ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของอาการ การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนกับภาวะการทำหน้าที่ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของอาการ การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนกับภาวะการทำหน้าที่ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด
นักวิจัย : อรนุช ประดับทอง, 2516-
คำค้น : มะเร็ง -- การรักษา , มะเร็ง -- ผู้ป่วย , คลื่นไส้ , อาเจียน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชนกพร จิตปัญญา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741709544 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/1843
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของอาการ การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนกับภาวะการทำหน้าที่ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยมะเร็ง ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และยินยอมให้ความร่วมมือในการวิจัย จำนวน 80 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลพื้นฐาน แบบวัดความรุนแรงของอาการคลื่นไส้อาเจียน แบบสอบถามการจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียน และแบบสอบถามภาวะการทำหน้าที่ เครื่องมือทั้ง 3 ชุด ได้ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา และหาความเที่ยงโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเที่ยง เท่ากับ 0.79, 0.70, 0.90 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. ค่าเฉลี่ยของคะแนนความรุนแรงของอาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดอยู่ในระดับปานกลาง (X=13.64) 2. ค่าเฉลี่ยของคะแนนการจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด โดยการใช้ยาอยู่ในระดับปานกลาง (X= 1.66) สำหรับการจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนโดยการไม่ใช้ยาอยู่ในระดับมาก (X= 2.65 ) 3. ค่าเฉลี่ยของคะแนนภาวะการทำหน้าที่ของผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดอยู่ในระดับปานกลาง (X=3.3) โดยด้านการทำกิจวัตรประจำวัน ด้านการนอนหลับและด้านความสามารถในการรับประทานอาหารอยู่ในระดับมาก (X=3.81, 3.61 และ 3.75) สำหรับด้านการทำงานอยู่ในระดับน้อย (X=2.18) 4. ความรุนแรงของอาการคลื่นไส้อาเจียนมีความสัมพันธ์ทางลบกับภาวะการทำหน้าที่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r=-.375) เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์รายด้าน พบว่า ความรุนแรงของอาการคลื่นไส้อาเจียนมีความสัมพันธ์ทางลบกับภาวะการทำหน้าที่ด้านการทำกิจวัตรประจำวัน ด้านการนอนหลับ ด้านความสามารถในการรับประทานอาหาร และด้านการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ( r=-.356, -.330, -.237, และ -.255) การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนโดยการใช้ยาไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะการทำหน้าที่ เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์รายด้าน พบว่า การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนโดยการใช้ยาไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะการทำหน้าที่ด้านการทำกิจวัตรประจำวัน ด้านการนอนหลับ ด้านความสามารถในการรับประทานอาหารและด้านการทำงาน การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนโดยการไม่ใช้ยามีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะการทำหน้าที่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r=.255) เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์รายด้าน พบว่า การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนโดยการไม่ใช้ยา มีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะการทำหน้าที่ด้านการนอนหลับอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r=.351) และไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะการทำหน้าที่ด้านการทำหน้าที่ด้านการทำกิจวัตรประจำวัน ด้านความสามารถในการรับประทานอาหารและด้านการทำงาน

บรรณานุกรม :
อรนุช ประดับทอง, 2516- . (2545). ความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของอาการ การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนกับภาวะการทำหน้าที่ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรนุช ประดับทอง, 2516- . 2545. "ความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของอาการ การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนกับภาวะการทำหน้าที่ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรนุช ประดับทอง, 2516- . "ความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของอาการ การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนกับภาวะการทำหน้าที่ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
อรนุช ประดับทอง, 2516- . ความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของอาการ การจัดการอาการคลื่นไส้อาเจียนกับภาวะการทำหน้าที่ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.