ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบ ที่ใช้เฟรมขนาดสั้นสำหรับช่องสัญญาณเฟดดิง แบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบ ที่ใช้เฟรมขนาดสั้นสำหรับช่องสัญญาณเฟดดิง แบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์
นักวิจัย : อาทิตย์ จำปาศรี
คำค้น : ทฤษฎีรหัส , ระบบสื่อสารไร้สาย , ระบบสื่อสารเคลื่อนที่
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุวิทย์ นาคพีระยุทธ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : 9740309992 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/1169
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544

ศึกษาและปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบที่ใช้เฟรมขนาดสั้น สำหรับช่องสัญญาณเฟดดิงแบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์ แนวความคิดหลักที่ใช้ในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพ ของวงจรถอดรหัสคือ การนำวงจรกรองแบบปรับตัวได้ชนิด FIR มาประยุกต์ใช้ในการประมาณค่าอัตราขยายของช่องสัญญาณ ซึ่งข่าวสารดังกล่าวจะถูกป้อนให้กับวงจรถอดรหัสเทอร์โบ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของบิตให้มีความถูกต้องยิ่งขึ้น หลังจากนั้นค่าการตัดสินใจของบิตจะถูกป้อนกลับมายัง วงจรกรองแบบปรับตัวได้เพื่อใช้ในการประมาณ อัตราขยายของช่องสัญญาณวนซ้ำใหม่อีกครั้ง การแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างวงจรกรองแบบปรับตัวได้ และวงจรถอดรหัสเทอร์โบจะวนซ้ำ จนกระทั่งกระบวนการถอดรหัสเทอร์โบลู่เข้า จากผลการทดสอบด้วยโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์พบว่า สมรรถนะของการถอดรหัสขึ้นกับความถูกต้องของ ค่าอัตราขยายของช่องสัญญาณที่ประมาณค่า อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติพบว่า การประมาณค่าอัตราขยายของช่องสัญญาณไม่สามารถกระทำได้โดยสะดวก เพราะช่องสัญญาณที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างรวดเร็ว จะทำให้วงจรกรองแบบปรับตัวได้ ไม่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงสถานะได้ทัน ในทางกลับกันช่องสัญญาณที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะที่ช้าจนเกินไป จะให้โอกาสที่สูงกว่าเดิมในการเกิดเบิรสต์ขนาดยาว เมื่อเปรียบเทียบกับความยาวของเฟรม และทำให้บิตที่ถูกถอดรหัสนั้นป้อนกลับไปยังวงจรกรองไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงส่งผลให้การติดตามสถานะ ของช่องสัญญาณไม่ถูกต้องตามไปด้วย เหมือนในกรณีที่ช่องสัญญาณมีการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการนำเอาวงจรกรองแบบปรับตัวได้มาประยุกต์ใช้ จึงมีช่วงใช้งานจำกัด คืออยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงสถานะของช่องสัญญาณที่ไม่เร็ว หรือช้าจนเกินไป ในงานวิจัยพบว่าการเปลี่ยนแปลงสถานะของช่องสัญญาณที่ค่าของ fdTs = 0.005 จะทำให้วงจรกรองแบบปรับตัวได้สามารถติดตามสถานะของช่องสัญญาณ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับค่า fdTs = 0.01 และ 0.001 นอกจากปัญหาการติดตามสถานะของช่องสัญญาณ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแล้ว ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การประวิงเวลาที่เกิดขึ้น จากการนำวงจรกรองแบบปรับตัวได้มาใช้นั่นเอง ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงเสนอกระบวนการถอดรหัส ซึ่งมีการชดเชยการประวิงเวลา และการใช้อัลกอริทึมแบบปรับตัวได้ทั้ง 2 ทิศทาง เพื่อทำให้ค่าประมาณอัตราขยายของช่องสัญญาณที่หาได้ มีความถูกต้องใกล้เคียงกับค่าที่แท้จริงยิ่งขึ้น จากผลการทดสอบด้วยโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์พบว่า สมรรถนะของรหัสเทอร์โบ (ในพจน์ของค่า Eb/No) ที่ถอดรหัสได้โดยวิธีที่นำเสนอสามารถถูกปรับปรุงจากวิธีแบบเดิมซึ่งไม่มีการชดเชยการประวิงเวลาอย่างน้อยประมาณ 0.05 dB ที่ระดับ BER = 10 ยกกำลัง -3 และค่า FdTs = 0.005

บรรณานุกรม :
อาทิตย์ จำปาศรี . (2544). การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบ ที่ใช้เฟรมขนาดสั้นสำหรับช่องสัญญาณเฟดดิง แบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาทิตย์ จำปาศรี . 2544. "การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบ ที่ใช้เฟรมขนาดสั้นสำหรับช่องสัญญาณเฟดดิง แบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาทิตย์ จำปาศรี . "การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบ ที่ใช้เฟรมขนาดสั้นสำหรับช่องสัญญาณเฟดดิง แบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print.
อาทิตย์ จำปาศรี . การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบ ที่ใช้เฟรมขนาดสั้นสำหรับช่องสัญญาณเฟดดิง แบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.