ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทของชาวจีนและชาวตะวันตกต่อกิจการเหมืองแร่ดีบุกของมณฑลภูเก็ต ตั้ง แต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 พ.ศ 2474

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทของชาวจีนและชาวตะวันตกต่อกิจการเหมืองแร่ดีบุกของมณฑลภูเก็ต ตั้ง แต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 พ.ศ 2474
นักวิจัย : พวงทิพย์ เกียรติสหกุล
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2534
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59546
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์เรื่อง บทบาทของชาวจีนและชาวนะวันตก ต่อกิจการ เหมืองแร่ดีบุกของมณฑลภูเก็ต ตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 25-2474 มีความมุ่ง หมายที่จะศึกษาถึงบทบาทของชาวจีนและชาวตะวันตก ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทใน การนำเอาปัจจัยการผลิต อันได้แก่แรงงาน เงินทุนตลอดจนเทคนิคการทำ เหมืองที่ทันสมัยเข้ามาใช้ จนส่งผลให้กิจการเหมืองแร่ของมณฑลภูเก็ตพัฒนาไป สู่อุตสาหกรรมการทำเหมืองแร่แบบใหม่ จากการศึกษาพบว่า ในส่วนของชาวจีนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจ การทำเหมืองแร่โดยการเข้ามาเป็นแรงงาน และเหมืองหรือผู้ร่วมลง ทุนกับผู้ว่าราชการเมือง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการควบคุมการให้ประทานบัตร มานับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 25 แล้ว ต่อมาภายหลังจากที่รัฐได้ดำเนินนโย บายการปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีอากร โดยการดึงอำนาจการจัดเก็บ ภาษีอากรของผู้ว่าราชการเมืองเข้าสู่ส่วนกลาง และเปิดให้มีการประมูลผูก ขาดเป็นเจ้าภาษีอากรของผู้ว่าราชการเมืองเข้าสู่ส่วนกลาง และเปิดให้มี การประมูลผูกขาดเป็นเจ้าภาษีอากรอย่างเสรี ส่งผลให้ชาวจีนซึ่งแต่เดิม เคยมีบทบาทในฐานะผู้ร่วมลงทุนกับผู้ว่าราชกการเมือง และชาวจีนกลุ่มใหม่ซึ่ง ส่วนใหญ่อพยพมาจากเมืองปีนังและสิงค์โปร์ เข้ามามีบทบาทในการลงทุนใน กิจการเหมืองแร่ดีบุกโดยตรง โดยในระยะแรกที่ยังมีระบบเจ้าภาษีอากร ชาวจีนที่เข้ามามีบทบาทในกิจการทำเหมืองขนาดใหญ่จะเป็นชาวฮกเกี้ยน ใน บังคับสยาม และเป็นเจ้าภาษีอากร ทั้งนี้เพราะได้เปรียบในเรื่องการ หมุนเวียนเงินทุนจากการผูกขาดภาษีอากร เทคนิคการทำเหมืองในช่วงนี้จะ พัฒนาจากเหมืองขนาดเล็กประเภทเหมืองแสนและเหมืองคล้า ไปสู่การทำ เหมืองขนาดใหญ่ อันได้แก่ เมืองหาบและเหมืองปล่อง ซึ่งอาศัยความชำนาญ แรงงาน และเงินทุนมากกว่า ในระยะที่ 2 หลังจากการยกเลิกระบบเจ้า ภาษีอากรลงในปี พ.ศ 2462 ผู้ที่เข้ามามีบทบาททำเหมืองจะเป็น ชาวจีนที่เคยทำเหมืองขนาดกลาง ในช่วงที่ยังมีระบบเจ้าภาษีอากร และ เหมืองชาวจีนกลุ่มใหม่ซึ่งมีทั้งที่เป็นจีนกวางตุ้ง แคะ และไหหลำ และ บางคนอยู่ในบังคับอังกฤษ ส่วนลักษณะการหมุนเวียนเงินทุนในระยะนี้ อาศัยกำ ไรจากการตั้งร้านค้าเครื่องอุปโภคบริโภค การตั้งร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตรา และกิจการโพยก๊วน ในด้านของเทคนิคและวิธีการทำเหมืองยังคงนิยมทำ เหมืองหาบ ชาวจีนยังมีบทบาทในกิจการซื้อขายและถลุงแร่ดีบุกด้วย ชาวจีนที่เป็น เจ้าภาษีรับซื้อส่วนแยกยกเลิกภาษีรับซื้อแร่ดีบุก ให้การซื้อขายแร่ดีบุก ให้ การซื้อขายแร่ดีบุกของราษฎร์เป็นไปอย่างเสรี ส่วนการซื้อขายดีบุกคอเวอน แมนต์ อยู่ภายใต้การผูกขาดของห้างโหงวน ที่เมืองปีนัง ของตระกูล ณ ระ นองในด้านการกลุ่มแร่ ชาวจีนที่เป็นเจ้าภาษีอากรมีบทบาทในการถลุงแร่ แบบจีน โยการพลอมเป็นแท่งก่อนส่งไปยังเมืองปีนัง แต่ภายหลังจากที่ชาวตะ วันตกเข้ามาตั้งห้างรับซื้อแร่ดีบุกไปถลุงยังโรงถลุงแบบตะวันตกในเมืองปีนัง มีผลทำให้การถลุงแร่ของชาวจีนเสื่อมลง ทางด้านบทบาทของชาวตะวันตก ในช่วงแรกระหว่างปี พ.ศ 2434- 2449 เป็นช่วงที่ชาวตะวันตกเริ่มให้ความสนใจในการเข้ามาลงทุน ภายหลัง จากที่รัฐได้จัดตั้งกรมราชโลหกิจและภูมิวิทยาในปี พ.ศ 2434 และ การตราพระราชบัญญัติเหมืองแร่ขึ้นในปี พ.ศ 2444 แต่ในช่วงนี้ส่วนใหญ่เข้า มาเพื่อขออชญาบัตรตรวจแร่ ทั้งนี้เพราะชาวตะวันตกยังมีข้อจำกัดในเรื่อง ของเทคนิคการทำเหมือง การหมุนเวียนเงินทุน ตลอดจนปัญญหาการขาด แคลนแรงงานช่วงที่สองระหว่างปี พ.ศ 2450-2474 เป็นช่วงที่ชาวตะวัน ตกประสบความสำเร็จในการนำเทคนิคเหมืองแร่ขุดเข้ามาใช้ และพัฒนาวิธี การจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีประสิทธิภาพโดยการร่วมหุ้นจัดตั้งบริษัททำเหมืองประ กอบกับราคาดีบุกของโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ชาวตะวันตกเข้ามาลงทุนทำ เหมืองในเมืองภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น แล้วค่อยขยายการลงทุนไปยังเมืองต่าง ๆ ที่ ใกล้เคียง อันได้แก่ เมืองระนอง ตะกั่วป่า ตรัง และพังงา ชาวตะวันตกเริ่ม เข้ามามีบทบาท ในการซื้อขายแร่ดีบุก ภายหลังจากที่รัฐอนุญาตให้บริษัท สเตรท เทรดดิง กำปะนี บริษัทของคนในบังคับอังกฤษ เข้ามาตั้งบริษัทรับซื้อ แร่ดีบุก ในมณฑลภูเก็ตได้อย่างเสรี ในปี พ.ศ 2449 โดยบริษัทใช้วิธีการ ให้เงินกู้แก่เหมืองล่วงหน้า และรับคืนด้วยแร่ดีบุก ทำให้สามารถผูกขาด การซื้อขายแร่ดีบุกได้ทั่วมณฑลภูเก็ต จากการศึกษาผลกระทบจากการขยายตัวของการทำเหมืองแร่ดีบุก ของชาวจีนและชาวตะวันตก พบว่าในระดับท้องถิ่นมีการขยายตัวของการ ผลิตเพื่อการส่งออก แต่ผลผลิตดีบุกเกือบทั้งหมดถูกส่งออกไปจำหน่ายยังต่าง ประเทศ โดยเฉพาะปีนังและสิงค์โปร์ ดังนั้น การผลิแร่ดีบุกของมณฑลภูเก็ตจึง เป็นลักษณะการผลิตแบบกึ่งเหมืองขึ้น ประการที่สอง มีการขยายตัวของการค้า กับต่างประเทศและระบบเศรษฐกิจเงินตรา โดยสินค้าส่วนใหญ่มาจากปีนังและ สิงคโปร์ทั้งสิ้น ดังนั้นระบบเศรษฐกิจของมณฑลภูเก็ตจึงมีความสัมพันธ์อย่าง ใกล้ชิดกับปีนังและสิงค์โปร์ของอังกฤษมากกว่าภายในประเทศ ส่วนในแง่ ของสังคม ก่อนให้เกิดการขยายตัวของสังคมเมือง และการเกิดขึ้นของ ชุมชนจีน ซึ่งยังคงลักษณะเฉพาะบางประการ แม้ในปัจจุบันในระดับประเทศ การขยายตัวของกิจการเหมืองแร่ดีบุก มีผลให้รัฐได้รับรายได้ทางด้านภาษี อากรจากมณฑลภูเก็ตมากเป็นอันดับที่สองรองจากกรุงเทพฯ และภาษีอากรส่วน ใหญ่มาจากดีบุกนอกจากนี้ดีบุกยังได้กลายเป็นสินค้าออกหลักที่มีมูลค่าเป็นอัน ดับสองรองจากข้าว การขยายตัวของกิจการเหมืองแร่ดีบุกในมณฑลภูเก็ต จึง มีส่วนในการพัฒนาโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจไทยจากการผลิตเพื่อยังชีพไป สู่การผลิตเพื่อการส่งออก

บรรณานุกรม :
พวงทิพย์ เกียรติสหกุล . (2534). บทบาทของชาวจีนและชาวตะวันตกต่อกิจการเหมืองแร่ดีบุกของมณฑลภูเก็ต ตั้ง แต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 พ.ศ 2474.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พวงทิพย์ เกียรติสหกุล . 2534. "บทบาทของชาวจีนและชาวตะวันตกต่อกิจการเหมืองแร่ดีบุกของมณฑลภูเก็ต ตั้ง แต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 พ.ศ 2474".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พวงทิพย์ เกียรติสหกุล . "บทบาทของชาวจีนและชาวตะวันตกต่อกิจการเหมืองแร่ดีบุกของมณฑลภูเก็ต ตั้ง แต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 พ.ศ 2474."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print.
พวงทิพย์ เกียรติสหกุล . บทบาทของชาวจีนและชาวตะวันตกต่อกิจการเหมืองแร่ดีบุกของมณฑลภูเก็ต ตั้ง แต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 พ.ศ 2474. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.