ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของฐานอำนาจและกลวิธีการใชัอิทธิพลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในสถานการณ์ ไม่เอื้ออำนวยที่มีต่อความผูกพัน การยอมตาม และการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของฐานอำนาจและกลวิธีการใชัอิทธิพลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในสถานการณ์ ไม่เอื้ออำนวยที่มีต่อความผูกพัน การยอมตาม และการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา
นักวิจัย : อิศรัฏฐ์ รินไธสง
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=52518
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความผูกพัน การยอมตามและการ ต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชาที่ผู้บริหารมีฐานอำนาจ กลวิธีการใช้อิทธิพลและใน สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยต่างกันและเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเพศ สถานการณ์ ไม่เอื้ออำนวย คุณลักษณะของผู้บริหาร ฐานอำนาจ พฤติกรรมการใช้อิทธิพลและสัมพันธภาพ ของผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชา ตัวแปรอิสระหรือตัวแปรเชิงสาเหตุของการวิจัยคือแรงจูงใจใฝ่อำนาจและ ความ เชื่ออำนาจในตน คุณธรรมด้านพรหมวิหารสี่ สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ฐานอำนาจและพฤติกรรม การใช้อิทธิพล ส่วนตัวแปรตาม ได้แก่ สัมพันธภาพของผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งประกอบด้วยตัวแปรความผูกพัน การยอมตามและการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยได้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรม สามัญศึกษาเขตการศึกษา 1-12 จำนวน 967 คน ได้รับแบบสอบถามตอบกลับ 852 คิดเป็น ร้อยละ 88.1 เก็บรวบรวมข้อมูลกระทำโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนตัวแปรพหุนาม (MANOVA) โดยใช้ โปรแกรม SPSS/PC(+) เวอร์ชัน 4.0 และวิเคราะห์ความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้น (LISREL) ด้วยโปรแกรม SPSS 7.51 with AMOS for window 95 ผลการวิจัยพบว่า 1. ปฏิสัมพันธ์ที่มีผลต่อสัมพันธภาพของผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสามตัวแปร คือตัวแปรความผูกพัน การยอมตาม และการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา ได้แก่ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ฐานอำนาจในตำแหน่งกับฐานอำนาจส่วนบุคคล กลวิธีการใช้ อิทธิพลแบบแข้งกับกลวิธีการใช้อิทธิพบแบบนุ่มนวล ฐานอำนาจในตำแหน่งกับกลวิธีการ ใช้อิทธิพลแบบแข็ง และฐานอำนาจส่วนบุคคลกับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบนุ่มนวล 2. ปฏิสัมพันธ์ที่มีผลต่อ สัมพันธภาพของผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชา เพียงสองตัวแปรคือ ตัวแปรความผูกพัน และการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา ได้แก่ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรฐานอำนาจส่วนบุคคลกับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบแข็ง สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยกับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบนุ่มนวล และสถานการณ์ไม่เอื้อ อำนวยกับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบมีเหตุมีผล ส่วนปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรส่งผลต่อการ ยอมตามและการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา ได้แก่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรกลวิธี การใช้อิทธิพลแบบแข็งกับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบมีเหตุมีผล และปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ฐานอำนาจในตำแหน่งกับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบมีเหตุมีผล 3. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ไม่ส่งผลต่อสัมพันธ์ภาพของผู้บริหารกับผู้ ใต้บังคับบัญชาเลย ได้แก่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบมีเหตุ มีผลกับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบนุ่มนวล ฐานอำนาจในตำแหน่งกับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบนุ่มนวล ฐานอำนาจส่วนบุคคลกับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบมีเหตุมีผล และสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย กับกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบแข็ง 4. เพศของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาต่างกัน มีฐานอำนาจและพฤติกรรมการ ใช้อิทธิพลไม่แตกต่างกัน 5. ตัวแปรที่มีอิทธิพบโดยตรงต่อตัวแปรความผูกพันของผู้ใต้บังคับบัญชาใน ทางบวกได้แก่ฐานอำนาจส่วนบุคคล กลวิธีการใช้อิทธิพลแบบนุ่มนวล และฐานอำนาจใน ตำแหน่ง ส่วนตัวแปรที่มีอิทธิพลโดยตรงในทางลบได้แก่ กลวิธีการใช้อิทธิพลแบบแข็ง และกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบมีเหตุมีผล โดยตัวแปรเหล่านี้อธิบายความแปรปรวนของตัว แปรความผูกพันได้ร้อยละ 29 ตัวแปรที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อการยอมตามของผู้ใต้บังคับ บัญชาในทางบวก ได้แก่ สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบแข็ง ขณะที่ ตัวแปรความเชื่ออำนาจในตนและคุณธรรมด้านพรหมวิหารสี่มีอิทธิพลในทางลบ โดยตัวแปร ที่มีอิทธิพลโดยตรงในทางบวกและลบนี้อธิบายความแปรปรวนของตัวแปรการยอมตามของ ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ร้อยละ 27 ส่วนตัวแปรที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อตัวแปรการต่อต้าน ของผู้ใต้บังคับบัญชาในทางบวกได้แก่ สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย กลวิธีในการใช้อิทธิพล แบบแข็ง และกลวิธีการใช้อิทธิพลแบบมีเหตุมีผล ส่วนตัวแปรพรหมวิหารสี่ และความเชื่อ อำนาจในตน มีอิทธิพลโดยตรงในทางลบ โดยทั้งหมดอธิบายความแปรปรวนของตัวแปรการ ต่อต้านได้ร้อยละ 30 6. ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อความผูกพันของผู้ใต้บังคับบัญชาในทางบวก ได้แก่ ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่อำนาจและพรหมวิหารสี่ ตัวแปรที่มีอิทธิพล ทางอ้อมต่อการยอมตามของผู้ใต้บังคับบัญชาในทางบวกได้แก่ แรงจูงใจใฝ่อำนาจ สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย และฐานอำนาจในตำแหน่ง ตัวแปรที่มีอิทธิพลในทางอ้อมต่อการ ต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชาในทางบวกได้แก่ สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย แรงจูงใจใฝ่ อำนาจ ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชาในทางลบ ได้แก่ ฐานอำนาจในตำแหน่ง

บรรณานุกรม :
อิศรัฏฐ์ รินไธสง . (2542). ผลของฐานอำนาจและกลวิธีการใชัอิทธิพลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในสถานการณ์ ไม่เอื้ออำนวยที่มีต่อความผูกพัน การยอมตาม และการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อิศรัฏฐ์ รินไธสง . 2542. "ผลของฐานอำนาจและกลวิธีการใชัอิทธิพลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในสถานการณ์ ไม่เอื้ออำนวยที่มีต่อความผูกพัน การยอมตาม และการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อิศรัฏฐ์ รินไธสง . "ผลของฐานอำนาจและกลวิธีการใชัอิทธิพลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในสถานการณ์ ไม่เอื้ออำนวยที่มีต่อความผูกพัน การยอมตาม และการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
อิศรัฏฐ์ รินไธสง . ผลของฐานอำนาจและกลวิธีการใชัอิทธิพลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในสถานการณ์ ไม่เอื้ออำนวยที่มีต่อความผูกพัน การยอมตาม และการต่อต้านของผู้ใต้บังคับบัญชา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.