ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทย
นักวิจัย : กมลทิพย์ คติการ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222540000006
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาวิเคราะห์สภาพการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรระดับอำเภอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความคล้ายคลึงและแตกต่างในการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรระดับอำเภอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก ปานกลางและน้อย และเพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรในระดับอำเภอให้สอดคล้องกับปัญหาและข้อเท็จจริง โดยผู้วิจัยได้ใช้ทฤษฎีการวิเคราะห์เชิงระบบเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ศึกษา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่กำหนดไว้ข้างต้น ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งมีลักษณะเป็นการวิจัยเชิงบุกเบิก เป็นแนวทางหลักในการศึกษาหาข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ โดยมีการสัมภาษณ์ระดับลึกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหกรณ์การเกษตร 24 สหกรณ์ ซึ่งกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ได้แก่จังหวัดนครพนม อุดรธานี ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ในแต่ละจังหวัดได้เลือกสหกรณ์การเกษตรระดับอำเภอจำแนกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก กลุ่มสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลาง และกลุ่มสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อย ในการจำแนกกลุ่มตัวอย่างได้ใช้ตัวชี้วัดทางธุรกิจ 3 ตัว คืออัตราส่วนทางทรัพย์สินหมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน อัตราส่วนทุนของสหกรณ์ต่อทุนดำเนินงานทั้งหมด และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน โดยใช้ข้อมูลเกี่ยวกับสหกรณ์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2536ดังนั้นการสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้จึงใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เพื่อให้ได้สหกรณ์การเกษตรที่กำหนดคุณสมบัติไว้ครบถ้วนทุกกลุ่มในจังหวัดเดียวกัน โดยกำหนดหน่วยวิเคราะห์เป็นระดับองค์การ ผลการสุ่มเลือกตัวอย่าง ได้กลุ่มสหกรณ์การเกษตรที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก กลุ่มสหกรณ์การเกษตรที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลาง และกลุ่มสหกรณ์การเกษตรที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อย กลุ่มละ 8 สหกรณ์เท่าๆ กัน ผลการวิจัยนี้สรุปได้ดังนี้ ในด้านปัจจัยนำเข้า สหกรณ์การเกษตรในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก มีศักยภาพของสมาชิกสูงกว่า มีทุนเรือนหุ้น เงินสำรองและทุนอื่นๆ และมีทุนดำเนินงานมากกว่าและมีเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานที่ทันสมัยกว่าสหกรณ์ในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลาง และกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อยตามลำดับ แต่ในด้านศักยภาพและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์กลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก ค่อนข้างใกล้เคียงกับกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลาง และทั้งสองกลุ่มมีศักยภาพและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการดีกว่าคณะกรรมการดำเนินการของกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อย และทั้งสามกลุ่มมีการปฏิบัติหน้าที่ของสหกรณ์อำเภอที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำปรึกษา ควบคุมกำกับการทำงานไม่แตกต่างกัน ในด้านกระบวนการปรับเปลี่ยนปัจจัยนำเข้าให้เป็นผลการดำเนินงาน สหกรณ์ในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากมีผู้จัดการที่มีศักยภาพสูงกว่าผู้จัดการของสหกรณ์ในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลางเล็กน้อย และผู้จัดการทั้งสองกลุ่มมีศักยภาพดีกว่าผู้จัดการในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อย ส่วนขบวนการรับสมัครสมาชิกใหม่ และการวางแผนงานของสหกรณ์ทั้งสามกลุ่มไม่แตกต่างกัน ด้านขนาดขององค์การและการจัดแผนกงาน สหกรณ์การเกษตรในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก มีขนาดขององค์การขนาดใหญ่กว่าและมีการจัดแผนกงานมากกว่าสหกรณ์การเกษตรในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลาง และสหกรณ์ในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อย ตามลำดับ ด้านการจัดการงานบุคคล สหกรณ์การเกษตรในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากมีแนวโน้มที่จะมีสวัสดิการให้แก่พนักงานมากกว่ากลุ่มสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลาง และกลุ่มสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อย การติดต่อสื่อสาร สหกรณ์ในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัยได้แก่ เครื่องโทรสาร และวิทยุสื่อสารสมบูรณ์พร้อมกว่ากลุ่มสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลาง และกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อย การควบคุมตรวจสอบภายใน คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์การเกษตรในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก มีการดำเนินงานเป็นระบบชัดเจนกว่าคณะกรรมการดำเนินการในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลาง และกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อยส่วนการควบคุมภายนอก สหกรณ์ทั้งสามกลุ่มมักประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน คือ การตรวจสอบบัญชีล่าช้าเพราะอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีน้อย เจ้าหน้าที่ย้ายบ่อย ทำให้ทำงานไม่ต่อเนื่อง ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาสหกรณ์ที่เป็นปัญหาร่วมกัน คือปัญหาการมีทุนไม่เพียงพอมีปัญหาด้านบุคลากร และบางปีเกษตรกรประสบภัยธรรมชาติซึ่งส่งผลต่อการชำระหนี้ของสมาชิก ผลการดำเนินงาน จากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี (ได้แก่ข้อมูลปีบัญชี 2535-2537)พบว่า ทุกกลุ่มสหกรณ์มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สหกรณ์ที่มีกำไรสุทธิพัฒนาขึ้นเป็นลำดับอย่างมีเสถียรภาพ มี 8 สหกรณ์ เป็นสหกรณ์ในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก2 สหกรณ์ สหกรณ์ในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจปานกลาง 5 สหกรณ์ และเป็นสหกรณ์ในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจน้อย 1 สหกรณ์ จากผลการวิจัยนี้บ่งชี้ว่า ขนาดของสหกรณ์ที่จะพัฒนาอย่างมีความมั่นคง ควรมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1,000 คน จำนวนสมาชิกที่จะทำให้สหกรณ์มีศักยภาพในการพัฒนาที่มั่นคงก้าวหน้าคือจำนวน 2,000 คนขึ้นไป และมีทุนเรือนหุ้นมากกว่า 5 ล้านบาท มีเงินสำรองและทุนอื่นๆไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท และมีทุนดำเนินงานควรอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ~uข้อเสนอแนะจากการวิจัย~u เพื่อให้สหกรณ์การเกษตรมีการพัฒนาเป็นสถาบันเกษตรกรที่เข้มแข็ง ควรมีการดำเนินการดังนี้ 1) รัฐควรมีนโยบายที่จะส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์การเกษตรอย่างจริงจังและต่อเนื่องการกำหนดนโยบายของรัฐซึ่งส่งผลต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรควรพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ มองปัญหาอย่างลุ่มลึก และรอบด้าน 2) ในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ควรมีการเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้ได้สัดส่วนกับปริมาณงาน ควรมีการพิจารณาทบทวนบทบาทของกรมฯ ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและพัฒนาการของสหกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และควรปรับทัศนคติของข้าราชการให้มองว่าสหกรณ์เป็นองค์กรธุรกิจรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของทางราชการ 3) ควรมีการพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานสหกรณ์ซึ่งอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันทางธุรกิจสูงดังเช่นปัจจุบัน 4) สหกรณ์การเกษตรที่มีขนาดเล็กซึ่งมีสมาชิกต่ำกว่า 1,000 คน ควรได้รับการพัฒนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีสมาชิกกว่า 1,000 คนขึ้นไป

บรรณานุกรม :
กมลทิพย์ คติการ . (2540). การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กมลทิพย์ คติการ . 2540. "การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กมลทิพย์ คติการ . "การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
กมลทิพย์ คติการ . การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.