ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้เมต้าฮิวริสติกลูกผสมเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเรียงชิ้นงานที่มีรูปร่างไม่แน่นอน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้เมต้าฮิวริสติกลูกผสมเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเรียงชิ้นงานที่มีรูปร่างไม่แน่นอน
นักวิจัย : กิตติพงศ์ เอกไชย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546000572
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปัญหาการจัดเรียงชิ้นงาน คือปัญหาที่กล่าวถึงลักษณะการจัดวางวัตถุขนาดเล็กลงบนวัสดุขนาดใหญ่เพื่อให้ประหยัดวัสดุมากที่สุด ปัญหาการจัดเรียงชิ้นงานมีอยู่ในอุตสาหกรรมหลายชนิด หากการจัดเรียงชิ้นงานทำได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถลดต้นทุนค่าวัสดุลงได้มาก ปัญหาการจัดเรียงชิ้นงานเป็นปัญหาที่มีรูปแบบเป็นปัญหาแบบเอ็นพี(NP-Problem) ไม่สามารถที่หาคำตอบที่ดีที่สุดได้ในเวลาที่จำกัด ในวิทยานิพนธ์นี้เสนอการนำเอาวิธีการเมต้าฮิวริสติกแบบต่าง ๆ ได้แก่ ซิมูเลตเต็ดแอนเนียลลิ่ง(Simulated Annealing) เจนเนติกอัลกอริธึม (Genetic Algorithms) และทาบูเสิร์ช(Tabu Search) มาผสมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเรียงชิ้นงาน โดยนำเอาข้อดีของวิธีการแต่ละแบบมาใช้ วิธีเมต้าฮิวริสติกลูกผสมที่เสนอมีสองรูปแบบ ได้แก่ 1. การนำวิธีเมต้าฮิวริสติกแบบวิธีเจนเนติกอัลกอริธึมและวิธีซิมูเลตเต็ดแอนเนียลลิ่งมาผสมกัน วิธีการนี้จะเริ่มต้นด้วยวิธีเจนเนติกอัลกอริธึม และจบลงด้วยวิธีการแบบซิมูเลตเต็ดแอนเนียลลิ่ง จากการจำลองการทำงานพบว่าวิธีการแบบผสมชนิดนี้ให้ผลการจัดเรียงชิ้นงานดีกว่าวิธีเจนเนติกอัลกอริธึมอยู่ในช่วง 2.35-3.91% และให้ผลการจัดเรียงชิ้นงานดีกว่าวิธีซิมูเลตเต็ดแอนเนียลลิ่งอยู่ในช่วง 0.32-0.51% 2. การนำวิธีเมต้าฮิวริสติกแบบวิธีเจนเนติกอัลกอริธึมและวิธีทาบูเสิร์ชมาผสมกันวิธีการนี้จะเริ่มต้นทำงานด้วยวิธีเจเนติกอัลกอริธึม และจบลงด้วยวิธีทาบูเสิร์ชจากการจำลองการทำงานพบว่าวิธีการแบบผสมชนิดนี้ให้ผลการจัดเรียงชิ้นงานดีกว่าวิธีเจนเนติกอัลกอริธึมอยู่ในช่วง 2.67-3.86% และให้ผลการจัดเรียงชิ้นงานดีกว่าวิธีทาบูเสิร์ชอยู่ในช่วง 0.34-0.78% วิธีการแบบผสมจำเป็นต้องใช้เวลาการทำงานมากกว่าวิธีการแบบอัลกอริธึมเดียว(ซิมูเลตเต็ดแอนเนียลลิ่ง และทาบูเสิร์ช) จึงจได้ผลการจัดเรียงที่ดี ดังนั้นหากมีเวลาการทำงานมากควรเลือกวิธีการแบบผสม แต่หากมีเวลาการทำงานน้อยควรเลือกวิธีการแบบอัลกอริธึมเดียว นอกจากนี้จากการจำลองการทำงานยังพบว่าวิธีทาบูเสิร์ชเหมาะกับการจัดเรียงที่มีจำนวนชิ้นงานน้อยกว่า 26 ชิ้น และวิธีเมต้าฮิวริสติกแบบซิมูเลตเต็ดแอนเนียลลิ่งเหมาะการจัดเรียงที่มีจำนวนชิ้นงานกว่ากว่า 26 ชิ้น

บรรณานุกรม :
กิตติพงศ์ เอกไชย . (2546). การใช้เมต้าฮิวริสติกลูกผสมเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเรียงชิ้นงานที่มีรูปร่างไม่แน่นอน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กิตติพงศ์ เอกไชย . 2546. "การใช้เมต้าฮิวริสติกลูกผสมเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเรียงชิ้นงานที่มีรูปร่างไม่แน่นอน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กิตติพงศ์ เอกไชย . "การใช้เมต้าฮิวริสติกลูกผสมเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเรียงชิ้นงานที่มีรูปร่างไม่แน่นอน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
กิตติพงศ์ เอกไชย . การใช้เมต้าฮิวริสติกลูกผสมเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเรียงชิ้นงานที่มีรูปร่างไม่แน่นอน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.