ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้สาหร่ายวุ้น (Gracilaria verrucosa)

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้สาหร่ายวุ้น (Gracilaria verrucosa)
นักวิจัย : อภิรักษ์ จันทวงศ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57620
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนา โดยใช้สาหร่ายวุ้น (Gracilaria verru- cosa) เพื่อศึกษาความสามารถของสาหร่ายวุ้นในการใช้สารอาหาร ที่มีในน้ำทิ้ง โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 4 ชุด คือ ชุดการ ทดลองที่ 1 เป็นการศึกษาในห้องปฏิบัติการโดยนำน้ำทิ้งจาก การเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนา มาทดสอบการเปลี่ยนแปลงของสาร อาหารในน้ำทิ้ง ใช้เวลาในการทดลอง 10 วัน ทำการทดลอง 2 ครั้ง ผลการทดลองที่ได้พบว่า ปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจน ไนเตรท-ไนโตรเจน ปริมาณไนไตรท์-ไนโตรเจน ปริมาณฟอสเฟต- ฟอสฟอรัส ลดลงร้อยละ 95-100 ชุดการทดลองที่ 2 เป็นการศึกษาในห้องปฏิบัติการ โดย เลี้ยงสาหร่ายวุ้นหนัก 1.0+0.05 และ 2.0+0.05 กรัม (X+S.E.) ในน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนา แบ่งน้ำทิ้งเป็น 2 ส่วน คือ น้ำทิ้ง และน้ำทิ้งที่ผ่านการกรองด้วยถุงกรองแพลงก์- ตอน ขนาดตา 49 ไมโครมิเตอร์ ใช้เวลาในการทดลอง 4 วัน ผล การทดลองที่ได้พบว่า เมื่อใช้สาหร่ายวุ้นหนัก 1 และ 2 กรัม ต่อน้ำทิ้ง 200 มล. เลี้ยงเป็นเวลา 3 วัน สาหร่ายวุ้นสามารถ ลดปริมาณสารอาหารในน้ำทิ้งได้ดังนี้ คือ ลดปริมาณแอมโมเนีย ไนโตรเจนลงร้อยละ 77.12 และร้อยละ 100 ลดปริมาณไนเตรท- ไนโตรเจนลงร้อยละ 79.03 และร้อยละ 96.77 ลดปริมาณไนไตรท์- ไนโตรเจนลงร้อยละ 77.27 และร้อยละ 100 ลดปริมาณฟอสเฟต ฟอสฟอรัสลงร้อยละ 60.53 และร้อยละ 100 มีอัตราการเจริญเติบ โตของสาหร่ายวุ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.75 ต่อวัน และร้อยละ 5.87 ต่อวันของน้ำหนักสด ชุดการทดลองที่ 3 เป็นการศึกษาในห้องปฏิบัติการ โดย เลี้ยงสาหร่ายวุ้นหนัก 1.0+0.05 และ 2.0+0.05 กรัม (X+S.E.) ในน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนา โดยนำน้ำทิ้งที่ ได้ไปฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำใช้เวลาในการทดลอง 4 วัน ผลการทดลอง ที่ได้พบว่า เมื่อใช้สาหร่ายวุ้นหนัก 1 และ 2 กรัมต่อน้ำทิ้ง 200 มล. เลี้ยงเป็นเวลา 3 วัน สาหร่ายวุ้นสามารถลดปริมาณ สารอาหารในน้ำทิ้งได้ดังนี้ คือ ลดปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจน ลงร้อยละ 96.82 เท่ากัน ลดปริมาณไนเตรท-ไนโตรเจนลงร้อยละ 76.92 และร้อยละ 90.38 ลดปริมาณไนไตรท์-ไนโตรเจนลงร้อยละ 68.75 และร้อยละ 87.5 ลดปริมาณฟอสเฟตฟอสฟอรัสลงร้อยละ 65.11 และร้อยละ 88.37 มีอัตราการเจริญเติบโตของสาหร่าย วุ้นเฉลี่ยร้อยละ 8.14 ต่อวัน และร้อยละ 22.21 ต่อวันของ น้ำหนักสด ชุดการทดลองที่ 4 เป็นการเลี้ยงสาหร่ายวุ้นในคลองน้ำ ทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนา โดยเลี้ยงสาหร่ายวุ้น แบบผูกบนเส้นเชือก ใช้สาหร่ายวุ้นหนัก 100+5 กรัมต่อเส้น เลี้ยง 30 วัน และ 200+5 กรัมต่อเส้น เลี้ยง 55 วัน ผลการ ทดลองที่ได้พบว่าเมื่อเลี้ยงสาหร่ายวุ้นในคลองน้ำทิ้ง ปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจนลดลงร้อยละ 5-20 ไนเตรท-ไนโตรเจน ลดลงร้อยละ 13-22 ไนเตรท์ไนโตรเจนลดลงร้อยละ 0-10 ฟอสเฟต- ฟอสฟอรัสลดลงร้อยละ 16-28 และสาหร่ายวุ้นมีอัตราการเจริญ เติบโตตลอดคลองน้ำทิ้งเฉลี่ยร้อยละ 0.05 และ 0.03 ต่อวัน ของน้ำหนักสด จากการทดลองที่สามารถชี้ให้เห็นว่า สาหร่ายวุ้นสามารถ ใช้สารอาหารที่มีในน้ำทิ้งได้ และควรเลี้ยงสาหร่ายวุ้นใน คลองน้ำทิ้งให้ห่างจากประตูระบายน้ำทิ้งไม่ต่ำกว่า 30 เมตร

บรรณานุกรม :
อภิรักษ์ จันทวงศ์ . (2536). การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้สาหร่ายวุ้น (Gracilaria verrucosa).
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อภิรักษ์ จันทวงศ์ . 2536. "การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้สาหร่ายวุ้น (Gracilaria verrucosa)".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อภิรักษ์ จันทวงศ์ . "การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้สาหร่ายวุ้น (Gracilaria verrucosa)."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
อภิรักษ์ จันทวงศ์ . การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้สาหร่ายวุ้น (Gracilaria verrucosa). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.