ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การทำเสถียรกากตะกอนโลหะหนักตะกั่วและแคตเมียมโดยใช้เถ้าแกลบดำและเถ้าแกลบขาว

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทำเสถียรกากตะกอนโลหะหนักตะกั่วและแคตเมียมโดยใช้เถ้าแกลบดำและเถ้าแกลบขาว
นักวิจัย : กัลยกร ขวัญมา
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33246
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้เป็นการทดสอบหาชนิดของวัสดุประสานที่สามารถทำเสถียรกากตะกอนโลหะ หนัก ตะกั่วและแคตเมียม โดยวิธีหล่อแข็ง ซึ่งวัสดุประสานที่ใช้คือ ปูนซีเมนต์ ปูนซีเมนต์ผสมเถ้าแกลบดำ และปูนซีเมนต์ผสมเถ้าแกลบขาว โดยพิจารณาจากกำลังรับแรงอัด และปริมาณโลหะหนักจากการทดสอบการชะละลาย พร้อมทั้งศึกษาคุณสมบัติก้อนหล่อแข็งเมื่อ ปรับ pH ที่ช่วง 13-14 ระหว่างที่ก้อนหล่อแข็งก่อตัว ซึ่งวัสดุประสานจะผสมกากตะกอน ในสัดส่วน 5 10 และ 15 ก./กก. วัสดุประสาน และศึกษากลไกการจับตัวของโลหะหนักโดย ทดสอบการชะละลายของโลหะหนักด้วยวิธี Sequential Extraction Test (SET) ซึ่งพบว่า กำลังรับแรงอัดจะลดลงเมื่อส่ดส่วนกากตะกอนเพิ่มขึ้นในวัสดุประสาน โดยปูนซีเมนต์ ปูนซีเมนต์ผสมเถ้าแกลบขาว และปูนซีเมนต์ผสมเถ้าแกลบดำ ให้กำลังรับแรงอัดในช่วง 226 - 292 กก./ตร.ซม 115 - 151 กก./ตร.ซม และ 28 - 47 กก./ตร.ซม ตามลำดับ และเมื่อ มีการปรับ pH 13 - 14 ขณะที่วัสดุประสานก่อตัว พบว่าการปรับ pH มีผลต่อการลดกำลัง รับแรงอัดของก้อนตัวอย่าง อย่างไรก็ตามวัสดุประสานทุกชนิดมีกำลังรับแรงอัดอยู่ในเกณฑ์ มาตรฐานกรมโรงงานอุตสาหกรรม คือมีกำลังรับแรงอัดมากกว่า 14 กก./ตร.ซม. จากการทดสอบการชะละลาย พบว่าปูนซีเมนต์ให้การชะละลายของตะกั่วแะลแคดเมียม สูงสุด เมื่อพิจารณาการชะละลายของตะกั่ว พบว่าปูนซีเมนต์ผสมเถ้าแกลบดำ ให้การชะละลาย ต่ำสุดและเมื่อปรับ pH 13-14 ขณะที่วัสดุประสานก่อตัว จะช่วยลดการชะละลายของตะกั่ว ในทุกก้อนตัวอย่าง การชะละลายของแคดเมียมในปูนซีเมนต์ผสมเถ้าแกลบขาว และปูนซีเมนต์ ผสมเถ้าแกลบดำ มีการชะละลายไม่เกิน 0.01 มก./ล. ทั้งกรณีไม่ปรับ pH และปรับ pH แสดงว่าการผสมเถ้าแกลบขาวหรือเถ้าแกลบดำในปูนซีเมนต์สามารถลดการชะละลายของแคดเมียมได้ และการปรับ pH ของวัสดุประสานไม่มีผลต่อการลดการชะละลายของแคดเมียม จากการศึกษาการสกัดโดยวิธี Sequential Extraction Test (SET) ซึ่งเป็นการ สกัดแบบต่อเนื่อง 15 ครั้ง ด้วยกรดอะซิติกความเข้มข้น 0.04 โมลาร์ ทำการกรองและนำน้ำ ชะละลายไปวิเคราะห์หาค่าความเป็นด่าง ตะกั่ว แคดเมียม และซิลิกอน พบว่าตะกั่วมีการ ชะละลายออกมาคล้ายกับการชะละลายของซิลิกอน แสดงว่าตะกั่วเข้าไปมีส่วนร่วม ในกระบวนการแข็งตัวของก้อนหล่อแข็ง ทำให้กลไกการยึดติดในก้อนหล่อแข็งของตะกั่ว เป็นกลไกทางเคมี เมื่อพิจารณาการชะละลายของแคดเมียมไม่เด่นชัดว่ามีการชะละลาย ออกมาคล้ายกับการชะละลายของค่าความเป็นด่าง แต่มีความเป็นไปได้ที่การจับยึดของแคดเมียม เป็นกลไกทางกายภาพ

บรรณานุกรม :
กัลยกร ขวัญมา . (2544). การทำเสถียรกากตะกอนโลหะหนักตะกั่วและแคตเมียมโดยใช้เถ้าแกลบดำและเถ้าแกลบขาว.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กัลยกร ขวัญมา . 2544. "การทำเสถียรกากตะกอนโลหะหนักตะกั่วและแคตเมียมโดยใช้เถ้าแกลบดำและเถ้าแกลบขาว".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กัลยกร ขวัญมา . "การทำเสถียรกากตะกอนโลหะหนักตะกั่วและแคตเมียมโดยใช้เถ้าแกลบดำและเถ้าแกลบขาว."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
กัลยกร ขวัญมา . การทำเสถียรกากตะกอนโลหะหนักตะกั่วและแคตเมียมโดยใช้เถ้าแกลบดำและเถ้าแกลบขาว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.