ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตในพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง องค์การขนส่ง มวลชนกรุงเทพ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตในพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง องค์การขนส่ง มวลชนกรุงเทพ
นักวิจัย : อัญชลี ศรีสวัสดิ์
คำค้น : ความดันโลหิต , รูปแบบการใช้ชีวิต , สิ่งแวดล้อมการทำงาน , ปัจจัยด้านจิตสังคม , พนักงานขับรถ , BLOOD PRESSURE , LIFE STYLE , WORKING ENVIRONMENT , PSYCHOSOCIAL FACTORS , BUS DRIVERS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44305
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยคัดสรร ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคล รูปแบบการใช้ชีวิต ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมการทำงานและ ปัจจัยด้านจิตสังคมกับความดันโลหิตในพนักงานขับรถโดยสารประจำทางองค์การขนส่งมวลชน กรุงเทพ กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานขับรถโดยสาร เพศชาย จำนวน 200 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ เครื่องชั่งน้ำหนัก ที่วัดส่วนสูง และเครื่องวัดความดันโลหิตแบบ ปรอท เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่อง คอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS/PC(+) สถิติที่ใช้คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยมัชฌิม เลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ใช้สถิติ ไคส - แควร์ และค่า อัตราเสี่ยงสัมพัทธ์ (Odd Ratio) ผลการวิจัยพบว่า อัตราชุกของความดันโลหิตสูงในพนักงานขับรถโดยสารเท่ากับร้อยละ 18.5 ปัจจัย อายุ ระยะเวลาการทำงานและการรับรู้ต่อสภาวะการทำงาน มีความสัมพันธ์กับความ ดันโลหิตซิสโตลิคและไดแอสโตลิคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P < .05 การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตซิสโตลิคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P < 0.05 ส่วนการรับประทาน อาหารมัน อาหารทอดหรือปรุงด้วยกะทิ การชอบรับประทานอาหารรสเค็มและความอิสระของการ ตัดสินใจ มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตไดแอสโตลิค อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P < 0.05 ส่วนค่า อัตราเสี่ยงสัมพัทธ์ (Odd Ratio) เรียงตามลำดับสูงสุดลงมาดังนี้ ความสัมพันธ์กับความดันโลหิต ซิสโตลิคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ระยะเวลาการทำงานตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป (OR = 7.15) อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป (OR = 6.36) การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (OR = 3.36) และการรับประทานอาหารมัน อาหารทอดหรือปรุงด้วยกะทิ (OR = 1.95) ส่วนความสัมพันธ์กับ ความดันโลหิตไดแอสโตลิคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ ระยะเวลาการทำงาน ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป (OR = 6.19) ประวัติการเจ็บป่วยของตนเอง (OR = 5.71) อายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป (OR = 3.26) ชั่วโมงการทำงานต่อ้วน (OR = 2.45) และการรับประทานอาหารมัน อาหารทอดหรือปรุงด้วยกะทิ (OR = 2.31) จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ทำให้ทราบถึงอัตราชุกของความดันโลหิตสูงในพนักงานขับรถซึ่งอยู่ ในอัตราที่สูงกว่ากลุ่มประชากรทั่วไป ดังนั้นควรจัดให้มีการเฝ้าระวังโรคและจัดโปรแกรมส่งเสริม สุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ตามสาเหตุที่พบให้กับพนักงานขับรถโดยสาร ต่อไป

บรรณานุกรม :
อัญชลี ศรีสวัสดิ์ . (2543). ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตในพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง องค์การขนส่ง มวลชนกรุงเทพ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัญชลี ศรีสวัสดิ์ . 2543. "ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตในพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง องค์การขนส่ง มวลชนกรุงเทพ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัญชลี ศรีสวัสดิ์ . "ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตในพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง องค์การขนส่ง มวลชนกรุงเทพ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
อัญชลี ศรีสวัสดิ์ . ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตในพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง องค์การขนส่ง มวลชนกรุงเทพ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.