ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตรวจสอบคุณภาพของการพยาบาลในโรงพยาบาลหัวเฉียว

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตรวจสอบคุณภาพของการพยาบาลในโรงพยาบาลหัวเฉียว
นักวิจัย : สุชาดา รัชชุกูล
คำค้น : บันทึกการพยาบาล , บริการการพยาบาล , โรงพยาบาลหัวเฉียว
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2530
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2022
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษารูปแบบของบันทึกทางการพยาบาล และประเมินคุณภาพของการพยาบาลในโรงพยาบาลหัวเฉียว คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากแฟ้มประวัติของผู้ป่วยที่จำหน่ายออกจากโรงพยาบาลไปแล้วที่แผนกเวชระเบียนโดยวิธีการสุ่มหลายขั้นตอนในแผนกอายุรกรรม ศัลยกรรม สูติ-นรีเวช ตา-หู-คอ-จมูก และกุมารเวช แผนกละ 10 ฉบับต่อเดือน เป็นระยะเวลานาน 10 เดือน รวมตัวอย่างแฟ้มประวัติของผู้ป่วยทั้งหมด 500 ฉบับ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ รายการตรวจสอบซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเอง มีความตรงตามเนื้อหาและมีค่าความเที่ยง ทดสอบด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนเท่ากับ 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ทดสอบสัดส่วนกิจกรรมการรักษาและการพยาบาลด้วยค่าไคสแควร์ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคุณภาพของการพยาบาลรายคู่ภายหลังทดสอบความแปรปรวนโดยการทดสอบวิธีของตูกิ (บี) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. รูปแบบบันทึกทางการพยาบาล พบว่าที่ได้ปฏิบัติตามรูปแบบเกินร้อยละ 50 มี 4 รายการคือ ใบรายงานคำสั่งการรักษาของฝ่ายแพทย์ ใบบันทึกการให้ยา ใบสำหรับติดผลการตรวจจากห้องทดลองและห้องรังสี และใบบันทึกการพยาบาล ยกเว้นใบรายงานสัญญาณชีพของผู้ป่วยในหัวข้อ "ลงเวลาที่ผู้ป่วยจำหน่ายหรือถึงแก่กรรม" 2. กิจกรรมการรักษาและการพยาบาล ตรวจสอบพบว่าที่ได้ปฏิบัติเกินร้อยละ 50 มี 2 ด้านคือ ด้านการดำเนินการปฏิบัติสืบเนื่องมาจากคำสั่งการรักษาของแพทย์ และด้านการสังเกตอาการแสดงและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ยกเว้นด้านการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ในหัวข้อ "ให้การสอนแก่ผู้ป่วยครอบครัวหรือญาติที่ดูแลผู้ป่วย" "ปฏิกิริยาตอบสนองทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ของผู้ดูแลผู้ป่วย" "แนะนำวิธีการให้ยา" และ "สอนการป้องกันโรคให้กับผู้ป่วยหรือญาติ" ด้านการดำเนินการพยาบาลและให้การดูแลหัวข้อ "การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย" และ "การออกกำลังกาย" ด้านการเขียนรายงานและบันทึกในหัวข้อ ติดตามประเมินผลอาการเปลี่ยนแปลงภายหลังให้การช่วยเหลือพยาบาล 3. คุณภาพของการพยาบาล พบว่าส่วนใหญ่ที่อยู่เกณฑ์ระดับดีมากมี 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการดำเนินการปฏิบัติสืบเนื่องมากจากคำสั่งการรักษาของแพทย์ ด้านการสังเกต อาการแสดงและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น และด้านการดำเนินการพยาบาลและให้การดูแล เกณฑ์ระดับดีได้แก่ด้านการเขียนรายงานและบันทึก และเกณฑ์ระดับพอใช้ได้แก่ด้านการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ 4. เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคุณภาพของการพยาบาลระหว่างแผนกอายุกรรม ศัลยกรรม สูติ-นรีเวช ตา-หู-คอ-จมูก และกุมารเวช พบว่ามีความแตกต่างกันทุกด้านซึ่งไม่สนองสมมติฐานของการวิจัยดังนี้ 4.1 ด้านการดำเนินการปฏิบัติสืบเนื่องจากคำสั่งการรักษาของแพทย์ พบว่ามีความแตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น .05 ระหว่างแผนกตา-หู-คอ-จมูก และแผนกกุมารเวช นอกนั้นทุกแผนกไม่มีความแตกต่างกัน และในรายข้อพบว่ามีความแตกต่างกันทุกหัวข้อที่ระดับความเชื่อมั่น .01 4.2 ด้านการสังเกตอาการแสดงและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น พบว่ามีความแตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น .05 ระหว่างแผนกสูติ-นรีเวชกับแผนกอายุรกรรม แผนกศัลยกรรมและแผนกกุมารเวช นอกนั้นทุกแผนกไม่มีความแตกต่างกัน และในรายข้อพบว่า มีความแตกต่างกันเกือบทุกหัวข้อที่ระดับความเชื่อมั่น .01 ยกเว้นในหัวข้อ "ติดตามอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยแบบต่อเนื่อง" และ "อาการแสดงและการดำเนินของโรค" ซึ่งพบว่าไม่มีความแตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น .05 จึงสนองสมมติฐานของการวิจัย 4.3 ด้านการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ พบว่ามีความแตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น .05 ระหว่างแผนกศัลกรรมและแผนกสูติ-นรีเวช นอกนั้นทุกแผนกไม่มีความแตกต่างกัน และในรายหัวข้อพบว่ามีความแตกต่างกันทุกหัวข้อที่ระดับความเชื่อมั่น .01 และ .05 4.4 ด้านการดำเนินการพยาบาลและให้การดูแล พบว่ามีความแตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น 0.5 ระหว่างแผนกศัลยกรรมและแผนก ตา-หู-คอ-จมูก นอกนั้นทุกแผนกไม่มีความแตกต่างกัน และในรายข้อพบว่ามีความแตกต่างกันเกือบทุกหัวข้อที่ระดับความเชื่อมั่น .01 และ .05ยกเว้นในหัวข้อ "ติดตามผลการตรวจทางห้องทดลอง" ซึ่งพบว่า ไม่มีความแตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น .05 จึงสนองสมมติฐานของการวิจัย 4.5 ด้านการเขียนรายงานและการบันทึก พบว่า มีความแตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น .05 ระหว่างแผนก ตา-หู-คอ-จมูก และแผนกกุมารเวช แผนกสูติ-นรีเวช กับทุกแผนก นอกนั้นทุกแผนกไม่มีความแตกต่างกัน และในรายข้อพบว่ามีความแตกต่างกันทุกหัวข้อที่ระดับความเชื่อมั่น .01

บรรณานุกรม :
สุชาดา รัชชุกูล . (2530). การตรวจสอบคุณภาพของการพยาบาลในโรงพยาบาลหัวเฉียว.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาดา รัชชุกูล . 2530. "การตรวจสอบคุณภาพของการพยาบาลในโรงพยาบาลหัวเฉียว".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาดา รัชชุกูล . "การตรวจสอบคุณภาพของการพยาบาลในโรงพยาบาลหัวเฉียว."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print.
สุชาดา รัชชุกูล . การตรวจสอบคุณภาพของการพยาบาลในโรงพยาบาลหัวเฉียว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.