ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การทำนายและอธิบายพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ในคลินิกทันตกรรมของนักศึกษาทันตาภิบาล : ทดสอบทฤษฎีพฤติกรรม ตามแผน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทำนายและอธิบายพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ในคลินิกทันตกรรมของนักศึกษาทันตาภิบาล : ทดสอบทฤษฎีพฤติกรรม ตามแผน
นักวิจัย : จิระนันท์ พากเพียร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=51628
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยเรื่อง การทำนายและอธิบายพฤติกรรมป้องกัน การติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ในคลินิกทันตกรรมของนักศึกษา ทันตาภิบาล : ทดสอบทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน นี้มีจุดประสงค์ 3 ประการ คือ 1) ทดสอบความสอดคล้องของทฤษฎีพฤติกรรม ตามแผน ในการทำนายและอธิบายพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อ แบบครอบจักรวาลในคลินิกทันตกรรมของนักศึกษาทันตาภิบาล 2) ศึกษาความเชื่อของนักศึกษาทันตาภิบาลที่มีพฤติกรรม ป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ในระดับแตกต่างกัน 3) หาตัวแปรที่มีประสิทธิภาพในการทำนายพฤติกรรมป้องกัน การติดเชื้อแบบครอบจักรวาลโดยใช้ตัวแปรในทฤษฎีพฤติกรรม ตามแผน ร่วมกับตัวแปรอื่นๆ ที่ได้จากงานวิจัย กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักศึกษาทันตาภิบาล ชั้นปีที่ 2 จำนวน 86 คน ที่กำลัง ฝึกงานในคลินิกทันตกรรม ภาคการศึกษาสุดท้าย เป็นหญิง ร้อยละ 91.1 เป็นชายร้อยละ 8.9 อายุเฉลี่ย 20.64 ปี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบวัดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 10 แบบวัด ได้แก่ แบบวัดเจตคติทางตรงและทางอ้อมต่อ พฤติกรรม การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงทางตรงและทางอ้อม การรับรู้ความสามารถควบคุมพฤติกรรมทางตรงและทางอ้อม การรับรู้ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในคลินิกทันตกรรม แบบวัด พฤติกรรมในอดีต แบบวัดเจตนาที่จะทำพฤติกรรมและแบบวัด พฤติกรรม สถิติที่ใช้คือ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเอนเตอร์ สถิติที และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1) ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน ใช้ในการทำนายและอธิบาย พฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลของนักศึกษาทันตาภิบาล แบบพฤติกรรมกลุ่มไม่ได้ แต่ใช้ในการอธิบายพฤติกรรมป้องกัน การติดเชื้อแบบครอบจักรวาล แบบพฤติกรรมเดี่ยวได้ 2 ใน 5 พฤติกรรม มีรายละเอียด ตามข้อ 1.1 และ 1.2 และพบว่า ตัวแปรตามทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน ได้แก่ เจตคติต่อพฤติกรรม การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง และการรับรู้ความสามารถควบคุม พฤติกรรม สามารถทำนายเจตนาที่จะทำพฤติกรรมได้อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติทุกพฤติกรรม (6 ใน 6 พฤติกรรม) โดยที่ แต่ละพฤติกรรมมีตัวทำนายที่มีนัยสำคัญแตกต่างกันตามลักษณะ ของพฤติกรรม ดังรายละเอียดในข้อ 1.3-1.61.1 เจตนาที่จะทำพฤติกรรม และการรับรู้ความ สามารถควบคุมพฤติกรรม ร่วมกันทำนายการใช้ปากคีบสวมปลอกเข็ม ทุกครั้งหลังฉีดยาชา ได้ร้อยละ 11.4 (P <.05)1.2 เจตนาที่จะทำพฤติกรรม ทำนายการทำความสะอาด ด้ามกรอฟันอย่างถูกวิธีทุกครั้งก่อนเปลี่ยนผู้ป่วย ได้ร้อยละ 7.7 (P <.05)1.3 การรับรู้ความสามารถควบคุมพฤติกรรม ทำนาย เจตนาที่จะป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลของนักศึกษา ทันตาภิบาล แบบพฤติกรรมกลุ่มได้ร้อยละ 14.13 (P <.01)1.4 การรับรู้ความสามารถควบคุมพฤติกรรม ทำนาย เจตนาที่จะใส่แว่นตาป้องกันตลอดเวลาขณะขูดหินน้ำลายได้ ร้อยละ 23.20 (P <.001)1.5 การรับรู้ความสามารถควบคุมพฤติกรรม ทำนาย เจตนาที่จะใส่แว่นตาป้องกันตลอดเวลาขณะถอนฟันได้ร้อยละ 15.21 (P <.01)1.6 การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง และเจตนาต่อพฤติกรรม ร่วมกันทำนายเจตนาที่จะใช้มือเดียวสวมปลอกเข็มคืนทุกครั้ง หลังฉีดยาชาได้ร้อยละ 28.77 (P <.001)1.7 การรับรู้ความสามารถควบคุมพฤติกรรม และเจตคติ ต่อพฤติกรรม ร่วมกันทำนายเจตนาที่จะใช้ปากคีบสวมปลอกเข็มคืน ทุกครั้งหลังฉีดยาชาได้ร้อยละ 42.03 (P <.001)1.8 การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง ทำนายการทำความ สะอาดด้ามกรอฟันอย่างถูกวิธีทุกครั้ง ก่อนเปลี่ยนผู้ป่วยได้ ร้อยละ 10.13 (P <.05) 2) นักศึกษาทันตาภิบาลที่ทำความสะอาดด้ามกรอฟันอย่าง ถูกวิธีทุกครั้ง ก่อนเปลี่ยนผู้ป่วย ต่างกัน มีความเชื่อว่า ผู้ช่วยทันตแพทย์อยากให้นักศึกษาทำความสะอาดด้ามกรอฟัน อย่างถูกวิธีทุกครั้ง ก่อนเปลี่ยนผู้ป่วยต่างกัน 3) เมื่อใช้ตัวทำนาย 6 ตัว ได้แก่ เจตคติต่อพฤติกรรม การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง การรับรู้ความสามารถควบคุมพฤติกรรม เจตนาที่จะทำพฤติกรรม การรับรู้ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และพฤติกรรมในอดีต ร่วมกันทำนายพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อ แบบครอบจักรวาลทั้งในลักษณะพฤติกรรมกลุ่มและพฤติกรรมเดี่ยว พบว่ามีตัวทำนายที่มีประสิทธิภาพ แตกต่างกันไปตามลักษณะของ พฤติกรรม ดังนี้ 3.1) เจตคติต่อพฤติกรรม และพฤติกรรมในอดีต ทำนายพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลแบบพฤติกรรม กลุ่มได้ร้อยละ 16.6 (p <.001) 3.2) เจตคติต่อการใส่แว่นตา ตลอดเวลาขณะขูดหินน้ำลาย ทำนายการใส่แว่นตาตลอดเวลาขณะ ขูดหินน้ำลายได้ร้อยละ 7.41 (p <.05) 3.3) การใช้มือเดียว สวมปลอกเข็มทุกครั้งหลังฉีดยาชาในอดีตและเจตคติต่อการใช้ มือเดียวสวมปลอกเข็มทุกครั้งหลังฉีดยาชา ทำนายการใช้มือเดียว สวมปลอกเข็มทุกครั้งหลังฉีดยาชาได้ร้อยละ 10.30 (p <.01) 3.4) การใช้ปากคีบสวมปลอกเข็มทุกครั้งหลังฉีดยาชาในอดีต และเจตคติต่อพฤติกรรม ทำนายการใช้ปากคีบสวมปลอกเข็ม ทุกครั้งหลังฉีดยาชาได้ร้อยละ 31.2 (p <.001) 3.5) การทำ ความสะอาดด้ามกรอฟันอย่างถูกวิธีทุกครั้ง ก่อนเปลี่ยนผู้ปวยในอดีต และเจตคติต่อพฤติกรรม ทำนายการทำความสะอาดด้ามกรอฟัน อย่างถูกวิธีทุกครั้งก่อนเปลี่ยนผู้ป่วยได้ร้อยละ 17.5 (p <.01) สำหรับการใส่แว่นตาตลอดเวลาขณะถอนฟันไม่มีตัวทำนายใดเข้า สมการ แต่พบว่า เจตคติต่อการใส่แว่นตาตลอดเวลาขณะถอนฟัน มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการใส่แว่นตาตลอดเวลาขณะถอนฟัน (r=.20, p<.05)

บรรณานุกรม :
จิระนันท์ พากเพียร . (2540). การทำนายและอธิบายพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ในคลินิกทันตกรรมของนักศึกษาทันตาภิบาล : ทดสอบทฤษฎีพฤติกรรม ตามแผน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จิระนันท์ พากเพียร . 2540. "การทำนายและอธิบายพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ในคลินิกทันตกรรมของนักศึกษาทันตาภิบาล : ทดสอบทฤษฎีพฤติกรรม ตามแผน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จิระนันท์ พากเพียร . "การทำนายและอธิบายพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ในคลินิกทันตกรรมของนักศึกษาทันตาภิบาล : ทดสอบทฤษฎีพฤติกรรม ตามแผน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
จิระนันท์ พากเพียร . การทำนายและอธิบายพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ในคลินิกทันตกรรมของนักศึกษาทันตาภิบาล : ทดสอบทฤษฎีพฤติกรรม ตามแผน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.