ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระยะยาวของปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ในพนักงานธนาคารออมสิน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระยะยาวของปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ในพนักงานธนาคารออมสิน
นักวิจัย : ภารดี เต็มเจริญ
คำค้น : CARDIOVASCULAR DISEASE , CVD RISK FACTORS , BANK EMPLOYEE , CAUSAL RELATIONSHIP
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45700
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายหนึ่งในสายอันดับแรกของประชาชนไทย การเพิ่มขึ้นของการตายก่อนวัยทำให้ต้องการการวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อหาทางป้องกัน พนักงานธนาคารออมสินจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้เนื่องจากลักษณะการทำงาน มีการเคลื่อนไหวน้อย งานวิจัยนี้สร้างรูปแบบความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระยะยาวเพื่ออธิบายความ สัมพันธ์ะระหว่างตัวทำนายซึ่งประกอบด้วยปัจจัยส่วนบุคคล (เพศ อายุ การศึกษา ตำแหน่งงาน ประวัติครอบครัว) ความเครียด พฤติกรรมสุขภาพ (การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ กิจกรรม ทางกาย นิสัยการกิน) ดัชนีมวลกาย ต่อการผันแปรของปัจจัยเสี่ยงทางสรีรวิทยาต่อการเกิด โรคหัวใจและหลอดเลือด 5 ชนิด (ความดันโลหิตซีสโตลิค ความดันโลหิตไคแอสโตลิค ระดับ น้ำตาลในพลาสมา โคเลสเตอรอลรวม และไลโปโปรตีนชนิดความหนาแน่นต่ำ) ในช่วงเวลาห่างกัน 5 ปี คือ พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2543 รูปแบบความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลแบบตัดขวางถูก สร้างขึ้นเพื่อการเปรียบเทียบผลการศึกษา การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถามชนิดตอบด้วยตนเอง สำหรับการตอบข้อมูลที่ใช้ ในการศึกษา รวมทั้งแบบสอบถามความถี่อาหารบริโภค จำนวน 14 ข้อ เพื่อประเมินนิสัย การกิน และแบบวัดความเครียดด้วย Health Opinion Survey (HOS) ชั่งน้ำหนักและวัด ส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย วัดความดันโลหิต และเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อวิเคราะห์ค่า ชีวเคมี การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรม SPSS และ LISREL ผลการศึกษาพบว่า พนักงานชายมีพฤติกรรมสุขภาพเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและ หลอดเลือด คือ การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่าพนักงานหญิง และพฤติกรรม ทั้งสองไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลา 5 ปี อายุ การศึกษา พฤติกรรมสุขภาพ และดัชนีมวลกาย เป็นตัวทำนายที่มีอิทธิพลมากในการอธิบายการผันแปรของปัจจัยเสี่ยงทางสรีรวิทยาต่อการ เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ตัวทำนายในรูปแบบความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลแบบตัดขวาง สามารถอธิบายการผันแปรของปัจจัยเสี่ยงทางสรีรวิทยาได้ร้อยละ 49 ในปี พ.ศ. 2538 และสามารถอธิบายได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 70 ปี พ.ศ. 2543 ตัวทำนายเหล่านี้สามารถ ทำนายการผันแปรของปัจจัยเสี่ยงทางสรีรวิทยาได้ถึงร้อยละ 96 นั่นคือ เพิ่มขึ้นอีก ร้อยละ 26 ในรูปแบบความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระยะยาว (relative chi-square =1.90, RMSEA = 0.03, GFI = .96, R(2) = 96) ผลการศึกษาชี้ว่า รูปแบบความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระยะยาว สามารถอธิบายการ ผันแปรของปัจจัยเสี่ยงทางสรีรวิทยาได้สูงกว่า นอกจากนี้ยังพบว่า ภาวะสรีรวิทยาปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลมาจาก อายุ การศึกษา พฤติกรรมสุขภาพ ดัชนีมวลกาย และภาวะสรีรวิทยาของ แต่ละบุคคลเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น การจัดโครงการเพื่อการป้องกันแบบปฐมภูมิอย่างมี ประสิทธิภาพ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่มีลักษณะกิจกรรมคล้ายคลึงกับพนักงานธนาคารออมสิน โดยควรมุ่งเน้นในทุกกลุ่มอายุ การศึกษานี้ยังได้เสนอแนะการนำผลไปใช้สำหรับประชาชน ทั่วไปด้วย

บรรณานุกรม :
ภารดี เต็มเจริญ . (2544). การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระยะยาวของปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ในพนักงานธนาคารออมสิน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ภารดี เต็มเจริญ . 2544. "การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระยะยาวของปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ในพนักงานธนาคารออมสิน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ภารดี เต็มเจริญ . "การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระยะยาวของปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ในพนักงานธนาคารออมสิน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
ภารดี เต็มเจริญ . การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระยะยาวของปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ในพนักงานธนาคารออมสิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.