ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

วิวัฒนาการของคำซ้อนในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : วิวัฒนาการของคำซ้อนในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์
นักวิจัย : สุปราณี ธีระวัฒนสุข
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60483
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่องวิวัฒนาการของคำซ้อนในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์นี้มีวัตถุ ประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะคำซ้อนที่ปรากฏใช้ในสมัยรัตนโกสินทร์ และเพื่อศึกษาลักษณะ การเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงคำซ้อนจากช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถึงปัจจุบัน โดยแบ่งช่วงสมัยของการศึกษาออกเป็น 3 ช่วงสมัย คือ ช่วงสมัยที่ 1 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 3 (พ.ศ.2325 - พ.ศ.2394) ช่วงสมัย ที่ 2 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ถึง รัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2394 - พ.ศ.2468) ช่วงสมัยที่ 3 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาชที่ 7 ถึงปัจจุบัน (พ.ศ.2468 - ปัจจุบัน) โดยศึกษาทางด้านโครงสร้าง หน้าที่และชนิดของคำทางไวยากรณ์ที่เป็นองค์ประกอบ และ ความหมายของคำซ้อน ข้อมูลตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษานี้คือ รวบรวมจากเอกสารทางราชการ แะวรรณกรรมทั้งที่เป็นสารคดี นวนิยาย และเรื่องสั้น ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะทางด้านโครงสร้างของคำซ้อนในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์ จากช่วงสมัยที่ 1 ถึงช่วงสมัยที่ 3 นั้น มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านชนิดของคำซ้อนคือ คำซ้อนชนิด 2 หน่วย จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากช่วยสมัยที่ 1 ถึงช่วงสมัยที่ 3 ซึ่งปรากฏ มากที่สุด ในทางตรงกันข้าม คำซ้อนชนิดมากกว่า 2 หน่วยขึ้นไป จะลดจำนวนลงจากช่วงสมัย ที่ 1 ถึงช่วงสมัยที่ 3 ซึ่งปรากฏน้อยที่สุด ในส่วนขององค์ประกอบและลักษณะการประกอบ คำซ้อนพบว่า คำซ้อนทุกชนิดทุกช่วงสมัยส่วนใหญ่มีองค์ประกอบสำคัญคือเป็นคำมูลทั้งหมด และยังพบว่าคำซ้อนแต่เดิมนิยมใช้คำซ้อนชนิดที่มีใช้อยู่แล้วในภาษาเป็นองค์ประกอบด้วย ในขณะที่ช่วงสมัยปัจจุบันไม่นิยมใช้คำซ้อนนี้เป็นองค์ประกอบในการสร้างคำซ้อนขึ้นใหม่ ความแตกต่างกันในเรื่องโครงสร้างของคำซ้อน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการ สูญศัพท์ และการเพิ่มศัพท์ ส่วนความแตกต่างทางด้านประเภทของคำซ้อนและชนิดของคำทาง ไวยากรณ์ที่เป็นองค์ประกอบนั้นไม่ได้มีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงสมัย แต่มีส่วนมีส่วน ที่เปลี่ยนแปลงคือ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของหน้าที่ของคำซ้อนบางคำที่ทำหน้าที่อย่างหนึ่ง ในช่วงสมัยหนึ่ง และทางด้านความหมายประจำรูปคำซ้อนพบว่า ความหมายของคำซ้อนมีความ หมายเป็นความหมายใหม่ต่างจากความหมายของคำที่เป็นองค์ประกอบแต่ละหน่วย จะมีเพิ่ม มากขึ้นจากช่วงสมัยที่ 1 ถึงช่วงสมัยที่ 3 ที่พบความหมายในลักษณะนี้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังพบว่าคำซ้อนในช่วงสมัยที่ 1 ถึงช่วงสมัยที่ 3 มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางด้านความหมาย 3 ประการสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงความหมายแบบแคบเข้า การเปลี่ยนแปลงความหมายแบบ กว้างออก และการเปลี่ยนแปลงความหมายแบบย้ายที่

บรรณานุกรม :
สุปราณี ธีระวัฒนสุข . (2540). วิวัฒนาการของคำซ้อนในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุปราณี ธีระวัฒนสุข . 2540. "วิวัฒนาการของคำซ้อนในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุปราณี ธีระวัฒนสุข . "วิวัฒนาการของคำซ้อนในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
สุปราณี ธีระวัฒนสุข . วิวัฒนาการของคำซ้อนในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.