ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา
นักวิจัย : จินตนาภา โสภณ
คำค้น : RESEARCH PROMOTION MODEL , ENVIRONMENTAL EDUCATION RESEARCH
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46408
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงนโยบาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบการ ส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา โดยมีขั้นตอนและวิธีการวิจัย ดังนี้ การยกร่าง รูปแบบใช้วิธีการศึกษาเอกสารร่วมกับการสัมภาษณ์เจาะลึกและพิจารณาประเมินรูปแบบฯ ฉบับร่าง โดยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง จำนวน 14 ราย ใช้ค่า IOC ในการวิเคราะห์ แล้วนำ รูปแบบฯ ที่ได้ในขั้นนี้ในรูปของแบบสอบถามไปทดลองให้ผู้เกี่ยวข้องที่ไม่ใช่กลุ่ม ตัวอย่าง เพื่อหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามก่อนนำไปให้กลุ่มตัวอย่างผู้เกี่ยวข้อง กับการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษาทั่วประเทศหรือไตรภาคี การวิจัยโดยสุ่มตัวอย่างแบบ เจาะจง จำนวน 550 ราย และได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้สนับสนุนการวิจัย จำนวน 114 ราย กลุ่มผู้ทำวิจัย จำนวน 160 ราย และกลุ่มผู้ใช้ผลงานวิจัย จำนวน 178 ราย รวมทั้งสิ้น 452 ราย ทำการประเมินรูปแบบฯ แล้วนำผลการประเมินมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ คัดเลือกและจัดเรียงลำดับตามความเห็นที่สอดคล้องกันทั้ง 3 กลุ่ม และตามค่าเฉลี่ย ได้รูปแบบที่ชัดเจน สมบูรณ์ยิ่งขึ้นแล้วนำรูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อม ศึกษาให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา 23 ท่าน ประเมิน ประสิทธิภาพของรูปแบบในขั้นสุดท้ายเพื่อความเหมาะสมและความน่าเชื่อถือ การวิจัย ครั้งนี้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS PC หาค่า IOC ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง กลุ่มไตรภาคีการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษาและผู้ทรง คุณวุฒิที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยมากและมีความเห็นสอดคล้องกันทั้งในเรื่อง องค์ประกอบและเนื้อหาสาระของรูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นองค์ประกอบการส่งเสริมการวิจัย จำแนกเป็น 10 ด้าน โดยสรุปสาระสำคัญในแต่ละด้าน ได้ดังนี้ (1) ด้านนโยบายการวิจัย ให้มีเอกภาพและทิศทางชัดเจน (2) ด้านนักวิจัย ให้มีคุณภาพและสิ่งจูงใจเพียงพอ (3) ด้านงบประมาณ ให้มีเพียงพอและคล่องตัว (4) ด้านองค์กร/หน่วยงานวิจัย ให้มีหน่วยงาน วิจัยเฉพาะทาง (5) ด้านข้อสนเทศ วัสดุ อุปกรณ์การวิจัย ให้มีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ มีวัสดุ อุปกรณ์ที่ทันสมัย (6) ด้านการดำเนินการวิจัย ให้มีสภาพที่เอื้อต่อการทำวิจัย (7) ด้านผลงานวิจัย ให้มีคุณภาพและใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง (8) ด้านการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ให้มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพตามกลุ่มเป้าหมาย (9) ด้านการนำ ผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ให้มีการนำไปใช้อย่างหลากหลายรูปแบบ (10) ด้านการติดตาม ประเมินผลการวิจัย ให้มีประสิทธิภาพทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่เป็นองค์ประกอบของรูปแบบฯ 5 องค์ประกอบ คือ หลักการ/แนวคิด จุดมุ่งหมาย มาตรการ/แนวทาง กลยุทธ์/วิธีการ และดัชนี โดยที่องค์ประกอบทั้ง 5 นี้จะแทรกอยู่ใน แต่ละด้านทั้ง 10 ด้าน ที่ทำการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา การสร้างรูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษาครั้งนี้จึงเป็นรูปแบบ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย และผู้รับการส่งเสริมการวิจัย ได้แก่ ผู้ทำวิจัยและผู้ใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย จึงเรียก 3 กลุ่มนี้ว่า ไตรภาคีการวิจัย ดังนั้น อาจเรียกรูปแบบที่สร้างขึ้นนี้ย่อๆ ว่ารูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา 10 ด้าน : 5 องค์ประกอบ : 3 กลุ่ม หรือรูปแบบ 10:5:3 นอกจากนี้ยังพบว่าการนำรูปแบบฯ ไปใช้ควรเริ่มต้นจากระดับนโยบายของประเทศ โดยมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นแกนนำในการดำเนินการนำรูปแบบฯ ไปใช้ตั้งแต่ระดับนโยบาย ถึงระดับปฏิบัติ

บรรณานุกรม :
จินตนาภา โสภณ . (2545). รูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จินตนาภา โสภณ . 2545. "รูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จินตนาภา โสภณ . "รูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
จินตนาภา โสภณ . รูปแบบการส่งเสริมการวิจัยทางสิ่งแวดล้อมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.