วมกันว่าชุดตัวชี้วัดระดับชาติที่นำเสนอในรายงานนี้อาจยึดถือเป็นข้อเสนอเบื้องต้น ซึ่งควรจะต้อง มีปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นและชัดเจนขึ้นในโอกาสต่อไป และคณะผู้วิจัยยังมีความเห็นว่ากระบวนการวิจัยดังกล่าวน่าจะพัฒนาสืบต่อไป เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ที่เป็นตัวชี้วัดระดับชาติได้อย่างสมบูรณ์และมีความแม่นตรงมากขึ้น โดยใช้ผลการวิจัยครั้งนี้เป็นฐานในการปรับปรุงกลยุทธการสร้างตัวชี้วัดใน ระดับพื้นที่และระดับชาติในขั้นตอนต่อไป The dynamic behaviour of swollen elastomer under strain was investigated in order to generalize equation that can be used to predict the dynamic behaviour in the designing computer programme. The oscillating beam was employed to study the dynamic behaviour. This apparatus gave accurate information at a very low value of dynamic loss modulus and can be used to determine the effect of the strain. The rubber specimen was swollen in the processing oil after the vulcanization process in order to keep the crosslink density constant throughout the experiment. The dynamic loss modulus of swollen rubbers could be predicted using the equation based on free volume theory except natural rubber. This was due to the presence of non-rubber in the natural rubber. The dynamic loss modulus of swollen carbon black filled elastomer was also studied. The reduction in dynamic behaviour was only due to the swollen in the elastomer matrix and the reduction in carbon black fraction. The prediction equation based on free volume theory was modified and could be used nicely with the carbon black filled elastomer.

บรรณานุกรม :
ชูเดช ดีประเสริฐกุล . (2547). การศึกษาสมบัติทางพลศาสตร์ของยางที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบภายใต้สภาวะการดึงยืด.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชูเดช ดีประเสริฐกุล . 2547. "การศึกษาสมบัติทางพลศาสตร์ของยางที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบภายใต้สภาวะการดึงยืด".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชูเดช ดีประเสริฐกุล . "การศึกษาสมบัติทางพลศาสตร์ของยางที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบภายใต้สภาวะการดึงยืด."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
ชูเดช ดีประเสริฐกุล . การศึกษาสมบัติทางพลศาสตร์ของยางที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบภายใต้สภาวะการดึงยืด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.