ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กระบวนการผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กระบวนการผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์
นักวิจัย : ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ , มนัส สถิรจินดา , กิตติ อินทรานนท์ , เสริมพันธ์ แปลกสิริ
คำค้น : เหล็กหล่อ , อุตสาหกรรมรถยนต์--ไทย , อุตสาหกรรมเหล็กหล่อ--ไทย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาควิชาวิศวกรรมโลหการ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาควิชาวิศวกรรมโลหการ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ , ไม่มีข้อมูล
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2215
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โลหะผสมนิเกิลและโลหะผสมโมลิบดินั่มได้ถูกนำมาเป็นส่วนผสมสำคัญ เพื่อผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์ ส่วนผสมโลหะผสมนิเกิลใช้ 5 ส่วนผสม ตั้งแต่ 0.6-4% และโลหะผสมโมลิบดินั่มใช้ 3 ส่วน ตั้งแต่ 0.1-0.6% เหล็กหล่อกราไฟต์กลมที่ผลิตได้ก็จะถูกนำไปชุบแข็งโดยวิธี Austempering ที่อุณหภูมิ 250 ซ, 300 ซ และ 350 ซ หลังจากนั้นจึงนำไปทดสอบคุณสมบัติเชิงกลเพื่อหาความต้านแรงดึง ความทนทานต่อแรกกระแทก และความแข็ง การศึกษาวิจัยถูกออกแบบ (5 x 3 x 3) และจัดให้มีขึ้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ 1. เพื่อวัดุณสมบัติเชิงกลของเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์ที่ผลิตได้ 2. เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติเชิงกล ความเหมาะสมเชิงเทคนิคและต้นทุนการผลิตของเหล็กหล่อและเหล็กกล้าที่ใช้เป็นชิ้นส่วนรถยนต์กับเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์ที่ผลิตได้ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการผสมโลหะผสมนิเกิล 1.5% และโลหะผสมโมลิบดินั่ม 0.3% จะให้ค่าความต้านแรงดึงสูงที่สุด และอุณหภูมิในการชุบแข็งโดยวิธี Austempering ที่ให้ค่าความต้านแรงดึงสูงที่สุด คือ 250 ซ แต่ถ้าต้องการค่าความทนทานต่อแรงกระแทกสูงที่สุดจะต้องทำ Austempering ที่อุณหภูมิ 350 ซ กล่าวโดยสรุปได้ว่าการเติมส่วนผสมของโลหะผสมนิเกิลมากกว่า 3% ขึ้นไป จะทำให้ได้เหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์โดยไม่ต้องทำการอบชุบ แต่การเติมโลหะผสมโมลิบดินั่มมากกว่า 0.3% จะทำให้ความต้านแรงดึงลดลงได้ จากการศึกษาความเป็นไปได้เชิงเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ พบว่าเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์ที่ผลิตได้ สามารถนำไปใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ต้องการความทนทานต่อแรงกระแทกสูง การเสียดสีและการสึกหรอได้เป็นอย่างดี ควรที่จะมีการสนับสนุนการลงทุนและพัฒนาการผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์ในประเทศไทยเพื่อใช้ทดแทนเหล็กหล่อเทา เหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเพิรไลท์ เฟอร์ไรท์และเหล็กกล้าชุบแข็ง

บรรณานุกรม :
ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ , มนัส สถิรจินดา , กิตติ อินทรานนท์ , เสริมพันธ์ แปลกสิริ . (2536). กระบวนการผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ , มนัส สถิรจินดา , กิตติ อินทรานนท์ , เสริมพันธ์ แปลกสิริ . 2536. "กระบวนการผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ , มนัส สถิรจินดา , กิตติ อินทรานนท์ , เสริมพันธ์ แปลกสิริ . "กระบวนการผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2536. Print.
ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ , มนัส สถิรจินดา , กิตติ อินทรานนท์ , เสริมพันธ์ แปลกสิริ . กระบวนการผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์กลมเนื้อพื้นเบไนต์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2536.