ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กระบวนการพัฒนาและธำรงเอกลักษณ์แห่งการแต่งกายแบบฮิญาบของนักศึกษา สตรีมุสลิมในมหาวิทยาลัยส่วนกลาง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กระบวนการพัฒนาและธำรงเอกลักษณ์แห่งการแต่งกายแบบฮิญาบของนักศึกษา สตรีมุสลิมในมหาวิทยาลัยส่วนกลาง
นักวิจัย : กิตติภูมิ วิเศษศักดิ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2534
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59507
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่องกระบวนการพัฒนาและธำรงเอกลักษณ์การแต่งกาย แบบฮิญาบของนักศึกษาสตรีมุสลิมในมหาวิทยาลัยส่วนกลางเป็นการศึกษาถึงมูล เหตุจูงใจในการหันมาแต่งการแบบฮิญาบของนักศึกษาสตรีมุสลิมเหล่านี้ เพื่อทำ ความเข้าใจในระดับลึกต่อไปปรากฏการณ์ฮิญาบที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในช่วงระ ยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าสังคมไทยจะมีความเข้าใจหรือคุ้นเคยต่อ ฮิญาบมากขึ้นบ้างก็ตาม แต่ก็ยังขาดการทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้ในระ ดับลึก และจากแง่มุมของผู้สวมใส่ฮิญาบ หรืออีกนัยหนึ่งคือจากแง่มุมของ ศาสนาวัฒนธรรมอิสลามเอง การศึกษานี้ได้ใช้วิธีการวิจัยแบบสัมภาษณ์เจาะลึกอันเป็นวิชาการเชิง คุณภาพในการเก็บข้อมูลจากตัวอย่างจำนวน 14 มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ส่วนการวิเคราะห์ตีความข้อ มูลที่เก็บรวบรวมได้จากตัวอย่างเหล่านี้จะอยู่บนพื้นฐานของแนวทัศนะ (perspective) ของการปฏิสังสรรค์สัญลักษณ์นิยมร่วมกับมาตรฐานหลัก การทางศาสนาวัฒนธรรมอิสลาม โดยคำนึงถึงบริบทของสังคมของสังคมใหญ่ มาใช้ร่วมในการวิเคราะห์ ตีความ และการอธิบายความหมาย ความรู้ ความคิด และกระบวนการต่าง ๆ ที่เปิดเผยออกมาจากข้อมูลที่เก็บรวบรวม มาเหล่านี้ ผลการศึกษาพบว่ามีกระบวนการสำคัญ ๆ ที่นำไปสู่การยึดมั่นผูกพันใน เอกลักษณ์ฮิญาบดังนี้คือ 1. การอบรมขัดเกลาและซึมซับเนื้อหาหลักการพื้นฐานทางศาสนา 2. การกระตุ้นหรือให้การอบรมความรู้ทางศาสนาเพิ่มเติมที่มีผลให้ เกิดการตัดสินใจเปลี่ยนมาแต่งกายในชุดฮิญาบ 3. การธำรงรักษาและยึดมั่นผูกพันต่อเอกลักษณ์การแต่งกายแบบฮิญาบ ในกระบวนการเหล่านี้ สถาบันครอบครัวโดยเฉพาะพ่อแม่และกลุ่ม เพื่อนจะมีบทบาทอย่างสำคัญในการถ่ายทอดอบรมบ่อมเพาะชุดของทัศนคติ ค่า นิยม มาตรฐานกฎเกณฑ์ชุดต่าง ๆ ให้กับตัวอย่าง ซึ่งในเบื้องแรกบรรดาตัว อย่างเหล่านี้จะยังไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนใด ๆ เกี่ยวกับฮิญาบ ยัง ไม่ได้ตระหนักรับรู้ว่าการแต่งกายเป็นประเด็นหรือมีนัยในทางศาสนาและตัว อย่างส่วนใหญ่ในการศึกษานี้ได้ให้นิยามความหมายต่อฮิญาบในลักษณะหรือทิศ ทางเดียวกันกับผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมที่มองว่าฮิญาบเป็นการแต่งกายที่ให้ ความรู้สึกแปลกแยก ลึกลับ ไม่น่าพึงประสงค์แม้ว่าจะมีระดับของการต่อต้าน ตำหนิในระดับที่ต่ำกว่าคนส่วนใหญ่ในสังคม แต่เมื่อบรรดาตัวอย่างเหล่านี้ได้รับ ความรู้ ความเข้าใจเนื้อหาเรื่องราวต่าง ๆ ทางศาสนา รวมทั้งเรื่องเกี่ยว กับฮิญาบในรูปแบบต่าง ๆ บุคคลได้เปลี่ยนแปลงการให้ความหมาย คำนิยามที่ มีอยู่เดิมที่เป็นความหมายเชิงลบไปเป็นความหมายในเชิงบวกบนพื้นฐานของ แนวโน้มเอียง (orientation) ของความศรัทธาในทางศาสนาและบุคคล ได้ผูกพันตัวเองเข้ากับความหมายที่ตนได้ให้กับฮิญาบ และตัวอย่างส่วนใหญ่ แสดงออกถึงความยึดมั่นต่อฮิญาบในสถานการณ์ที่สั่นคลอนความมั่นคงของการ แต่งฮิญาบด้วยชุดของความคิดเหตุผลที่แสดงให้เห็นถึงความยึดมั่นศรัทธาต่อ พระเจ้าอย่างชัดเจน ภายใต้เงื่อนไขความกดดันทางสังคมในบริบทของสังคมใหญ่

บรรณานุกรม :
กิตติภูมิ วิเศษศักดิ์ . (2534). กระบวนการพัฒนาและธำรงเอกลักษณ์แห่งการแต่งกายแบบฮิญาบของนักศึกษา สตรีมุสลิมในมหาวิทยาลัยส่วนกลาง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กิตติภูมิ วิเศษศักดิ์ . 2534. "กระบวนการพัฒนาและธำรงเอกลักษณ์แห่งการแต่งกายแบบฮิญาบของนักศึกษา สตรีมุสลิมในมหาวิทยาลัยส่วนกลาง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กิตติภูมิ วิเศษศักดิ์ . "กระบวนการพัฒนาและธำรงเอกลักษณ์แห่งการแต่งกายแบบฮิญาบของนักศึกษา สตรีมุสลิมในมหาวิทยาลัยส่วนกลาง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print.
กิตติภูมิ วิเศษศักดิ์ . กระบวนการพัฒนาและธำรงเอกลักษณ์แห่งการแต่งกายแบบฮิญาบของนักศึกษา สตรีมุสลิมในมหาวิทยาลัยส่วนกลาง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.