ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล การเปิดเผยตัวเอง การสนับสนุนทางสังคม ความหวังการรับรู้ภาวะสุขภาพ และสุขภาพจิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล การเปิดเผยตัวเอง การสนับสนุนทางสังคม ความหวังการรับรู้ภาวะสุขภาพ และสุขภาพจิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์
นักวิจัย : บุษดี ศรีคำ, 2517-
คำค้น : ผู้ติดเชื้อเอชไอวี--สุขภาพจิต , โรคเอดส์--ผู้ป่วย--สุขภาพจิต
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เพ็ญพักตร์ อุทิศ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741736282 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/1907
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล การเปิดเผยตัวเอง การสนับสนุนทางสังคม ความหวัง การรับรู้ภาวะสุขภาพ และสุขภาพจิตในองค์ประกอบด้านความผาสุกทางใจและด้านความทุกข์ทรมานทางจิตใจของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การเปิดเผยตัวเอง การสนับสนุนทางสังคม ความหวัง การรับรู้ภาวะสุขภาพ และสุขภาพจิตใน องค์ประกอบด้านความผาสุกทางใจและความทุกข์ทรมานทางจิตใจ ของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ กลุ่ม ตัวอย่าง คือ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 130 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจง ตามเกณฑ์คุณสมบัติ จากผู้มารับบริการ ณ แผนกผู้ป่วยนอก สถาบันบำราศนราดูร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามเพื่อวัดสุขภาพจิต แบบสอบถามการเปิดเผยตัวเอง แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม แบบสอบถามความหวัง และแบบสอบถามการรับรู้ภาวะสุขภาพ ซึ่งผ่านการพิจารณาความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และหาความเที่ยงโดยใช้วิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของคอนบราค ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ .94, .79, .91, .86 และ .72 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน ฐานนิยม ค่าสถิติไคสแควร์ ค่าสัมประสิทธิ์การจรณ์ และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ร้อยละ 57.7) มีการวินิจฉัยโรคเป็นผู้ป่วยเอดส์ (ร้อยละ 39.2) และมีอายุเฉลี่ย 34.51 ปี (S.D. =5.90) มีการเปิดเผยตัวเองระดับปานกลาง ([Mean] =2.21,S.D. = 0.24) การสนับสนุนทางสังคมระดับมาก ([Mean] =3.67 ,S.D. =0.58) มีความหวังระดับปานกลาง ([Mean] =3.14,S.D. = 0.46) และการรับรู้ภาวะสุขภาพค่อนข้างไม่ดี ([Mean] = 669.97,S.D. =132.31) มีสุขภาพจิตโดยรวมระดับค่อนข้างดี ([Mean] =4.11,S.D. = 0.78) และเมื่อจำแนกองค์ประกอบรายด้านของสุขภาพจิต พบว่ามีความผาสุกทางใจระดับค่อนข้างดี ([Mean] = 3.95,S.D. = 0.90) และความทุกข์ทรมานทางจิตใจระดับปานกลาง([Mean] = 2.82, S.D.= 0.78) 2. การเปิดเผยตัวเอง การสนับสนุนทางสังคม ความหวัง และการรับรู้ภาวะสุขภาพ มีความสัมพันธ์ ทางบวกกับสุขภาพจิตในองค์ประกอบด้านความผาสุกทางใจของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .236, .431, .539 และ .540 ตามลำดับ) และมีความสัมพันธ์ทางลบกับสุขภาพจิตในองค์ประกอบด้านความทุกข์ทรมานทางจิตใจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = -.214, -.398, -.561, และ -.431 ตามลำดับ) เพศมีความสัมพันธ์กับสุขภาพจิตในองค์ประกอบด้านความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (C= .262) โดยเพศหญิงมีความทุกข์ทรมานทางจิตใจสูงกว่า ส่วนอายุพบว่ามีความสัมพันธ์ทางลบกับสุขภาพจิตในองค์ประกอบด้านความทุกข์ทรมาณทางจิตใจ ที่ระดับ .05 (r= -.199)

บรรณานุกรม :
บุษดี ศรีคำ, 2517- . (2546). ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล การเปิดเผยตัวเอง การสนับสนุนทางสังคม ความหวังการรับรู้ภาวะสุขภาพ และสุขภาพจิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุษดี ศรีคำ, 2517- . 2546. "ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล การเปิดเผยตัวเอง การสนับสนุนทางสังคม ความหวังการรับรู้ภาวะสุขภาพ และสุขภาพจิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุษดี ศรีคำ, 2517- . "ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล การเปิดเผยตัวเอง การสนับสนุนทางสังคม ความหวังการรับรู้ภาวะสุขภาพ และสุขภาพจิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
บุษดี ศรีคำ, 2517- . ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล การเปิดเผยตัวเอง การสนับสนุนทางสังคม ความหวังการรับรู้ภาวะสุขภาพ และสุขภาพจิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.