ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การทดแทนกันของปัจจัยการผลิตข้าวนาปีของประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทดแทนกันของปัจจัยการผลิตข้าวนาปีของประเทศไทย
นักวิจัย : สุระพรรณ์ จุลสุวรรณ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=54725
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงลักษณะของการทดแทนกันและพึ่งพากันของปัจจัยการผลิต ข้าวนาปีของประเทศไทย ในการศึกษาได้ทำการคำนวณค่าของความยืดหยุ่นของการทดแทนระหว่างปัจจัยสองชนิด และความยืดหยุ่นของอุปสงค์ปัจจัยการผลิตต่อราคา เมื่อค่าของความยืดหยุ่นเป็นบวก แสดงว่าปัจจัยการผลิตเป็น ปัจจัยที่ใช้ทดแทนกัน และเมื่อค่าของความยืดหยุ่นเป็นลบ แสดงว่าปัจจัยการผลิตเป็นปัจจัยที่ใช้พึ่งพากัน แบบจำลองที่ใช้ในการศึกษาคือฟังก์ชันต้นทุนแบบทรานสล็อก (Translog cost function) เมื่อใช้ Shephards lemma กับฟังก์ชันต้นทุน จะได้ฟังก์ชันส่วนแบ่งต้นทุน (cost share) ของปัจจัยการผลิตแต่ละชนิด ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาเป็นข้อมูลภาคตัดขวางของการเพาะปลูกข้าวนาปีในปี 2537/38 ปัจจัยการผลิตที่สำคัญ ในการเพาะปลูกข้าวนาปี แบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ แรงงาน เครื่องจักร ปุ๋ย ที่ดิน และเมล็ดพันธุ์ วิธีทางเศรษฐมิติ ที่ใช้ในการคำนวณคือ WLS โดยทำการคำนวณสมการส่วนแบ่งต้นทุนพร้อมกันทุกสมการ ค่าพารามิเตอร์ที่ คำนวณได้จะนำไปใช้ในการคำนวณค่าความยืดหยุ่นตามสูตรของ Allen ในกรณีของความยืดหยุ่นของการทดแทนของปัจจัยการผลิต ผลการศึกษาพบว่าสำหรับปัจจัยที่ใช้ทดแทนกัน แรงงานเป็นปัจจัยที่ใช้ทดแทนกันได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับปัจจัยอื่น ๆ อีก 4 ชนิด คือ เครื่องจักร ปุ๋ย ที่ดิน และเมล็ดพันธุ์ โดยปัจจัยแรงงานกับเมล็ดพันธุ์มีขีดความสามารถของการทดแทนกันสูงสุด หมายความว่า เมื่อค่าจ้างแรงงานสูงขึ้นโดยเปรียบเทียบกับราคาเมล็ดพันธุ์ เกษตรกรจะใช้เมล็ดพันธุ์โดยเปรียบเทียบ กับจำนวนแรงงานเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก และในทางกลับกันเมื่อค่าจ้างแรงงานโดยเปรียบเทียบลดลง เกษตรกรจะ ใช้เมล็ดพันธุ์ลดลง ส่วนแรงงานกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น แรงงานกับเครื่องจักร จะมีความสามารถของการทดแทนกัน ค่อนข้างต่ำ ส่วนความยืดหยุ่นของการทดแทนของปัจจัยการผลิตที่ใช้พึ่งพากัน ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยปุ๋ยกับที่ดิน และปัจจัย ปุ๋ยกับเมล็ดพันธุ์ เป็นปัจจัยการผลิตที่ใช้พึ่งพากัน โดยปัจจัยปุ๋ยกับเมล็ดพันธุ์มีระดับการพึ่งพากันค่อนข้างสูง ในขณะที่เครื่องจักรกับเมล็ดพันธุ์ไม่มีการพึ่งพากันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับความยืดหยุ่นของอุปสงค์ปัจจัยการผลิตต่อราคา ผลการศึกษาพบว่า ความยืดหยุ่นไขว้ของอุปสงค์ ปัจจัยการผลิตต่อราคามีค่าสัมบูรณ์น้อยกว่า 1 ยกเว้นความยืดหยุ่นไขว้ของอุปสงค์เมล็ดพันธุ์ต่อค่าจ้างแรงงาน ที่มีค่ามากกว่า 1 แสดงให้เห็นว่าปัจจัยการผลิตแทบทุกชนิดมีขีดความสามารถของการทดแทนหรือพึ่งพากันต่ำ ส่วนความยืดหยุ่นของอุปสงค์ปัจจัยการผลิตต่อราคาตัวมันเองทุกค่ามีค่าเป็นลบและมีค่าสัมบูรณ์น้อยกว่า 1 โดยมีค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์เมล็ดพันธุ์ต่อราคาสูงสุดและของที่ดินต่ำสุด การทราบค่าความยืดหยุ่นของการทดแทนของปัจจัยการผลิตจะทำให้สามารถคาดการณ์ถึงผลกระทบและการปรับตัว ของเกษตรกรเมื่อราคาสัมพัทธ์ของปัจจัยการผลิตเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลในการเลือกใช้ นโยบายที่เหมาะสม เช่น นโยบายภาษี และนโยบายการให้เงินสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านราคา นโยบายเหล่านี้จะมี ผลกระทบต่อการเลือกใช้ปัจจัยการผลิตของเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการผลิตและต่อปริมาณผลผลิตข้าวนาปี

บรรณานุกรม :
สุระพรรณ์ จุลสุวรรณ์ . (2543). การทดแทนกันของปัจจัยการผลิตข้าวนาปีของประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุระพรรณ์ จุลสุวรรณ์ . 2543. "การทดแทนกันของปัจจัยการผลิตข้าวนาปีของประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุระพรรณ์ จุลสุวรรณ์ . "การทดแทนกันของปัจจัยการผลิตข้าวนาปีของประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
สุระพรรณ์ จุลสุวรรณ์ . การทดแทนกันของปัจจัยการผลิตข้าวนาปีของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.