ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาโครงกระดูกที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีทัพหลวง คุ้งขี้เหล็ก อู่ทอง ซับจำปา และโคกพนมดี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาโครงกระดูกที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีทัพหลวง คุ้งขี้เหล็ก อู่ทอง ซับจำปา และโคกพนมดี
นักวิจัย : วัฒนา สุภวัน
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2529
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55819
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

Dr. H.G. Quaritch Wales (1969) ผู้ที่ขุดค้นที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และ จากจดหมายเหตุจีน เชื่อว่ามีอาณาจักรทวารวดีจริงในดินแดนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน คนที่ อาศัยอยู่ส่วนใหญ่เป็นคนไทย มีคนเชื้อชาติมอญเป็นชนชั้นปกครอง หลักฐานส่วนใหญ่ได้จาก สิ่งก่อสร้างบนพื้นดินและสิ่งของเครื่องใช้ที่ฝังไว้กับศพและอักษรมอญที่จารึกอยู่ การศึกษาโครง กระดูกเพื่อบอกเชื้อชาติได้กระทำกันน้อยมาก การใช้โครงกระดูกสำหรับแสดงเชื้อชาติได้ทำการ ศึกษาโดยศาสตราจารย์นายแพทย์สุด แสงวิเชียร และคณะสำหรับโครงกระดูกสมัยหินใหม่ขุดพบ ที่หมู่บ้านเก่า ตำบลจรเข้เผือก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี (1969) โครงกระดูกสมัย ทวารวดีที่พบที่ตำบลทัพหลวง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม (2513) และโครงกระดูกหลายสมัยที่ ทำการขุดค้นได้จากโคกพนมดี ตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โดยนายดำรงค์เกียรติ นกสกุล (2524) ผู้เสนอวิทยานิพนธ์จึงศึกษาเพิ่มเติมจากโครงกระดูกที่ขุดได้ใหม่ของสมัยทวารวดี และที่ส่งมารวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑสถานก่อนประวัติศาสตร์ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทย- ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วนำผลที่ได้จากลักษณะของโครงกระดูกทั้งที่วัดไม่ได้ และที่วัดได้ไปเปรียบเทียบกับโครงกระดูกคนไทยที่รวบรวมไว้ที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะ- แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และได้ทำการศึกษาแล้วโดยอาจารย์ในภาควิชา กายวิภาคศาสตร์ (สรรใจ แสงวิเชียร 2514) ผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากโครงกระดูกที่รวบรวมได้แตกหักเสียหาย เป็นส่วนมากจนไม่สามารถจะประกอบให้ทรงรูปเดิมได้ แต่ก็นับได้ว่าเป็นการศึกษาโครงกระดูกของ สมัยทวารวดีที่มากกว่าที่ได้เคยทำการศึกษามาแล้วและพอสรุปได้บางประการ การพิจารณาว่าแหล่งขุดค้นใดเป็นแหล่งของสมัยทวารวดีนั้น ก็โดยอาศัยหลักฐาน โบราณวัตถุที่ขุดค้นขึ้นมาได้เป็นสิ่งยืนยันและพิจารณาร่วมกับหลักฐานทางภูมิศาสตร์ ฉะนั้นใน วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมีภาพภูมิประเทศ แผนที่ และสิ่งของที่ขุดได้ประกอบอยู่ในแต่ละบทด้วย การศึกษาโครงกระดูกของสมัยทวารวดีได้ทำการศึกษาจากแหล่งต่างๆ จำนวน 5 แหล่ง ด้วยกันคือ 1. แหล่งโบราณคดีทัพหลวง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ผลการขุดค้นและศึกษา โครงกระดูกได้พิมพ์เป็นหนังสือ (สุด แสงวิเชียร 2513) ผู้เสนอวิทยานิพนธ์ได้ทำการศึกษา เพิ่มเติมและดัดแปลง ผลสรุปว่าไม่มีลักษณะทางโครงกระดูกใดที่แตกต่างไปจากโครงกระดูกของ คนไทยปัจจุบัน การใช้เครื่องประดับและประเพณีการตกแต่งฟันก็ยังคงสืบเนื่องต่อกันมาตั้งแต่ สมัยหินใหม่ 2. แหล่งโบราณคดีคุ้งขี้เหล็ก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โครงกระดูกที่ได้จาก แหล่งโบราณคดีนี้ขุดค้นโดยอาจารย์จากภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม เมื่อ พ.ศ.2518 เป็นผู้มอบให้ โครงกระดูกค่อนข้างชำรุด ได้ทำการศึกษาทั้งหมด 7 โครง โดย 6 โครงมีหมายเลขกำกับ อีก โครงหนึ่งใช้ชื่อว่าโครงที่ซ้อนกันทางทิศเหนือ ได้รายงานผลการศึกษาแต่ละโครงถึงลักษณะที่อาจ วัดได้และที่ไม่อาจวัดได้ หลังจากนั้นก็จะนำไปเปรียบเทียบกับที่รายงานไว้แล้วของรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร (2514) คงเปรียบเทียบได้แต่เพียงโครงหมายเลข 1 เท่านั้น นอกนั้น แตกหักไม่สามารถจะเปรียบเทียบได้ ขนาดต่างๆ อยู่ในระหว่างค่าเฉลี่ยสูงสุดถึงค่าเฉลี่ยต่ำสุด (range) ของคนไทยทั้งสองเพศ 3. แหล่งโบราณคดีอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดนครปฐมส่งมาให้เมื่อประมาณ พ.ศ.2520 เนื่องด้วยกระดูกที่ใส่กล่องมามีสภาพแตกหัก เสียหายหมด กะโหลกบางกะโหลกมีส่วนหน้าแตกหายไป และภายในกะโหลกมีทรายบรรจุอยู่เต็ม คงแยกได้แต่ส่วนคางล่างชิ้นเดียวว่าเป็นของคนอายุน้อยเพราะฟันกรามซี่ที่ 3 ยังไม่ขึ้น มีเศษ ของคางบนอีก 1 ชิ้น คงอาศัยลักษณะวัตถุที่ขุดพบบ่งชี้ว่าเป็นของในสมัยทวารวดี 4. แหล่งโบราณคดีซับจำปา อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ภาควิชาโบราณคดี คณะ โบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้มอบให้เมื่อ พ.ศ. 2514 จากการขุดค้นโดยอาจารย์และนักศึกษาของคณะโบราณคดีพบว่าซับจำปาเป็นแหล่งที่มีร่องรอย บนผิวดินว่าเป็นสมัยทวารวดี จากภาพถ่ายทางอากาศแสดงรูปเมืองที่มีคูและเนินดินล้อมรอบสิ่งของ ที่พบอาจเก่าถึงสมัยหินใหม่และต่อลงมาจนถึงสมัยทวารวดี การขุดค้นได้พบโครงกระดูกเป็น จำนวนมาก แต่สภาพของโครงกระดูกไม่สมบูรณ์ 5. แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี นายดำรงค์เกียรติ นกสกุลเป็นผู้ขุดค้นเมื่อ พ.ศ.2522 เขียนเป็นวิทยานิพนธ์เมื่อ พ.ศ.2524 โดยขุดหลุมขนาด 5x3 เมตร ลึก 8.80 เมตร พบโครงกระดูกเป็นจำนวนมากซ้อนกันเป็น ชั้นๆ (หลายสมัย) และโดยการหาอายุโดยวิธีเรดิโอคาร์บอน ทำให้ทราบอายุของโครงแน่นอนขึ้น การศึกษาจาก 2 โครง (โครงที่ 2 และโครงที่ 4 ของรายงานการขุดค้น) ได้อายุอยู่ในสมัย ทวารวดีคือประมาณ 1,900 ปี โครงที่ 2 หรือโครงที่ 4 ในรายงานการขุดค้นมีส่วนกะโหลกและ ส่วนอื่นๆ ของโครงเกือบครบถ้วน การทำความสะอาดค่อนข้างยากเพราะศพถูกโรยด้วยดินแดง วัตถุที่โรยติดกับเนื้อกระดูกแน่นจนไม่อาจทำการวัดได้แน่นอน เฉพาะลักษณะที่วัดได้ซึ่งเป็น โครงของชายและมีขนาดที่วัดอยู่ในค่าเฉลี่ยสูงสุดถึงค่าเฉลี่ยต่ำสุดของที่วัดได้ในโครงกระดูกของ คนไทยปัจจุบัน (สรรใจ แสงวิเชียร 2514) ผลของการศึกษาจากแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีทั้ง 5 แหล่ง ทำให้สันนิษฐานได้ว่า โครงกระดูกของคนสมัยทวารวดีที่พบนั้นมีลักษณะทางกายภาพไม่แตกต่างไปจากโครงกระดูกของ คนไทยปัจจุบัน

บรรณานุกรม :
วัฒนา สุภวัน . (2529). การศึกษาโครงกระดูกที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีทัพหลวง คุ้งขี้เหล็ก อู่ทอง ซับจำปา และโคกพนมดี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วัฒนา สุภวัน . 2529. "การศึกษาโครงกระดูกที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีทัพหลวง คุ้งขี้เหล็ก อู่ทอง ซับจำปา และโคกพนมดี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วัฒนา สุภวัน . "การศึกษาโครงกระดูกที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีทัพหลวง คุ้งขี้เหล็ก อู่ทอง ซับจำปา และโคกพนมดี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2529. Print.
วัฒนา สุภวัน . การศึกษาโครงกระดูกที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีทัพหลวง คุ้งขี้เหล็ก อู่ทอง ซับจำปา และโคกพนมดี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2529.