ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ฟิล์มที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากไคโตแซน : ปัจจัยการผลิตที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์ม และการใช้ประโยชน์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ฟิล์มที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากไคโตแซน : ปัจจัยการผลิตที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์ม และการใช้ประโยชน์
นักวิจัย : นพรัตน์ มะเห
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=58118
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาปัจจัยการผลิตที่มีผลต่อคุณสมบัติทางกายภาพของฟิล์มที่ย่อยสลายได้ทาง ชีวภาพจากไคโตแซน และส่วนผสมของไคโตแซนกับอนุพันธุ์เซลลูโลส พบว่าเมื่อความเข้มข้น ของไคโตแซนเพิ่มขึ้น ฟิล์มไคโตแซนที่ผลิตได้มีความหนา ความหนาแน่นผิวหน้าและค่าการต้าน แรงดึงเพิ่มขึ้น ส่วนค่าการซึมผ่านไอน้ำของแผ่นฟิล์มมีค่าเพิ่มขึ้น (p<0.05) เมื่อความ เข้มข้นของไคโตแซนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 1 และเมื่อความเข้มข้นของไคโตแซนเพิ่มขึ้นมากกว่า ร้อยละ 1 ค่าการซึมผ่านไอน้ำของแผ่นฟิล์มมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย (p>0.05) สำหรับฟิล์มผสมระหว่างไคโตแซนและอนุพันธ์ของเซลลูโลส (เมททิลเซลลูโลส, MC และไฮดรอก ซีโปรพิวเมททิลเซลลูโลส, HPMC) มีค่าการต้านแรงดึงสูงสุด 3.05 kN/m สำหรับฟิล์มไคโตแซน ผสม MC และ 2.79 kN/m สำหรับฟิล์มไคโตแซนผสม HPMC เมื่อมีปริมาณของอนุพันธ์เซลลูโลส ร้อยละ 10 ฟิล์มผสมระหว่างไคโตแซนและ HPMC มีความยึดหยุ่นมากกว่าฟิล์มผสมระหว่าง ไคโตแซนและ MC เมื่อคัดเลือกฟิล์มทั้งสามชนิดได้แก่ ฟิล์มไคโตแซนร้อยละ 1 ฟิล์มไคโตแซนผสม MC ร้อยละ 20 และฟิล์มไคโตแซนผสม HPMC ร้อยละ 20 มาปรับปรุงคุณสมบัติโดยการเติมพลาสติไซเซอร์ พบว่าฟิล์มที่เติมซอร์บิทอลมีค่าการต้านแรงดึงสูงกว่าฟิล์มที่เติมกลีเซอรอลแต่กลีเซอรอล ทำให้ฟิล์มมีความยืดหยุ่นและมีค่าการซึมผ่านไอน้ำสูงกว่าซอร์บิทอล และได้คัดเลือกชุด ทดลองที่ใช้กลีเซอรอลในระดับความเข้มข้นร้อยละ 60 ของปริมาณโพลีเมอร์เพื่อการศึกษาต่อไป ส่วนการเติมกรดลอริกและกรดสเตียริกมีผลต่อการซึมผ่านไอน้ำของแผ่นฟิล์มเพียงเล็กน้อย โดยการเติมกรดลอริกช่วยให้ฟิล์มมีความสามารถในการป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำได้ดีกว่า การเติมกรดสเตียริก แต่อย่างไรก็ตามฟิล์มที่เติมกรดไขมันทั้งสองชนิดผสมกัน มีค่าการซึม ผ่านไอน้ำต่ำกว่าฟิล์มที่เติมกรดลอริกเพียงชนิดเดียว จึงคัดเลือกชุดทดลองที่ใช้กรดไขมัน ผสมที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 45 ของปริมาณโพลีเมอร์เพื่อการศึกษาต่อไป การเปรียบเทียบคุณสมบัติเชิงกลกับฟิล์มสังเคราะห์พีวีซีพบว่า ฟิล์มจากไคโตแซนที่ ผลิตได้มีค่าการต้านแรงดึงและค่าการซึมผ่านไอน้ำสูงกว่า แต่ค่าการยืดตัวเมื่อขาดต่ำกว่า ฟิล์มพีวีซี ความสามารถในการถูกย่อยสลายของฟิล์มแต่ละชนิดต่างกัน ฟิล์มไคโตแซนผสมอนุพันธุ์ ของเซลลูโลสที่เติมกรดไขมันผสม สามารถถูกย่อยสลายได้เร็วกว่าฟิล์มไคโตแซนที่เติมกรดไขมัน ผสม และเมื่อเวลาผ่านไป 35 วัน ฟิล์มทั้ง 3 ชนิดสูญเสียน้ำหนักไปประมาณร้อยละ 90 ในขณะ ที่ฟิล์มพีวีซีสูญเสียน้ำหนักไปเพียงประมาณร้อยละ 17 ส่วนฟิล์มที่เติมกลีเซอรอลสามารถ ถูกย่อยสลายได้เกือบสมบูรณ์ เมื่อฝังดินเป็นเวลา 35 วัน การทดลองเคลื่อบชิ้นปลาเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาด้วยสารละลายไคโตแซน และสารละลาย ไคโตแซนผสมอนุพันธ์เซลลูโลส พบว่าคุณภาพทางเคมีของชิ้นปลามีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ตลอดระยะเวลาเก็บรักษาเป็นเวลา 60 วันที่อุณหภูมิ -180(+,ฐ)ซ ส่วนคุณภาพทางประสาทสัมผัสหลัง จากวันที่ 50 ชุดควบคุม (ไม่เคลื่อบ) มีสีเข้มกว่าชุดที่มีการเคลือบ แต่คุณลักษณะอื่น ๆ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

บรรณานุกรม :
นพรัตน์ มะเห . (2540). ฟิล์มที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากไคโตแซน : ปัจจัยการผลิตที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์ม และการใช้ประโยชน์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นพรัตน์ มะเห . 2540. "ฟิล์มที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากไคโตแซน : ปัจจัยการผลิตที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์ม และการใช้ประโยชน์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นพรัตน์ มะเห . "ฟิล์มที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากไคโตแซน : ปัจจัยการผลิตที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์ม และการใช้ประโยชน์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
นพรัตน์ มะเห . ฟิล์มที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากไคโตแซน : ปัจจัยการผลิตที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์ม และการใช้ประโยชน์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.