ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้น้ำทิ้งจากนากุ้งเพื่อการเลี้ยงสาหร่ายวุ้น และการสกัดวุ้นในประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้น้ำทิ้งจากนากุ้งเพื่อการเลี้ยงสาหร่ายวุ้น และการสกัดวุ้นในประเทศไทย
นักวิจัย : อนงค์ จีรภัทร์
คำค้น : agar quality , growth , natural culture pond , production , Thai agarophyte , การเจริญเติบโต , คุณภาพวุ้น , บ่อเลี้ยงธรรมชาติ , ผลผลิต , สาหร่ายวุ้นไทย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDF4080069 , http://research.trf.or.th/node/536
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

สาหร่ายวุ้น Gracilaria fisheri (Xia et abbott) Abbott, Zhang et Xia และ G. tenuistipitata Chang et Xia var, tenuistipitata Chang et Xia ได้นำมาเลี้ยงในสภาพบ่อดิน ธรรมชาติโดยใช้น้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้ง (บ่อที่ 1) และน้ำทะเลธรรมชาติ(บ่อที่ 2) โดยวิธีการเลี้ยง แบบสอดเส้นเชือก ตั้งแต่เดือนมกราคม 2541 ถึงเดือนกรกฎาคม 2542 โดยทั่วไปสาหร่ายทั้ง สองชนิด ซึ่งเลี้ยงในบ่อที่ 1 มีอัตราการเจริญเติบโตและผลผลิตโดยรวมดีกว่าสาหร่ายวุ้นที่เลี้ยง ในบ่อที่ 2 อัตราการเจริญเติบโตและผลผลิตโดยรวมของ Gracilaria ที่เลี้ยงในบ่อที่ 1 เพิ่มขึ้นใน ช่วงเดือนที่มีฝน และมีอัตราการเจริญเติบโตสูงสุด 3.08 + 1.114 % ต่อวัน (G. fisheri) และ 2.68 + 1.76 % ต่อวัน (G. tenuistipitata) ในเดือนมกราคม 2542 ในทางตรงข้าม ในบ่อที่ 2 สาหร่ายทั้งสองชนิดมีการแปรผันของการเจริญเติบโตเพียงเล็กน้อย โดยมีอัตราการเจริญเติบโต สูงสุด 1.85 + 1.00 % ต่อวัน (G.fisheri) และ 1.70 + 0.49% ต่อวัน (G.tenuistipitata) ในช่วง ฤดูฝน (สิงหาคม 2541) หลังจากนั้น G.tenuistipitata ที่เลี้ยงทั้งในบ่อที่ 1 และ 2 เริ่มเสื่อมลง อย่างรวดเร็วในช่วงฤดูร้อน G. fisheri และ G.tenuistipitata ในบ่อที่ 2 ให้ผลผลิตโดยรวมเป็น น้ำหนักสดสูงสุด 1000 กรัม และ 961 กรัม ตามลำดับ ในเดือนมกราคม 2542 การเจริญเติบโต และผลผลิตโดยรวมของสาหร่ายทั้งสองชนิด แปรผันขึ้นอยู่กับสภาวะจำเพาะของการเลี้ยงในแต่ ละบ่อ รวมทั้งสายพันธุ์และฤดูกาล ผลการวิเคราะห์สมบัติของวุ้นที่สกัดจากสาหร่ายทั้งสองชนิด พบว่า G. fisheri ให้ปริมาณวุ้นสูงสุด 44.13% ในบ่อที่ 1 และ 44.96% ในบ่อที่ 2 ในขณะที่ G.tenuistipitata ให้ปริมาณวุ้นสูงสุด 39.28% และ 36.50% ในบ่อที่ 1 และ 2 ตามลำดับ วุ้นที่ สกัดจาก G.fisheri ในบ่อที่ 1 มีค่าความแข็งของวุ้นสูงสุด 740 + 28 g/cm2 ในเดือนกรกฎาคม 2542 ผลจากการศึกษาได้ข้อเสนอแนะว่า G. fisheri สามารถเจริญเติบโตได้ตลอดทั้งปี และ เหมาะสมมากกว่า G.tenuistipitata ในการนำมาเลี้ยงในสภาพบ่อดินธรรมชาติโดยใช้น้ำทิ้งจาก การเลี้ยงกุ้ง คุณภาพของวุ้นที่สกัดจากสาหร่ายทั้งสองชนิด ไม่เพียงขึ้นอยู่กับสารอาหารที่มีอยู่ ในน้ำแต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมอื่น เช่นความเค็มของน้ำทะเล สาหร่ายวุ้นชนิดนี้ให้ปริมาณ วุ้นสูงกว่าเมื่อเทียบกับสาหร่ายสกุล Gracilaria ชนิดอื่น และให้สมบัติวุ้นดีเทียบได้กับวุ้นเกรด การค้า สาหร่ายทั้งสองชนิดนี้มีศักยภาพสูงที่จะใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบ เพื่อการผลิตวุ้นในอุตสา กรรมอาหารต่อไป Growth rate determination of the Thai agarophytes, Gracilaria fisheri (Xia et Abbott) Abbott Zhang et Xia and G. tenuistipitata Chang et Xia var. tenuistipitata Chang et Xia were conducted by monoline method in natural earthen ponds (800 m2 in area) using shrimp effluents (P1) and ambient seawater (P2), from January 1998 to July 1999. Generally plants of both species cultured in P1 showed a better growth rate and total production than those cultured in P2. Growth rates and total production of Gracilaria cultured in P1 increased in the rainy months and reached a maximum value of 3.08 + 1.44 % day-1 for G.fisheri and 2.68 + 1.76 % day-1 for G.tenuistipitata in January 1999. In contrast growth of booth species cultures in P2, projected a slight change in their growth rates, with maximum value of 1.85 + 1.00% day-1 for G.fisheri and 1.70 + 0.49% day-1 for G. tenuistipitata attained in the rainy period (August 1998). All plants of G. tenuistipitata declined drastically in the following dry season. Total production of G. fisheri and G. tenuistipitata cultured in P1showed the highest value of 1000 g wet wt. And 961 g wet wt. In January 1999, respectively. Plants of both species showed fluctuation in growth and total production , depending on specific culture conditions of each pond, alga strain used, and on the season. Agar extracted from both Gracilaria species was analysed. The results showed that the highest agar yields were obtained frolm G. fisheri cultured in ambient seawater (44.96%) and shrimp farm effluent (44.13%) G. tenuistipitata yielded only 36.50% and 39.28% agar in ambient seawater and shrimp farm effluent , respectively. However, towards the end of the culture period (July 1999) higher gel strength (740 + 28 g cm-2) was obtained from G.fisheri cultured in shrimp farm effluent. The results suggest that G. fisheri can be grown all year round and is more suitable than G. tenuistipitata for earthen pond dultivation using shirmp pond effuents. The agar quality of the Thai agarophytes is depended not only on nutrient enrichment but also on the other environmental factors such as the salinity of seawater and the agarophytes produced comparable higher yield to other Gracilaria species and good agar properties to those of commercial grade agars. These agarophytes have a high potential as an essential source of agar for food industry gels.

บรรณานุกรม :
อนงค์ จีรภัทร์ . (2544). การใช้น้ำทิ้งจากนากุ้งเพื่อการเลี้ยงสาหร่ายวุ้น และการสกัดวุ้นในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนงค์ จีรภัทร์ . 2544. "การใช้น้ำทิ้งจากนากุ้งเพื่อการเลี้ยงสาหร่ายวุ้น และการสกัดวุ้นในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนงค์ จีรภัทร์ . "การใช้น้ำทิ้งจากนากุ้งเพื่อการเลี้ยงสาหร่ายวุ้น และการสกัดวุ้นในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2544. Print.
อนงค์ จีรภัทร์ . การใช้น้ำทิ้งจากนากุ้งเพื่อการเลี้ยงสาหร่ายวุ้น และการสกัดวุ้นในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2544.