ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ
นักวิจัย : ปานจิต นามพลกรัง, 2517-
คำค้น : หลอดเลือดโคโรนารีย์ -- โรค -- ผู้ป่วย , การออกกำลังกาย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชนกพร จิตปัญญา , อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9741759843 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2001
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พย.ม)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ จำนวนปีที่ได้รับการศึกษา ภาวะเจ็บป่วยร่วม และความสามารถในการทำกิจกรรมพฤติกรรมการออกกำลังกายในอดีต การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความรู้สึกที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมที่ปฏิบัติ อิทธิพลระหว่างบุคคล และอิทธิพลด้านสถานการณ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่มารับบริการตรวจรักษาตามแพทย์นัดอย่างต่อเนื่องในแผนกผู้ป่วยนอก คลินิกโรคหัวใจ ของโรงพยาบาลตำรวจและสถาบัน โรคทรวงอก จำนวน 180 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามประกอบด้วยแบบสอบถามปัจจัยส่วนบุคคล แบบวัดความสามารถในการทำกิจกรรม แบบวัดพฤติกรรมการออกกำลังกายในอดีต แบบวัดการรับรู้ประโยชน์ แบบวัดการรับรู้อุปสรรค แบบวัดการรับรู้ความสามารถของตนเอง แบบวัดความรู้สึกที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมที่ปฏิบัติ แบบวัดอิทธิพลระหว่างบุคคล แบบวัดอิทธิพลด้านสถานการณ์ และแบบวัดพฤติกรรมการออกกำลังกาย ได้ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิและมีค่าความเที่ยงจากการคำนวณค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .80, .92, .94, .91, .93, .92, .89, .82 และ .91 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าอีต้า ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอยู่ในระดับดี ([Mean] = 3.01, S.D. = 0.73) 2. พฤติกรรมการออกกำลังกายในอดีต การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความรู้สึกที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมที่ปฏิบัติ อิทธิพลระหว่างบุคคล การรับรู้ประโยชน์ อิทธิพลด้านสถานการณ์ ความสามารถในการทำกิจกรรม และอายุ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05(r = .791, .687, .493, .453, .404, .342,.250 และ .146 ตามลำดับ) 3. การรับรู้อุปสรรคมีความสัมพันธ์ทางลบกับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05(r = -.395) 4. พฤติกรรมการออกกำลังกายในอดีต การรับรู้ความสามารถของตนเอง และอิทธิพลระหว่างบุคคลสามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจได้ร้อยละ 69.90 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสร้างสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานได้ดังนี้ พฤติกรรมการออกกำลังกาย = .604(พฤติกรรมการออกกำลังกายในอดีต) +.224(การรรับรู้ความสามารถของตนเอง)+ .143(อิทธิพลระหว่างบุคคล)

บรรณานุกรม :
ปานจิต นามพลกรัง, 2517- . (2547). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปานจิต นามพลกรัง, 2517- . 2547. "ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปานจิต นามพลกรัง, 2517- . "ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
ปานจิต นามพลกรัง, 2517- . ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.