ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันสะเดาอัดเม็ดในการออกฤทธิ์ป้องกันและกำจัดด้วงงวงข้าวสาร

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันสะเดาอัดเม็ดในการออกฤทธิ์ป้องกันและกำจัดด้วงงวงข้าวสาร
นักวิจัย : อัญชลี สงวนพงษ์
คำค้น : essential oil , neem oil , rice weevil , synergism , volatile substances , น้ำมันสะเดา , น้ำมันหอมระเหย , สารหอมระเหย , สารเพิ่มประสิทธิภาพ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDF4180046 , http://research.trf.or.th/node/585
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารทดสอบชนิดต่าง ๆ ต่อการเปลี่ยนแปลงประชากรด้วง งวงข้าวสาร และศึกษาผลของสารทดสอบชนิดต่าง ๆ ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของ น้ำมันสะเดา โดยวิธีการนำข้าวสารทดสอบมาอบหรือรมด้วยน้ำมันสะเดาสูตรผสมต่าง ๆ เป็น เวลา 3 วันทำการศึกษาผลต่ออัตราการรอดชีวิต ความสามารถในการวางไข่และผลิตลูกหลาน ความสามารถในการฟักออกเป็นตัวจากไข่ที่แมลงที่วางไว้ นอกจากนี้ยังศึกษาผลที่มีต่อการเพิ่ม- ลดประชากรของแมลงที่อาศัยอยู่ในพืชอาหารโดยอบหรือรมด้วยน้ำมันสะเดาสูตรต่าง ๆ ตลอด ระยะเวลาการทดสอบนาน 48 สัปดาห์ สารที่ใช้ในการทดสอบได้แก่น้ำมันสะเดา(NO) น้ำมัน สะเดาสูตรผสมน้ำมันอบเชย(NO+CI) สูตรผสมน้ำมันกานพลู(NO+CL) สูตรผสมน้ำมันตะไคร้ หอม(NO+CIT) สูตรผสมการบูร(NO+CA) สูตรผสมพิมเสน(NO+BO) หรือสูตรผสมเมนทอล (NO+ME) การนำน้ำมันสะเดาสูตรผสมต่าง ๆ มาอบหรือรมข้าวสารเป็นเวลา 3 วัน พบว่าสูตร ผสมทุกสูตรไม่มีผลในการทำให้แมลงตายโดยตรง แต่พบว่าการใช้น้ำมันสะเดาสูตรผสมน้ำมัน อบเชย น้ำมันตะไคร้หอมหรือเมนทอลมีผลทำให้แมลงเข้าทำลายพืชอาหารและวางไข่ได้น้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมน้ำมันสะเดาด้วยเมนทอลสามารถเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันสะเดาใน การยับยั้งการวางไข่ได้มากกว่าทรีตเมนต์ใด ๆ ในขณะที่การใช้น้ำมันสะเดาสูตรผสมพิมเสนแสดง แนวโน้มในการลดประสิทธิภาพของน้ำมันสะเดาในการออกฤทธิ์ป้องกันกำจัดแมลง ส่วนผลที่มี ต่อความสามารถในการผลิตลูกหลานพบว่าการใช้น้ำมันสะเดาผสมน้ำมันอบเชย น้ำมันตะไคร้ หอม หรือเมนทอลยับยั้งความสามารถในการฟักออกเป็นตัวจากไข่ที่แมลงวางไว้ได้ ส่วนการผสม น้ำมันสะเดากับน้ำมันกานพลู การบูรหรือพิมเสนไม่มีผลทำให้มีจำนวนตัวเต็มวัยในรุ่นถัดไปลด ลง แมลงที่รอดชีวิตจากการอบหรือรมข้าวสารด้วยสูตรผสมทุกสูตรมีความสามารถในการเข้า ทำลายพืชอาหารใหม่และวางไข่ได้น้อยลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมกับเมนทอลแต่การใช้น้ำมัน สะเดาผสมน้ำมันกานพลู การบูรหรือพิมเสนมีแนวโน้มกระตุ้นให้แมลงที่รอดชีวิตมีความสามารถ ในการวางไข่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามพบว่าน้ำมันสะเดาทุกสูตรไม่มีผลในการยับยั้งการฟักออกเป็น ตัว ผลต่อการเพิ่มหรือลดจำนวนประชากรแมลงโดยนำมาอบหรือรมข้าวสารตลอดระยะเวลาการ ทดลองพบว่าสูตรผสมการบูร พิมเสน หรือเมนทอลเพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของน้ำมัน สะเดาโดยเพิ่มเปอร์เซนต์การตายของแมลงและลดเปอร์เซนต์การสูญเสียน้ำหนักข้าวได้โดย เฉพาะอย่างยิ่งสูตรผสมเมนทอลช่วยยับยั้งการเข้าทำลายผลผลิตได้ดีที่สุด ในขณะที่สูตรผสมน้ำ มันกานพลูมีผลลดทอนประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของน้ำมันสะเดา ส่วนการผสมน้ำมันสะเดา กับน้ำมันอบเชยหรือน้ำมันตะไคร้หอมพบว่า ให้ผลไม่แตกต่างจากการใช้น้ำมันสะเดาอย่างเดียว การศึกษาจำนวนสะสมของไข่ที่แมลงวางไว้ตลอดช่วงการทดสอบพบว่าการผสมน้ำมันกานพลูมี ผลลดทอนประสิทธิภาพในการยับยั้งการวางไข่ของแมลงทำให้จำนวนสะสมของไข่ที่แมลงวางไว้มี มากกว่าทรีตเมนต์ควบคุมและการใช้น้ำมันสะเดาอย่างเดียว ในทางตรงกันข้ามสูตรผสมน้ำมัน อบเชยเพิ่มประสิทธิภาพในการยับยั้งการวางไข่ของแมลง ส่วนสูตรผสมน้ำมันตะไคร้หอม การบูร พิมเสนหรือเมนทอลให้ผลไม่แตกต่างจากการใช้น้ำมันสะเดาอย่างเดียวและทรีตเมนต์ควบคุม ส่วนผลการยับยั้งการฟักออกเป็นตัวพบว่าสูตรผสมน้ำมันกานพลูหรือน้ำมันอบเชยลดประสิทธิ ภาพในการออกฤทธิ์ของน้ำมันสะเดาแต่การผสมน้ำมันสะเดากับสารหอมระเหยเช่นการบูร พิมเสนหรือเมนทอลสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ทำให้มีจำนวนสะสมของด้วงงวง ข้าวสารที่ฟักออกเป็นตัวน้อยและทำให้มีจำนวนตัวเต็มวัยในรุ่นถัดไปลดลง การทดสอบคุณภาพของรสชาดและการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อข้าวสารที่เหลือภาย หลังการทดสอบนาน 48 สัปดาห์พบว่าคุณภาพกลิ่นของข้าวสารทดสอบในแต่ละทรีตเมนต์มีค่า ระดับคะแนนต่ำกว่ามาตราฐานของการหุงต้มเพื่อรับประทานของข้าวหอมมะลิและข้าวสาร ธรรมดาโดยที่การใช้น้ำมันสะเดาอย่างเดียวมีค่าระดับคะแนนของคุณภาพกลิ่นดีที่สุด ส่วนการใช้ น้ำมันสะเดาผสมน้ำมันกานพลูหรือเมนทอลมีคุณภาพกลิ่นไม่พึ่งประสงค์มากที่สุด ส่วนค่าคุณ ภาพอื่น ๆ ได้แก่ ความนุ่ม การเกาะตัว ความขาวตลอดจนความเลื่อมมันพบว่าอยู่ในเกณฑ์ มาตรฐานที่ยอบรับได้โดยการใช้น้ำมันสะเดาสูตรผสมต่าง ๆ ไม่มีผลต่อค่าคุณภาพดังที่ได้กล่าว มาแล้วและไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติกับทรีตเมนต์ควบคุมและการใช้น้ำมันสะเดาอย่างเดียว ผลการทดลองแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ในการใช้น้ำมันอบเชย น้ำมันตะไคร้หอมหรือ เมนทอลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของน้ำมันสะเดาในการป้องกันและกำจัดด้วงงวง ข้าวสารโดยการอบหรือรมนาน 3 วัน สูตรผสมต่าง ๆ มีฤทธิ์ในการป้องกันการเข้าทำลายพืช อาหาร ยับยั้งการวางไข่และการฟักออกเป็นตัวมีผลทำให้ประชากรแมลงในรุ่นถัดไปลดลง ขณะ ที่สูตรผสมน้ำมันกานพลู การบูรหรือพิมเสนลดประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของน้ำมันสะเดาแต่ให้ ผลดีกว่าการไม่ใช้สารทดสอบใด ๆ ส่วนการอบหรือรมนานตลอดระยะเวลาการทดสอบพบว่าให้ ผลแตกต่างไปกล่าวคือสูตรผสมการบูร พิมเสนหรือเมนทอลแสดงผลดีกว่าสูตรผสมน้ำมันหอม ระเหยในการยับยั้งการเข้าทำลายพืชอาหาร การวางไข่และการฟักออกเป็นตัวมีผลทำให้ประชา กรแมลงในรุ่นถัดไปลดลง ผลที่คล้ายคลึงกันคือสูตรผสมน้ำมันกานพลูลดประสิทธิภาพการออก ฤทธิ์ของน้ำมันสะเดา การทดสอบคุณภาพกลิ่นของข้าวสารทดสอบจากการใช้น้ำมันสะเดาอย่าง เดียวมีค่าระดับคะแนนของคุณภาพกลิ่นดีที่สุด ส่วนการใช้น้ำมันสะเดาผสมน้ำมันกานพลูหรือ ผสมเมนทอลมีคุณภาพกลิ่นไม่พึ่งประสงค์มากที่สุด ส่วนค่าคุณภาพอื่น ๆ ได้แก่ ความนุ่ม การ เกาะตัว ความขาวตลอดจนความเลื่อมมันพบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ยอบรับได้และไม่พบความ แตกต่างทางสถิติ ผลการทดลองสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสภาพการเก็บรักษาข้าวสารในภาชนะบรรจุใน บ้านเรือน ยุ้งฉางและโรงเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ อย่างไรก็ตามควรได้มีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อขยาย ขนาดการทดลองเพื่อหาปริมาณการใช้ สภาวะการระบายอากาศที่เหมาะสมตลอดจนศึกษาหาสาร ออกฤทธิ์ในน้ำมันหอมระเหยและสารหอมระเหยที่เป็นสาเหตุการเพิ่มหรือลดประสิทธิภาพการ ออกฤทธิ์ของน้ำมันสะเดาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของสูตรผสมและผลิตเชิงพานิชย์ต่อไปได้ Objectives are to study the efficiency of different formulated neem oil on the population dynamic of the rice weevil and to study the synergistic effects of certain essential oils and volatile substances on bioactivities of formulated neem oil Neem oil was formulated with certain essential oils and volatile substances. Their biological activities in comparison with untreated control and neem oil alone against the rice weevil Sitophilus oryzae were evaluated. All formulas were used to fumigate the test weevils in rice container for a certain period. The effectiveness of the test materials such as effect on insect survivalship, fecundity effect, number of adult emergence were determined. The test substances were clove oil, cinnamon oil, citronella oil, camphor, borneol and menthol. Fumigation of the rice grain with various formulas of neem oil showed that no direct mortality of Sitophilus oryzae were found. The neem oil mixed with cinnamon oil (NOCI), citronella oil (NOCIT) or menthol (NOME) resulted in greater feeding and oviposition deterrence than untreated control (CONTROL) and neem oil alone (NO). It was observed that the NOME showed the highest degree of inhibition effects on the egg laying of S. oryzae. In contrast with NOME, the formulated neem oil with borneol (NOBO) gave consistently worst results. Mixture of neem oil and clove oil (NOCL), camphor (NOCA) and borneol (NOBO) also showed negative influence on the number of egg- laying and emerged insects. Later studies with survived weevils confirmed the favorable result gained. It showed that the insects in each treatment lossed their abilities to damage their new host plants over a 24-week storage period, particularly in NOME treatment. There was also a decrease in number of egg laid by S. oryzae. On the other hand, the NOCL, NOCA and NOBO were ineffective to the oviposition of insect due to steep increase in number of egg laying along a 24-week storage period. The efficiency of different treatments on population dynamic of rice weevil showed that addition of camphor, borneol and menthol provided the synergistic effect to neem oil. Regarding the percentage of mortality and weight loss, the NOME treatment proved to be the best, whereas NOCL showed an antagonism to neem oil. Also the NOCI and NOCIT were not significant differrences to neem oil. The cumulative number of egg laid along a 48-week period in the NOCL was more than in the CONTROL and NO. Whereas the NOCIT, NOCA, NOBO and NOME exhibited no differrent ovicidal property. Effect on hatchability and progeny development indicated that the NOCL and NOCI decreased an inhibition of adult emergence. In contrast, the NOCA, NOBO and NOME gave strong action in reducing hatchability of F1-offspring. An organoleptic test indicated that the grain treated over a 48-week period in all treatments had a disagreeable smell more than accepted value. Neem oil alone remained a best smell, whereas the NOCL and NOME showed the worst disagreeable smell. Other qualities such as firmness, stickiness, whiteness and appearance remained unaltered and showed no significant differrences by the CONTROL and NO. The results showed possibility as synergist agent of cinnamon oil, citronella oil and menthol to neem oil in controlling S. oryzae by grain fumigation for 3 days. It is concluded that the NOCI, NOCIT and NOME showed good consistency owing to neglible damage, inhibition of egg-laying and adult emergence, while the NOCL, NOCA and NOBO treatment provided an antagonism to neem oil. With the fumigation along the test period, addition of camphor(NOCA), borneol (NOBO) and menthol (NOME) to neem oil were more effective than addition of essential oils in reducing seed damage, egg laying and development of offspring emerged. The organoleptic test indicated that the grain treated with neem oil had a highest value (best smell), whereas the NOCL and NOME had a disagreeable smell. However the test failed to discriminate all qualities between the treated and untreated grain. Though the results demonstrated the possible practical applications of the formulated neem oil with certain essential oils and volatile substances for averting losses of food grains in confine conditions as warehouse and storage house. However, the size of on-farm storage should be further studied based on practical parameters: amount of used materials, aeration conditions including the active ingredients in essential oils and volatile substances. Only these approaches could be leaded to acceptance of this technology in commercial trial.

บรรณานุกรม :
อัญชลี สงวนพงษ์ . (2544). การเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันสะเดาอัดเม็ดในการออกฤทธิ์ป้องกันและกำจัดด้วงงวงข้าวสาร.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อัญชลี สงวนพงษ์ . 2544. "การเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันสะเดาอัดเม็ดในการออกฤทธิ์ป้องกันและกำจัดด้วงงวงข้าวสาร".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อัญชลี สงวนพงษ์ . "การเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันสะเดาอัดเม็ดในการออกฤทธิ์ป้องกันและกำจัดด้วงงวงข้าวสาร."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2544. Print.
อัญชลี สงวนพงษ์ . การเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันสะเดาอัดเม็ดในการออกฤทธิ์ป้องกันและกำจัดด้วงงวงข้าวสาร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2544.