ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผสมยาง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผสมยาง
นักวิจัย : ชูเดช ดีประเสริฐกุล
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41968
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาถึงอิทธิพลของคุณลักษณะของยาง และตัวแปรในการผสมที่มีผลต่อพฤติกรรมในการผสมของยาง ธรรมชาติกับเขม่าดำและซิลิก้า (ทั้งชนิดที่เคลือบและไม่เคลือบ ผิวด้วยสารประกอบไซเลน) และสมบัติทางกายภาพของยาง ธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการวัลคาไนซ์ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไป ใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพของการผสมยาง พฤติกรรมของการผสมยางศึกษาจากเวลาในการเข้าไป ในยางของสารเสริมแรง (BIT ในกรณีของเขม่าดำและ SIT ในกรณีของซิลิก้า) เวลาที่ใช้ในการผสมยาง และปริมาณยางที่ ติดกับสารเสริมแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนใจศึกษาถึงความหมาย ของ BIT และ SIT รวมถึงความสำคัญของการติดกันระหว่าง ยางและสารเสริมแรงที่เกิดขึ้นในการผสมที่มีผลต่อสมบัติทาง กายภาพของยางวัลคาไนซ์ จากการศึกษาพบว่าความแตกต่างของความเป็นขั้ว ระหว่างยางและสารเสริมแรงเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่ออัตรา เร็วในการเข้าไปในยางของสารเสริมแรง นอกจากนี้ความหนืด ยังมีส่วนช่วยให้การเข้าไปในยางและกระจายตัวของสารเสริม แรงดีขึ้นเมื่อความหนืดมีค่าลดลง ส่วนปริมาณยางและสารเสริม แรงในห้องผสมนั้นไม่ค่อยมีผลนักต่ออัตราเร็วในการผสมของทั้ง เขม่าดำและซิลิก้า แต่ปริมาณที่เหมาะสมในห้องผสมมีผลต่อ สมบัติทางกายภาพของยางวัลคาไนซ์โดยพบว่าปริมาณที่ เหมาะสมที่ทำให้สมบัติทางกายภาพดีอยู่ในช่วง 0.6-0.65 ส่วนตัวแปรอื่นๆ ที่ศึกษาทั้งอุณหภูมิในการผสมและความ เร็วรอบของการผสมพบว่าความเร็วรอบของการผสมมีผลมากกว่า โดยการเพิ่มความเร็วรอบการผสมจะทำให้การผสมยางกับสาร เสริมแรงเร็วขึ้น สำหรับการศึกษาความหมายของ BIT และ SIT พบว่า เวลาดังกล่าวเป็นเวลาที่สารเสริมแรงเข้าไปในยางดังที่เข้าใจ กันแต่การเพิ่มเวลาในการผสมจาก BIT หรือ SIT ไปอีกเล็กน้อย (เช่น 2 นาที) จะให้ผลในการผสมที่ดีขึ้นรวมถึงการเพิ่มปริมาณ การติดกันของยางและสรรเสริมแรงที่เหมาะสม จากการศึกษา การติดกันของยางและสารเสริมแรงพบว่าการปรับตัวแปรในการ ผสมมีผลไม่มากต่อปริมาณยางที่ติดกับสารเสริมแรง ตัวแปรในการผสมมีผลต่อกับสมบัติเชิงกลของยางวัลคาไนซ์ น้อยกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามการปรับสมบัติเชิงกลยังคงทำได้ โดยปรับตัวแปรในการผสมให้เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ สมบัติความต้านทานต่อการสึกกร่อนและสมบัติการขยายตัวของรอยแตก นอกจากนี้ยังพบว่าควรหลีกเลี่ยงการใช้เวลาในการผสมที่ยาว เนื่องจากทำให้สมบัติทางกายภาพของยางวัลคาไนซ์ที่ได้ลดลง อันอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพของยาง ปริมาณยางที่ติดกับสารเสริมแรงมีผลต่อสมบัติเชิงกลของ ยางวัลคาไนซ์ ที่ใช้เขม่าดำในระดับหนึ่ง ปริมาณที่เหมาะสม ดังกล่าว 30-35 % ปริมาณยางที่ติดกับซิลิก้าไม่มีผลหรือมีผล น้อยต่อสมบัติเชิงกลของยางวัลคาไนซ์ที่ใช้ซิลิก้า

บรรณานุกรม :
ชูเดช ดีประเสริฐกุล . (2539). การศึกษาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผสมยาง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชูเดช ดีประเสริฐกุล . 2539. "การศึกษาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผสมยาง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชูเดช ดีประเสริฐกุล . "การศึกษาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผสมยาง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ชูเดช ดีประเสริฐกุล . การศึกษาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผสมยาง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.