ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้เทคนิคการปรับแก้เชิงคลื่นสัมพัทธ์เพื่อตรวจหาความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ขนาดใหญ่โดยการนำช่วงคลื่นมาลบกัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้เทคนิคการปรับแก้เชิงคลื่นสัมพัทธ์เพื่อตรวจหาความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ขนาดใหญ่โดยการนำช่วงคลื่นมาลบกัน
นักวิจัย : วัลลภา สามฉิมโฉม, 2517-
คำค้น : ภาพถ่ายทางอากาศ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อิทธิ ตริสิริสัตยวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741753225 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/1449
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำข้อมูลภาพดาวเทียมขนาดเต็มภาพมาตรวจหาความเปลี่ยนแปลงของสิ่งปกคลุมดิน โดยใช้เทคนิคการปรับแก้เชิงคลื่นสัมพัทธ์เพื่อตรวจหาความเปลี่ยนแปลงของสิ่งปกคลุมดินในพื้นที่ขนาดใหญ่โดยการนำเอาช่วงคลื่นมาลบกันรวมทั้งวิเคราะห์หาขอบเขตการเปลี่ยนแปลงประเภทของสิ่งปกคลุมดินที่เหมาะสมในแต่ละแบนด์ (Optimum Threshold) ข้อมูลภาพดาวเทียมแลนด์แซท 5 ทีเอ็ม ที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดในภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยเป็นข้อมูลภาพที่บันทึกในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2533 และวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ 2543 นำข้อมูลภาพดาวเทียมที่บันทึกในปี พ.ศ. 2543 มาผ่านกระบวนการปรับแก้เชิงคลื่นสัมพัทธ์ และนำข้อมูลภาพดาวเทียมที่บันทึกในปี พ.ศ. 2533 มาลบออกจากข้อมูลภาพดาวเทียมที่ผ่านกระบวนการปรับแก้เชิงคลื่นแล้ว ทำให้ได้ข้อมูลภาพผลต่างและนำไปวิเคราะห์หาความเปลี่ยนแปลงของสิ่งปกคลุมดินที่เกิดขึ้นโดยกำหนดตำแหน่งที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงประเภทของสิ่งปกคลุมดินเกิดขึ้นจำนวน 867 จุด ครอบคลุมพื้นที่ศึกษา ผลการตรวจหาความเปลี่ยนแปลงของประเภทของสิ่งปกคลุมดินในพื้นที่ขนาดใหญ่ เมื่อพิจารณาจากค่าความถูกต้องทั้งหมด (Overall Accuracy) ในแต่ละแบนด์ พบว่า มีค่าความถูกต้องทั้งหมดอยู่ในช่วงร้อยละ 82.81-89.73 ยกเว้นในแบนด์ที่ 4 ที่มีค่าความถูกต้องทั้งหมดเป็นร้อยละ 71.16 แต่สำหรับค่าความถูกต้องของการตรวจหาความเปลี่ยนแปลงประเภทของสิ่งปกคลุมดินในแต่ละแบนด์จะพิจารณาจากค่าความถูกต้องแต่ละประเภท (Producer's Accuracy) โดยพบว่าในการเปลี่ยนแปลงประเภทของสิ่งปกคลุมดินทั้ง 12 กลุ่มของการเปลี่ยนแปลง มีค่าความถูกต้องแต่ละประเภทอยู่ในช่วงร้อยละ 84.62-100 เมื่อพิจารณาจากค่าความถูกต้องทั้งสองประเภทแล้ว สรุปได้ว่า การตรวจหาความเปลี่ยนแปลงของสิ่งปกคลุมดินโดยใช้ข้อมูลภาพดาวเทียม ที่ผ่านกระบวนการปรับแก้เชิงคลื่นสัมพันธ์แล้ว ให้ผลการตรวจหาการเปลี่ยนแปลงสิ่งปกคลุมดินดีกว่า เมื่อเทียบกับการใช้ข้อมูลภาพดาวเทียมที่ไม่ผ่านกระบวนการปรับแก้เชิงคลื่น

บรรณานุกรม :
วัลลภา สามฉิมโฉม, 2517- . (2546). การใช้เทคนิคการปรับแก้เชิงคลื่นสัมพัทธ์เพื่อตรวจหาความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ขนาดใหญ่โดยการนำช่วงคลื่นมาลบกัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัลลภา สามฉิมโฉม, 2517- . 2546. "การใช้เทคนิคการปรับแก้เชิงคลื่นสัมพัทธ์เพื่อตรวจหาความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ขนาดใหญ่โดยการนำช่วงคลื่นมาลบกัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัลลภา สามฉิมโฉม, 2517- . "การใช้เทคนิคการปรับแก้เชิงคลื่นสัมพัทธ์เพื่อตรวจหาความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ขนาดใหญ่โดยการนำช่วงคลื่นมาลบกัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
วัลลภา สามฉิมโฉม, 2517- . การใช้เทคนิคการปรับแก้เชิงคลื่นสัมพัทธ์เพื่อตรวจหาความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ขนาดใหญ่โดยการนำช่วงคลื่นมาลบกัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.