ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความพร้อมในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีอาสาสมัครคุมประพฤติ ในสำนักงานคุมประพฤติ ภาค 8

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความพร้อมในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีอาสาสมัครคุมประพฤติ ในสำนักงานคุมประพฤติ ภาค 8
นักวิจัย : ฐิติยา เพชรมุนี
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60341
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่อง ความพร้อมในการปฏิบัติงานของ อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณี อาสาสมัครคุมประพฤติในสำนักงานคุมประพฤติ ภาค 8 มี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความพร้อมของอาสาสมัครคุมประพฤติ ในการปฏิบัติงาน โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยด้านสังคม ปัจจัย ด้านจิตลักษณะ โดยศึกษาถึงความแตกต่างขององค์ประกอบของ ความพร้อมในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติด้านปัจจัย ส่วนบุคคล และปัจจัยด้านสังคม ของอาสาสมัครคุมประพฤติ 2 กลุ่ม รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยแต่ละด้านกับการ ปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติและระดับของการปฏิบัติงาน ของอาสาสมัครคุมประพฤติ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ใช้วิธีการศึกษาจากเอกสาร และการวิจัยภาคสนาม โดยทำการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ซึ่งใช้วิธีการส่งทางไปรษณีย์ไปยังกลุ่มตัวอย่าง คือ อาสาสมัคร คุมประพฤติในสำนักงานคุมประพฤติภาค 8 จำนวน 240 ชุด ได้รับผลกลับมา 194 ราย คิดเป็นร้อยละ 80.83 ของทั้งหมด การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS/PC(+) หาค่าทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล คือ การหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (T-test) การทดสอบค่าเอฟ (F-test) โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way Analysis of Variance) การทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีของเชฟเฟ (Scheffs-test) การวิเคราะห์ถดถอยพหุ (Multiple Regression Analysis

MRA) การวิเคราะห์การจำแนกพหุ (Multiple Classification Analysis

MCA) ผลการศึกษาพบว่า 1. กรณีความแตกต่างของตัวแปรของปัจจัยส่วนบุคคลและ ปัจจัยด้านสังคม ซึ่งเป็นองค์ประกอบบางประการของความพร้อม ในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติทั้ง 2 กลุ่มพบว่า อาสาสมัครคุมประพฤติแต่ละกลุ่ม มีความแตกต่างในปัจจัยส่วน บุคคลและปัจจัยด้านสังคมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนี้1.1 อาสาสมัครคุมประพฤติกลุ่มที่มีผลการปฏิบัติงาน ในระดับสูง มีตัวแปรที่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือ การศึกษา การดำรงตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม ความเพียงพอใน การปฏิบัติงาน การเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม ความถี่ในการ ได้รับข่าวสาร1.2 อาสาสมัครคุมประพฤติกลุ่มที่มีผลการปฏิบัติงาน ในระดับต่ำ มีตัวแปรที่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือ เพศ อาชีพเสริม1.3 อาสาสมัครคุมประพฤติทั้ง 2 กลุ่ม มีตัวแปรที่มี ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือ ความคิดจะลาออกหรือ ไม่ จากการเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติการเป็นสมาชิกสมาคม อาสาสมัครคุมประพฤติ 2. กรณีความสัมพันธ์ของตัวแปรของปัจจัยต่างๆ ที่เป็น องค์ประกอบของความพร้อมในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุม ประพฤติกับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติที่มีความ สัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนี้2.1 อาสาสมัครคุมประพฤติกลุ่มที่มีผลการปฏิบัติงาน ในระดับสูง พบว่า 2.1.1 การศึกษา อาสามัครคุมประพฤติที่จบ การศึกษาในระดับปริญญาตรีจะมีการปฏิบัติงานมากกว่าผู้ที่จบ การศึกษาในระดับอื่น 2.1.2 การดำรงตำแหน่งทางสังคม อาสาสมัคร คุมประพฤติที่ดำรงตำแหน่งหน้าที่ทางสังคมจะมีระดับการปฏิบัติงาน สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางสังคม 2.1.3 ความเพียงพอในการปฏิบัติงาน อาสาสมัคร คุมประพฤติที่มีเวลาเพียงพอในการปฏิบัติงาน จะมีระดับการปฏิบัติ งานสูงกว่าผู้ที่ไม่มีเวลาเพียงพอในการปฏิบัติงาน 2.1.4 รายได้ สามารถอธิบายความผันแปรของ การปฏิบัติงานได้ร้อยละ 4.1 และมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ .204 2.1.5 การเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม อาสา สมัครคุมประพฤติที่เข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมอย่างสม่ำเสมอ จะ มีระดับการปฏิบัติงานสูงกว่า 2.1.6 ความถี่ในการได้รับข่าวสาร อาสาสมัคร คุมประพฤติที่ได้รับข่าวสารเกือบทุกวัน จะมีระดับการปฏิบัติงาน สูงกว่า2.2 อาสาสมัครคุมประพฤติกลุ่มที่มีผลการปฏิบัติงาน ในระดับต่ำ พบว่า 2.2.1 เพศ อาสาสมัครคุมประพฤติเพศชายจะมี ระดับในการปฏิบัติงานมากกว่าเพศหญิง 2.2.2 อาชีพเสริม อาสาสมัครคุมประพฤติที่ไม่มี อาชีพเสริม จะมีระดับการปฏิบัติงานสูงกว่าผู้ที่มีอาชีพเสริม 2.2.3 ระยะเวลาในการเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติ สามารถอธิบายความผันแปรของการปฏิบัติงานได้ร้อยละ 14.2 และ มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ .3772.3 อาสาสมัครคุมประพฤติทั้ง 2 กลุ่ม พบว่า 2.3.1 ความคิดจะลาออกจากการเป็นอาสาสมัคร คุมประพฤติ ผู้ที่ไม่เคยคิดจะลาออกจากการเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติ มีระดับการปฏิบัติงานสูงกว่าผู้ที่คิดจะลาออกจากการเป็นอาสาสมัคร คุมประพฤติ 2.3.2 การเป็นสมาชิกสมาคมอาสาสมัครคุมประพฤติ ผู้ที่เป็นสมาชิกสมาคมอาสาสมัครคุมประพฤติ มีระดับการปฏิบัติงาน สูงกว่า 2.3.3 ความรู้ สามารถอธิบายความผันแปรของ การปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติได้ร้อยละ 7.1 มีค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ .266 2.3.4 ทัศนคติ สามารถอธิบายความผันแปรของ การปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติได้ร้อยละ 10.7 มีค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ .327 3. การวัดระดับของการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติ แรงจูงใจ ความรู้ ทัศนคติ พบว่า ความพร้อมในการปฏิบัติงานอยู่ ในระดับต่ำคิดเป็นร้อยละ 66.5 ความพร้อมในเรื่องของแรงจูงใจ และทัศนคติ อยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 49.0 และ 88.1 ตามลำดับ ส่วนความพร้อมในเรื่องของความรู้ในการปฏิบัติงาน ส่วนใหญ่อยู่ในระดับกลางคิดเป็นร้อยละ 56.7 ข้อเสนอแนะของผู้ศึกษา 1. การพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะตัวของอาสาสมัครคุมประพฤติ ควรพิจารณาจาก1.1 อายุ ควรพิจารณาบุคคลที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป1.2 การดำรงตำแหน่งทางสังคม ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่ง จะมีความพร้อมในการปฏิบัติงานมากกว่า1.3 รายได้ ผู้ที่มีรายได้เพียงพอจะมีความพร้อมในการ ปฏิบัติงานมากกว่า1.4 ทัศนคติ ควรมีการวัดหรือทดสอบทัศนคติเกี่ยวกับ ปฏิบัติงาน 2. สำนักงานคุมประพฤติที่มีความรับผิดชอบในการคัดเลือก สรรหา อาสาสมัครคุมประพฤติ ควรชี้แจงให้ทราบถึงบทบาท หน้าที่ ลักษณะของงาน รวมถึงสิ่งที่อาสาสมัครคุมประพฤติจะได้รับให้ชัดเจน 3. ควรมีการจัดอบรมสัมมนาอาสาสมัครคุมประพฤติทุกรุ่น อย่างต่อเนื่อง 4. ควรทำเอกสารเผยแพร่งานคุมประพฤติให้แก่อาสาสมัคร คุมประพฤติมากยิ่งขึ้น 5. ควรมีการประชาสัมพันธ์งานคุมประพฤติให้มากขึ้น 6. ควรมีการติดต่อประสานงานระหว่างอาสาสมัครคุมประพฤติ และพนักงานคุมประพฤติอย่างสม่ำเสมอ 7. สำนักงานคุมประพฤติควรพิจารณาส่งคดีให้กับอาสาสมัคร คุมประพฤติให้มากขึ้น 8. กรมคุมประพฤติควรเปิดโอกาสให้อาสาสมัครคุมประพฤติ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแผนงานหรือโครงการให้มากขึ้น 9. ควรพิจารณาเพิ่มบุคลากรที่ต้องรับผิดชอบในงานอาสาสมัคร คุมประพฤติให้มากขึ้น 10. ควรดำเนินการเกี่ยวกับการขอพระราชทานเครื่องราช- อิสริยาภรณ์ แก่อาสาสมัครคุมประพฤติที่ปฏิบัติงานดีเด่น 11. ควรประเมินผลการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติ ปีละครั้ง 12. ควรมีการประสานงานระหว่างกรมคุมประพฤติกับสถาน ศึกษาในการให้นักศึกษาได้ศึกษางานร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อขยายผลการศึกษาให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

บรรณานุกรม :
ฐิติยา เพชรมุนี . (2539). ความพร้อมในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีอาสาสมัครคุมประพฤติ ในสำนักงานคุมประพฤติ ภาค 8.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ฐิติยา เพชรมุนี . 2539. "ความพร้อมในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีอาสาสมัครคุมประพฤติ ในสำนักงานคุมประพฤติ ภาค 8".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ฐิติยา เพชรมุนี . "ความพร้อมในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีอาสาสมัครคุมประพฤติ ในสำนักงานคุมประพฤติ ภาค 8."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ฐิติยา เพชรมุนี . ความพร้อมในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีอาสาสมัครคุมประพฤติ ในสำนักงานคุมประพฤติ ภาค 8. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.