ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินการควบคุมภาวะผิดปกติจากการขาดธาตุไอโอดีนที่อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินการควบคุมภาวะผิดปกติจากการขาดธาตุไอโอดีนที่อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
นักวิจัย : ประธาน วงศ์ตาหล้า
คำค้น : IODINE DEFICIENCY DISORDERS (IDD) , EVALUATION , ELIMINATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43873
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ได้ทำการศึกษาภาวะโรคขาดสารไอโอดีน ในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา อายุ 6-14 ปี จำนวน 543 คส ที่ จ.มุกดาหาร โดยนำข้อบ่งชี้ของ WHO/UNICEF/ICCIDD มาพิจารณา พบว่า ในกลุ่มควบคุม (ร.ร.น้ำเที่ยง, n=131) มีอุบัติการคอพอกด้วยวิธีคลำคอเท่ากับ 4.58% ซึ่ง ไม่เป็นปัญหาของ IDD ส่วนวิธีอัลตราซาวนด์เป็น Mild (19.08%) ในกลุ่มทดลอง (ร.ร.หนองเอียนดง, n=85) มีอุบัติการคอพอกด้วยวิธีคลำคอเป็น Moderate (20.0%) วิธีอัลตราซาวนด์เป็น Severe (44.71%) ความแตกต่างระหว่างวิธีอัลตราซาวนด์และคลำคอ ในกลุ่มควบคุมเท่ากับ 14.5% กลุ่มทดลอง เท่ากับ 24.7% เปอร์เซนต์ของระดับซีรั่ม TSH>10 mIU/L ในกลุ่มควบคุมมี 0% (n=68) และกลุ่มทดลองมี 0.07% (n=139) ทั้ง 2 กลุ่ม ไม่มีปัญหาของ IDD ค่ากลางของไอโอดีนในปัสสาวะของนักเรียนกลุ่มควบคุม (n=87) 62.3 (+,m)g/L และกลุ่มทดลอง (n=117 คน) 56.6 (+,m)g/L แสดงว่าเป็น Mild ทั้ง 2 กลุ่ม ภายหลังจากที่นักเรียนกลุ่มทดลองได้รับน้ำไอโอดีนทุกวัน วันละ 150 (+,m)g และ นักเรียนกลุ่มควบคุมได้รับน้ำที่ไม่ได้เสริมไอโอดีน (ค่ากลางของไอโอดีน 25.43 (+,m)g/L) เป็นเวลาหนึ่งปี พบว่ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีอุบัติการคอพอกโดยวิธีอัลตราซาวนด์ลดลง เป็น 8.33% และ 9.73% เมื่อเปรียบเทียบกับการคลำคอพบว่ากลุ่มทดลองจะลดลงเป็น 13.09% แต่กลุ่มควบคุมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 5.31% ความแตกต่างระหว่างวิธีอัลตราซาวนด์ และการคลำคอเท่ากับ 4.42% ในกลุ่มควบคุม และ 4.76% ในกลุ่มทดสอบ อุบัติการคอพอก โดยวิธีคลำคอจะให้ผลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงในถิ่นที่ขาดสารไอโอดีนแต่จะให้ผล ใกล้เคียงกับวิธีอัลตราซาวนด์ในถิ่นที่มีอับัติการคอพอกน้อยกว่า 5% ส่วนซีรั่ม T(,3)T(,4)TSH ก่อนและภายหลังการประเมินของทั้งสองกลุ่มมีค่าอยู่ในระดับปกติ ค่ากลางของระดับไอโอดีนในปัสสาวะในกลุ่มทดสอบมีค่าสูงกว่าเด็กปกติ ภายหลังจาก ได้รับน้ำไอโอดีน 3, 6, 9 และ 12 เดือน ในกลุ่มควบคุมไอโอดีนในปัสสาวะมีค่าสูงขึ้น เช่นกันแต่ก็ยังต่ำกว่าเด็กปกติ เพื่อที่จะกำจัดโรคขาดสารไอโอดีนในเด็กนักเรียนประถมศึกษา ควรจัดให้มีกิจกรรม ดังกล่าวข้างต้นต่อไป โดยมี monitoring evaluation ด้วยการคลำคอและตรวจหา ไอโอดีนในปัสสาวะทุกปี

บรรณานุกรม :
ประธาน วงศ์ตาหล้า . (2542). การประเมินการควบคุมภาวะผิดปกติจากการขาดธาตุไอโอดีนที่อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประธาน วงศ์ตาหล้า . 2542. "การประเมินการควบคุมภาวะผิดปกติจากการขาดธาตุไอโอดีนที่อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประธาน วงศ์ตาหล้า . "การประเมินการควบคุมภาวะผิดปกติจากการขาดธาตุไอโอดีนที่อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ประธาน วงศ์ตาหล้า . การประเมินการควบคุมภาวะผิดปกติจากการขาดธาตุไอโอดีนที่อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.