ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้แนพธาซารินเป็นรีเอเจนต์ในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนเพื่อการวิเคราะห์หาปริมาณของทองแดง, นิกเกิล และโคบอลต์

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้แนพธาซารินเป็นรีเอเจนต์ในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนเพื่อการวิเคราะห์หาปริมาณของทองแดง, นิกเกิล และโคบอลต์
นักวิจัย : รัศมี ชัยสุขสันต์
คำค้น : chemically modified electrode , Copper , naphthazarin , Spectrophotometry , voltammetry , ขั้วไฟฟ้าดัดแปลง , ทองแดง , สเปกโตรโฟโตเมตรี , แนพธาซาริน , โวลแทมเมตรี
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDF4080079 , http://research.trf.or.th/node/545
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของโครงการคือเพื่อการนำแนพธาซารินมาใช้เป็นรีเอเจนต์ ในการ วิเคราะห์หาปริมาณของทองแดง, นิกเกิล และ โคบอลต์ในตัวอย่างทางอุตสาหกรรมและตัว อย่างทางธรรมชาติ ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ทางสเปกโตรโฟโตเมตรี และโวลแทมเมตรี โดย การศึกษาสมบัติของสารประกอบเชิงซ้อนของแนพธาซารินกับไอออนทองแดง, นิกเกิล และ โคบอลต์โดยเทคนิคทางสเปกโตรโฟโตเมตรีและโวลแทมเมตรี เพื่อหาความเป็นไปได้และ สภาวะที่เหมาะสมของแต่ละเทคนิคในการนำแนพธาซารินมาใช้เป็นรีเอเจนต์เพื่อการวิเคราะห์ ไอออนโลหะเหล่านี้กับตัวอย่างจริง ผลที่ได้รับคือในสภาวะและวิธีการที่เหมาะสม ไอออน ทองแดง(II)เกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับแนพธาซารินแล้วให้สัญญาณการตรวจวัดที่ใช้เป็น ประโยชน์ในการวิเคราะห์ทองแดงอย่างได้ผลโดยวิธีสเปกโตรโฟโตเมตรีและวิธีโวลแทมเมตรี สรุปได้ว่าจากการศึกษาโดยเทคนิคสเปกโตรโฟโตเมตรี แนพธาซารินสามารถใช้เป็นรีเอเจนต์ เพื่อการวิเคราะห์ทองแดง ในระดับปริมาณ 0.9 - 4.5 ppm โดยอาศัยการดูดกลืนแสงของสาร ประกอบเชิงซ้อนของทองแดง(II)-แนพธาซาริน วิธีนี้สามารถใช้วิเคราะห์ทองแดงในตัวอย่าง โลหะผสมที่มีโลหะชนิดอื่นๆปนอยู่ได้หลายชนิด และไม่จำเป็นต้องใช้การสกัดด้วยตัวทำละลาย อินทรีย์ เมื่อทำการศึกษาโดยเทคนิคทางเคมีไฟฟ้า ได้ประดิษฐ์ขั้วไฟฟ้าดัดแปลงคาร์บอน- เพสท์ซึ่งประกอบด้วยแนพธาซาริน เพื่อใช้ในการตรวจวัดปริมาณไอออนทองแดงร่วมกับเทคนิค สตริปปิงโวลแทมเมตรี ความไวของการวิเคราะห์โดยเทคนิคนี้ จะเพิ่มขึ้นกว่าเทคนิคสเปกโตร โฟโตรเมตรีได้ถึงประมาณ 7 เท่า เพราะสามารถเพิ่มสัญญานการตรวจวัดได้ โดยการเพิ่มเวลา ที่ให้ไอออนทองแดงเข้าเกาะที่ขั้วดัดแปลงในขั้นตอนเพิ่มความเข้มข้น ซึ่งในงานต่อเนื่องจากนี้ สามารถใช้เทคนิคโฟลอินเจคชันอะนาลิซิสซึ่งมีการตรวจวัดแบบสเปกโตรโฟโตเมตรีหรือแบบ เคมีไฟฟ้ากับการวิเคราะห์ทองแดงด้วยแนพธาซาริน โดยการออกแบบระบบการไหลต่อเนื่อง และส่วนเซลล์ที่ใช้ตรวจวัดให้เหมาะสม จะทำให้การวิเคราะห์เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว, ทำเป็น อัตโนมัติได้ และมีความไวของการวิเคราะห์เพิ่มได้อีก This study had purpose for the use of naphthazarin as a complexing agent for copper, nickel and cobalt in industrial and natural samples by spectrophotometric and voltammetric techniques. Characteristics of naphthazarin forming complexes with copper, nickel and cobalt were studied by spectrophotometric and voltammetric techniques. Possibility of using naphthazarin as a reagent to determine the three metal ions were investigated and the optimization methods were applied to the real samples. With the optimized conditions and procedures, copper (II) ion forms complex with naphthazarin and gives the response signals that can be used for copper determination by spectrophotometric and voltammetric technique. Investigation by spectrophotometric technique, naphthazarin can be used as a reagent for coper determination at level 0.9-4.5 ppm according to the absorption of the copper(II)-naphthazarin complex. The proposed method was applied for copper determination in alloy without any organic solvent extraction. For electrochemical technique, the chemically modified carbon-paste electrode containing naphthazarin was fabricated. The hand-made electrode was used to determine copper ion by stripping voltammetric technique. Sensitivity of analysis by this technique was more than spectrophotometric technique about 7 times. This was because the response signal can be increased by prolonging the deposition time of copper ion on the electrode surface in the preconcentration step. In the future work, flow injection technique with spectrophotometric or electrochemical detection can be applied for copper determination with naphthazarin. By optimization the flow system and the cell compartment, the analysis can be done automatically, more rapidly and more sensitivity will be obtained.

บรรณานุกรม :
รัศมี ชัยสุขสันต์ . (2544). การใช้แนพธาซารินเป็นรีเอเจนต์ในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนเพื่อการวิเคราะห์หาปริมาณของทองแดง, นิกเกิล และโคบอลต์.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
รัศมี ชัยสุขสันต์ . 2544. "การใช้แนพธาซารินเป็นรีเอเจนต์ในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนเพื่อการวิเคราะห์หาปริมาณของทองแดง, นิกเกิล และโคบอลต์".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
รัศมี ชัยสุขสันต์ . "การใช้แนพธาซารินเป็นรีเอเจนต์ในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนเพื่อการวิเคราะห์หาปริมาณของทองแดง, นิกเกิล และโคบอลต์."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2544. Print.
รัศมี ชัยสุขสันต์ . การใช้แนพธาซารินเป็นรีเอเจนต์ในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนเพื่อการวิเคราะห์หาปริมาณของทองแดง, นิกเกิล และโคบอลต์. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2544.