ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความหลากหลายของหนอนเยื่อไผ่ (Omphisa sp.) โดยใช้DNA Fingerprinting

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความหลากหลายของหนอนเยื่อไผ่ (Omphisa sp.) โดยใช้DNA Fingerprinting
นักวิจัย : ทิพวรรณ สิงห์ไตรภพ
คำค้น : Bamboo borer , CO-I gene , moth
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDF4080042 , http://research.trf.or.th/node/515
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อศึกษาเทคนิควิธีการสกัด DNA จากหนอนเยื่อไผ่ 2. เพื่อศึกษาความแตกต่างของแบบแผนของยีนของหนอนเยื่อไผ่ชนิดต่างๆ โดยการทำ DNA Fingerprinting วิธีการ : นำหนอนเยื่อไผ่จากต้นไผ่ 5 ชนิดที่แตกต่างกันคือ ไผ่ซาง ไผ่หก ไผ่บง ไผ่ไร่รอ และไผ่สีสุก มาสกัด DNA โดยการตัดเยื่อ epidermis ตามบริเวณ thoracic และเอาไขมันที่ติด ค้างออกจนหมด จากนั้นนำไปสกัด DNA และ amplify mitochondrial cytochrome C oxidase subunit gene (CO-I) โดย polymerase chain reaction (PCR) ต่อจากนั้นนำ Genomic DNA ที่ได้ไป clone ใน PUC 19 vector plasmid DNA จาก E. coli ถูกนำไป purify และ sequence เปรียบเทียบกันโดยใช้ DNA sequencer และนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์โดยใช้ DNASIS โปรแกรม ผลการทดลอง : ผลจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบ nucleotide sequence ของ mitochondrial cytochrome C oxidase subunit I gene พบว่า มีความแตกต่างกันเพียง 1 nucleotide แต่เมื่อ นำไปเปรียบชนิดของกรดอะมิโนแล้วพบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน และจากการศึกษาเปรียบ เทียบในสายวิวัฒนาการแล้วหนอนเยื่อไผ่อยู่ในกลุ่มที่ใกล้เคียงกับ Spodoptera sp. , Manduca sp. และ Antheraea sp. สรุปผลการทดลอง : หนอนเยื่อไผ่ที่อาศัยในต้นไผ่ทั้ง 5 อยู่ใน species เดียวกัน ข้อเสนอแนะ: ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นข้อมูลที่แน่ชัดว่าหนอนเยื่อไผ่ที่มีการกระจายในเขต จังหวัดเชียงใหม่เป็นชนิดเดียวกัน และงานวิจัยนี้เป็นครั้งแรกที่มีการหา sequence ของ mitochondrial cytochrom C oxidase subunit I gene ของหนอนเยื่อไผ่ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Lepidoptera และนำไปเปรียบเทียบสายวิวัฒนาการกับแมลงชนิดอื่นในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งผลงาน วิจัยนี้จะเป็นข้อมูลใหม่ที่สำคัญในทางชีววิยาของแมลงในประเทศไทย Objectives : 1. To study the technique of DNA extraction in bamboo borer. 2. To study the difference of DNA pattern in bamboo borers by DNA Fingerprinting technique. Methodology : Larvae were collected from 5 different bamboo species. ธhe thoracic epidermis from 2 larvae from each bamboo species was separately dissected and cleared of all fat body. DNA was extracted and a region of mitochondrial cytochrome C oxidase subunit 1 gene (CO I) was amplified by polymerase chain reaction (PCR). The PCR products were purified and cloned into PUC 19 vector. The plasmid DNA from E. coli culture was purified using Flexi Prep kits and DNA products were sequenced using DNA sequencer and sequences were analyzed with DNASIS. Conclusion : The bamboo borer larvae found on different bamboo species belong to the same species. Implementation : The present study indicated that the bamboo borer larvae distributed in Chiang Mai Province belong to the same species. This is the first finding to show the sequencing of mitochondrial cytochrome C oxidase subunit I gene (CO-I) of this species. In addition, phylogenic study confirmed that the bamboo borers share a cluster with Spodoptera sp. Manduca sp. and Antheraea sp.

บรรณานุกรม :
ทิพวรรณ สิงห์ไตรภพ . (2542). การศึกษาความหลากหลายของหนอนเยื่อไผ่ (Omphisa sp.) โดยใช้DNA Fingerprinting.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ทิพวรรณ สิงห์ไตรภพ . 2542. "การศึกษาความหลากหลายของหนอนเยื่อไผ่ (Omphisa sp.) โดยใช้DNA Fingerprinting".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ทิพวรรณ สิงห์ไตรภพ . "การศึกษาความหลากหลายของหนอนเยื่อไผ่ (Omphisa sp.) โดยใช้DNA Fingerprinting."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2542. Print.
ทิพวรรณ สิงห์ไตรภพ . การศึกษาความหลากหลายของหนอนเยื่อไผ่ (Omphisa sp.) โดยใช้DNA Fingerprinting. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2542.