ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ป่าชายเลนเพื่อการบำบัดน้ำเสียจากชุมชน: การเจริญเติบโตของพืชและสถานะภาพของธาตุอาหารในระบบ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ป่าชายเลนเพื่อการบำบัดน้ำเสียจากชุมชน: การเจริญเติบโตของพืชและสถานะภาพของธาตุอาหารในระบบ
นักวิจัย : กนกพร บุญส่ง
คำค้น : constructed wetland system , domestic wastewater , mangroves , nutrients , ธาตุอาหาร , น้ำเสียชุมชน , ป่าชายเลน , ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDF4180012 , http://research.trf.or.th/node/560
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ได้ทำการศึกษาความสามารถในการบำบัดน้ำเสียชุมชนของระบบพื้นที่ชุ่มน้ำป่าชาย เลนในระบบขนาด 100 x 300 ม2 ที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี พื้นที่ดังกล่าวได้แบ่งออกเป็น 2 ระบบ ขนาด 100 x 150 ม2 เท่ากัน ระบบที่ 1 เป็นระบบป่าชายเลนธรรมชาติ ระบบที่ 2 เป็นระบบป่าปลูกใหม่ ซึ่ง ปลูกกล้าไม้ 4 ชนิด คือ โกงกาง (Rhizophora spp.) แสมทะเล (Avicennia marina) ถั่ว (Bruguiera spp.) และโปรง (Ceriops spp.) เป็นโซนตามแนวขนานกับป่าชายเลนธรรมชาติ กว้างโซนละ 37.5 เมตร ด้วยระยะปลูก 1.5 x 1.5 ม2 ชนิดละ 1,600 ต้น ผลการทดลองบำบัด น้ำเสีย 7 ครั้ง ระหว่างเดือนกันยายน 2542 - พฤศจิกายน 2543 พบว่า มีค่าผันแปรมาก โดย ระบบป่าชายเลนธรรมชาติ (ซึ่งมีแสมทะเลเป็นพันธุ์ไม้เด่น) มีเปอร์เซนต์การกำจัด TSS (Total Suspended Solids), BOD (Biochemical Oxygen Demand), NO3-N (Nitrate-Nitrogen), TN (Total Nitrogen), PO4-P (Phosphate-Phosphorus) และ TP (Total Phosphorus) ในน้ำเสีย จากเทศบาลเมืองได้เฉลี่ย 44.84-66.86, 22.97-79.50, 14.12-85.48, 18.97-61.73, 22.24- 73.86, และ 21.49-67.49 ตามลำดับ ส่วนระบบป่าชายเลนปลูกใหม่มีเปอร์เซนต์การกำจัดค่าดัง กล่าวได้ 10.27-84.66, 27.86-69.72, 14.43-82.87, 16.65-64.71, 14.87-90.80 และ 16.69- 87.15 ตามลำดับ ซึ่งโดยทั่วไประบบป่าชายเลนปลูกใหม่จะมีเปอร์เซนต์การกำจัด TP และ PO4-P สูงกว่าระบบป่าชายเลนธรรมชาติ ขณะที่ระบบป่าชายเลนธรรมชาติมีเปอร์เซนต์การ กำจัด NO3-N สูงกว่าระบบป่าชายเลนปลูกใหม่ ในด้านผลของการใช้ป่าชายเลนบำบัดน้ำเสียต่อสมบัติของดิน พบว่า ทั้งในระบบป่า ชายเลนธรรมชาติและระบบป่าปลูกใหม่ มีปริมาณธาตุอาหาร (TN และ TP) ในดินผันแปรตาม ช่วงเวลาที่ทำการเก็บตัวอย่าง และ TP มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อนการใช้บำบัดน้ำเสีย ขณะที่ อินทรียวัตถุมีแนวโน้มลดลง ส่วนองค์ประกอบธาตุอาหาร (TN และ TP) ในใบพืชทั้งในระบบป่า ธรรมชาติและระบบป่าปลูกใหม่ พบว่า มีความผันแปรตามช่วงเวลาที่ทำการเก็บตัวอย่างเช่น เดียวกัน ในด้านการเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้ในระบบป่าชายเลนธรรมชาติ พบว่า ไม่มีความแตก ต่างจากแปลงควบคุม นอกจากนี้ยังพบว่าหากเปรียบเทียบพันธุ์ไม้ปลูกใหม่ทั้ง 4 ชนิด แสม ทะเลมีการเจริญเติบโตทั้งทางด้านเส้นผ่าศูนย์กลางและความสูง และมีมวลชีวภาพ และการ สะสมธาตุอาหารในใบสูงที่สุด ดังนั้นจึงมีศักยภาพสูงในการใช้บำบัดน้ำเสียเนื่องจากสามารถ สะสมธาตุอาหารไว้ในเนื้อเยื่อได้มาก ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมทั้งป่าชายเลนธรรมชาติและป่าชายเลน ปลูกใหม่สามารถใช้บำบัดน้ำเสียชุมชนได้ แต่ควรที่จะมีการศึกษาประสิทธิภาพของระบบและ การติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อไปโดยละเอียด The study of mangroves capability to treat domestic wastewater has been conducted in 100 x 300 m constructed wetland system at Laem Phak Bia Environmental Research and Development Project, Phetchaburi Province. The areas have been divided into 2 systems of which 100 x 150 m2 each. The first system is natural mangrove system, the second one is new planted mangrove system. In the second system, the areas have been further divided into four zones along the length in which the seedlings of Rhizophora spp., Avicennia marina, Bruguiera spp. and Ceriops spp. were planted at 1.5 x 1.5 m2 space, which the total of 1,600 seedlings each species. The results of 7 treatments during September 1999 to November 2000 were higly fluctuated. In natural forest system (which A. marina is dominant species), the removal percentage of TSS, BOD, NO3-N, TN, PO4-P and TP were 44.84-66.86, 22.97-79.50, 14.12-85.48, 18.97-61.73, 22.24-73.86, and 21.49-67.49, respectively. In the new planted system, the removal percentage of those parameters were 10.27-84.66, 27.86- 69.72, 14.43-82.87, 16.65-64.71, 14.87-90.80 and 16.69-87.15, respectively. Generally, the new planted system yielded higher removal percentage of TP and PO4-P. Whereas, the natural forest system showed higher removal percentage of NO3-N. Concurrently, the study of the impact of usage of mangroves as sewage treatment on soil characteristics indicated that soil nutrients (N and P) were temporally dependent. The TP concentration showed increasing trend whereas the OM showed decreasing trend. For the nutrient (N and P) constituents in plant leave, the study also showed the evidence of spatial variation. According to the plant growth, the growth in natural forest system were comparable to those in control plot. Moreover, it was found that in comparison among four new planted species, A. marina seedlings had highest growth rate, biomass potential and nutrient constituents in leave. Therefore, it has high potential to use in constructed wetlands since its high biomass potential and high nutrient constituents may provide an effective mechanism of nutrient retention in constructed wetlands. The overall results implied that both natural mangrove forest and new-planted mangrove forest can be used as constructed wetland systems to treat domestic wastewater. However, the efficiency of the systems and impact on the systems should be further analyzed in details.

บรรณานุกรม :
กนกพร บุญส่ง . (2548). การใช้ป่าชายเลนเพื่อการบำบัดน้ำเสียจากชุมชน: การเจริญเติบโตของพืชและสถานะภาพของธาตุอาหารในระบบ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กนกพร บุญส่ง . 2548. "การใช้ป่าชายเลนเพื่อการบำบัดน้ำเสียจากชุมชน: การเจริญเติบโตของพืชและสถานะภาพของธาตุอาหารในระบบ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กนกพร บุญส่ง . "การใช้ป่าชายเลนเพื่อการบำบัดน้ำเสียจากชุมชน: การเจริญเติบโตของพืชและสถานะภาพของธาตุอาหารในระบบ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
กนกพร บุญส่ง . การใช้ป่าชายเลนเพื่อการบำบัดน้ำเสียจากชุมชน: การเจริญเติบโตของพืชและสถานะภาพของธาตุอาหารในระบบ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.