ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินการใช้ยาฟิลแกรสทิมและลีโนแกรสทิม เพื่อการรักษาโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินการใช้ยาฟิลแกรสทิมและลีโนแกรสทิม เพื่อการรักษาโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัย : ชนิดาภา ทวีนุช, 2519-
คำค้น : ฟิลแกรมสทิม--การใช้รักษา , ลีโนแกรสทิม--การใช้รักษา , เลือด--มะเร็ง , การใช้ยา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ประภาพักตร์ ศิลปโชติ , อุดมศักดิ์ บุญวรเศรษฐ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9745321354 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2100
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

ประเมินการใช้ยาฟิลแกรสทิมและลีโนแกรสทิมเพื่อการรักษาโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยา ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ รูปแบบการวิจัยเป็นเชิงพรรณนาที่ประเมินการใช้ยา เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังมีเกณฑ์ใช้ยา โดยก่อนใช้เกณฑ์เป็นการประเมินการใช้ยาแบบย้อนหลัง หลังใช้เกณฑ์เป็นการประเมินการใช้ยาขณะที่มีการใช้ยา ดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่าง 1 สิงหาคม 2546 ถึง 30 ตุลาคม 2547 โดยใช้เกณฑ์ที่ดัดแปลงจากแนวทางการใช้ยา ของสมาคมโรคมะเร็งสหรัฐอเมริกาและได้รับการรับรองจากแพทย์หน่วยโลหิตวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ การประเมินการใช้ยาแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) การตัดสินใจใช้ยา 2) กระบวนการที่ควรกระทำระหว่างการใช้ยา นอกจากนี้ยังได้ศึกษาผลการรักษาด้วย ผลการประเมินด้านการตัดสินใจใช้ยา พบว่า ก่อนใช้เกณฑ์ใช้ยาตรงเกณฑ์ 93.1% ไม่ตรงเทณฑ์ 6.9% หลังใช้เกณฑ์ใช้ยาตรงเกณฑ์ 98.9% ไม่ตรงเกณฑ์ 1.1% โดยเป็นการใช้ยาเพื่อป้องกันแบบปฐมภูมิมากที่สุดในทั้งสองกลุ่ม (46.9% และ 48.7% ตามลำดับ) ผลการประเมินด้านขนาดยาเพื่อลดภาวะนิวโทรฟิลต่ำ พบว่าก่อนใช้เกณฑ์ ใช้ยาตรงเกณฑ์ 67% ไม่ตรงเกณฑ์ 33% หลังใช้เกณฑ์ใช้ยาตรงเกณฑ์ 80% ไม่ตรงเกณฑ์ 20% การใช้ขนาดยาเพื่อเร่งการเคลื่อนย้ายเซลล์ต้นกำเนิดพบว่า ใช้ขนาดยาตรงเกณฑ์ในทั้งสองกลุ่ม การติดตามอาการไม่พึงประสงค์พบอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ก่อนและหลังใช้ยาเกณฑ์ 17.2% และ 18.3 ตามลำดับ การประเมินผลการรักษา กรณีใช้เพื่อลดภาวะนิวโทรฟิลต่ำพบว่า เกิดภาวะไข้จากเม็ดเลือดขาวต่ำก่อนและหลังใช้เกณฑ์ 3.2% และ 9.1% ตามลำดับ ผลการรักษาภาวะไข้จากเม็ดเลือดขาวต่ำหาย ก่อนและหลังใช้เกณฑ์ 100% และ 93% ตามลำดับ ผลการใช้เพื่อเร่งการเคลื่อนย้ายเซลล์ต้นกำเนิดพบว่าเก็บเซลล์ CD[subscript 34] ได้ตรงเกณฑ์ก่อนและหลังใช้เกณฑ์ 100% และ 67% ตามลำดับ ผลการรักษากรณีให้ยาหลังการปลูกถ่าย มีภาวะไขกระดูกติด 100% ทั้งก่อนและหลังใช้เกณฑ์ การใช้ยาตรงเกณฑ์ครบทุกข้อ พบว่าก่อนใช้เกณฑ์ใช้ยาตรงเกณฑ์ 54% มูลค่า 2,361,523 บาท ไม่ตรงเกณฑ์ 34.5% มูลค่า 1,396,495 บาท ไม่สามารถประเมินได้ 11.5% มูลค่า 535,562 บาท หลังใช้เกณฑ์ใช้ยาตรงเกณฑ์ 62.1% มูลค่า 2,389,340 บาท ไม่ตรงเกณฑ์ 18.4% มูลค่า 749,701 บาท ไม่สามารถประเมินได้ 19.5% มูลค่า 557,622 บาท จากผลการวิจัยพบว่าหลังใช้เกณฑ์การใช้ยาที่ไม่ตรงเกณฑ์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีการใช้ยาตรงเกณฑ์เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงควรดำเนินโครงการประเมินการใช้ยาต่อไป เพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย

บรรณานุกรม :
ชนิดาภา ทวีนุช, 2519- . (2547). การประเมินการใช้ยาฟิลแกรสทิมและลีโนแกรสทิม เพื่อการรักษาโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนิดาภา ทวีนุช, 2519- . 2547. "การประเมินการใช้ยาฟิลแกรสทิมและลีโนแกรสทิม เพื่อการรักษาโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนิดาภา ทวีนุช, 2519- . "การประเมินการใช้ยาฟิลแกรสทิมและลีโนแกรสทิม เพื่อการรักษาโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
ชนิดาภา ทวีนุช, 2519- . การประเมินการใช้ยาฟิลแกรสทิมและลีโนแกรสทิม เพื่อการรักษาโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.