ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทของไนตริกออกไซด์ต่อการเปลี่ยนแปลงพลศาสตร์การไหลเวียนเลือด ในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะฮีโมลัยติคอะนีเมีย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทของไนตริกออกไซด์ต่อการเปลี่ยนแปลงพลศาสตร์การไหลเวียนเลือด ในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะฮีโมลัยติคอะนีเมีย
นักวิจัย : พวงรัตน์ ภักดีโชติ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32532
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ฮีโมลัยติคอะนีเมีย คือภาวะเลือดจางที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดแดงมีการถูกทำลาย มากกว่าปกติ ความผิดปกติดังกล่าวนี้พบได้ในคนไข้ที่มภาวะพร่องเอนไซม์ glucose-6-phosphate dehydrogenase, ภาวะพร่องเอนไซม์ glutathione reductase, ภาวะผิดปกติในการสังเคราะห์ ฮีโมโกลบิน (ได้แก่ โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย, โรคเลือดจาง sickle cells) และภาวะฮีโมลัยติค อะนีเมียที่เกิดขึ้นเองในภายหลัง ฮีโมลัยติคอะนีเมียโดยเฉพาะธาลัสซีเมียนี้นับว่าเป็นโรค พันธุกรรมทางเลือดอย่างหนึ่งที่มีอุบัติการสูงมากในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของ จีนที่สร้างโกลบินทำให้สร้างโกลบินไม่ได้หรือสร้างได้น้อยลง จึงเกิดความไม่สมดุลในการสร้าง สายโกลบินที่จะประกอบเป็นฮีโมโกลบิน ความผิดปกติดังกล่าวทำให้กระบวนการสร้างเซลล์เม็ด เลือดแดงเสียไป เซลล์เม็ดเลือดแดงเกิดพยาธิสภาพ ไม่มีความยืดหยุ่นและถูกทำลายได้ง่ายจึง เกิดภาวะเลือดจางในที่สุด คนไข้ที่เลือดจางอย่างรุนแรงนี้จะอยู่ในสถาวะ hyperdynamic กล่าวคือ cardiac output จะเพิ่มขึ้น, ความดันเลือดลดต่ำลง, ความต้านทานการไหลเวียน เลือดลดลง และเนื้อเยื่อร่างกายได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ซึ่งในสภาวะดังกล่าวต้องได้ รับการแก้ไขทันทีโดยการให้เลือด แต่ทั้งนี้ในคนไข้ที่ได้รับการถ่ายเลือดหลาย ๆ ครั้งบางราย มักจะพบภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรุนแรง ซึ่งเรียกว่า HCC syndrome โดยที่คนไข้จะเกิดภาวะความดันเลือดสูง (hypertension) ร่วมกับอาการปวด ศีรษะ (headache), ชัก (convulsion) และเลือดออกในสมอง (cerebral hemorrhage) หากจะกล่าวไปแล้วสาเหตุของความแปรปรวนของพลศาสตร์การไหลเวียนเลือดรวมทั้งการเกิดภาวะ ความดันเลือดสูงภายหลังได้รับการถ่ายเลือดในคนไข้เหล่านี้ จนกระทั่งปัจจุบันยังไม่สามารถ อธิบายได้แน่ชัด แต่สันนิษฐานได้ว่า endothelium-derived relaing factor หรือที่ทราบ กันดีว่าคือไนตริกออกไซด์ (NO) นั้นน่าจะมีส่วนสำคัญและเกี่ยวข้องกับสภาวะนี้โดยที่ NO อาจทำงานเปลี่ยนไป ดังนั้นการศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงได้มุ่งศึกษาถึงบทบาทของ NO ต่อการเปลี่ยน แปลงพลศาสตร์การไหลเวียนเลือดในภาวะฮีโมลัยติคอะนีเมีย โดยทำการทดลองในสัตว์ทดลอง ซึ่ง สัตว์ทดลองที่ใช้คือหนูขาวพันธุ์ Sprague-Dawley ที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะฮีโมลัยติคอะนีเมีย โดยการฉีด phenylhydrazine (PHZ) ขนาด 125 มก./น้ำหนักหนู 1 กก. เข้าทางช่องท้อง ส่วนหนูในกลุ่มควบคุมจะถูกฉีดด้วยน้ำเกลือในปริมาตรเท่ากัน เมื่อครบ 48 ชั่วโมง ทำการสลบ หนูทดลองทั้ง 2 กลุ่มและวัดพลศาสตร์การไหลเวียนเลือดด้วยการวัดค่าต่าง ๆ ดังนี้คือ ความดันเลือดแดง, อัตราเต้นของหัวใจ (HR), อัตราการไหลของเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะท่อนล่าง และขาหลังของหนูทดลอง (HBF), และความต้านทานของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะท่อนล่างและ ขาหลัง (HVR) เมื่อค่าต่าง ๆ คงที่แล้วทำการทดสอบการตอบสนองของหลอดเลือดต่อการที่มีผลต่อ หลอดเลือดจำนวน 4 ชนิด คือ acetylcholine (ACh), Pheylephrine (Phe), sodium nitroprusside (SNP) และ angiotensinII (AngII) Parameters ต่าง ๆ ที่กล่าวข้าง ต้นนี้จะกระทำทั้งก่อนและหลังการถ่ายเลือดด้วย 80% packed red cells (PRC) ปริมาตร 1 มล. (n=10/กลุ่ม) หรือก่อนและหลังการให้น้ำเกลือปริมาตร 1 มล (n=5/กลุ่ม) สำหรับการ เก็บตัวอย่างเลือดและปัสสาวะเพื่อวัดฮีมาโตคริต และวิเคราะห์หาปริมาณ GSH และปริมาณการขับ NO metabolites (NOx) นั้นจะทำในกลุ่มการทดลองแยกต่างหากโดยแผนการทดลองจะเหมือนกับ ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเพียงแต่ไม่ทดสอบการตอบสนองของหลอดเลือดต่อสารที่มีผลต่อหลอดเลือด ตัวอย่างเลือดและปัสสาวะจะเก็บทั้งก่อนและหลังการถ่ายเลือดหรือการให้น้ำเกลือ (n=12-18/กลุ่ม) ผลการศึกษาพบว่าภายในเวลา 48 ชั่วโมงหนูทดลองที่ได้รับสาร PHZ จะเกิด ภาวะเลือดจางอย่างรุนแรงที่สุดโดยฮีมาโตคริตมีค่าเท่ากับ 26.93 (+,ฑ) 0.31% ซึ่งต่ำกว่า กลุ่มควบคุม (46.41 (+,ฑ) 0.62%) ประมาณ 42% (P < 0.001) สำหรับพลศาสตร์การไหล เวียนเลือดของหนูกลุ่มเลือดจางเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมนั้นพบว่าค่าความดันเลือดแดง เฉลี่ย (MAP) และค่า HVR ของหนูเลือดจางจะลดต่ำลงอย่างมากในขณะที่ HR และ HBF จะสูงกว่า กลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าปริมาณ NOx ในปัสสาวะของหนู เลือดจางมีค่าสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนับสำคัญทางสถิติด้วย (P < 0.05) ผลของการทดสอบการ ตอบสนองของหลอดเลือดต่อสารที่มีผลต่อหลอดเลือดทั้ง 4 ชนิดนั้นพบว่าเฉพาะ ACh ซึ่งเป็นสาร ที่อาศัย EDRF (NO) ในการออกฤทธิ์จะให้ผลที่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม โดยที่หลอดเลือดของหนู เลือดจางจะตอบสนองต่อ ACh ได้น้อยกว่าและยาวนานกว่ากลุ่มควบคุม (P < 0.05) และผลการ ทดลองที่สำคัญก็คือภายหลังการถ่ายเลือด 1 ชั่วโมง พบว่าค่า MAP ของหนูเลือดจางจะสูงขึ้น ประมาณ 25% เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการถ่ายเลือด (จาก 61.40 (+,ฑ) 1.75 เป็น 75.99 (+,ฑ)2.01 มม.ปรอท, P < 0.05) รวมทั้งค่า HR และ HVR ของหนูเลือดจางหลังการถ่ายเลือด ก็มีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับค่าก่อนการถ่ายเลือด (P < 0.05) สำหรับผลการตอบสนองของหลอดเลือดต่อ ACh หลังการถ่ายเลือด 1 ชั่วโมงในหนูเลือดจางนั้นพบว่า หลอดเลือดสามารถตอบสนองต่อ ACh ได้เช่นเดียวกับหลอดเลือดของหนูปกติในกลุ่มควบคุม และนอก จากนี้ปริมาณ NOx ในปัสสาวะของหนูเลือดจางหลังการถ่ายเลือดมีค่าไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม เช่นกัน ส่วนการทดลองที่ให้น้ำเกลือนั้นพบว่าค่าต่าง ๆ ที่วัดได้จากการทดลองในหนูกลุ่มเลือด จางก่อนและหลังให้น้ำเกลือมีค่าไม่แตกต่างกัน จากแผนการทดลองที่ทำการถ่ายเลือดด้วย PRC นั้น พบว่าการถ่ายเลือดมีผลเพิ่มค่าฮีมาโตคริตของหนูทั้งสองกลุ่มในสัดส่วนเท่า ๆ กัน และสิ่งสำคัญ ที่พบก็คือระดับของ GSH ในเซลล์เม็ดเลือดแดงจะมีความสัมพันธ์กับค่าฮีมาโตคริต ในเชิงลบ (r = -0.786, P < 0.0005) ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่าในภาวะ oxidative stress ร่างกายจะมีกลไก ชดเชยเพื่อต่อต้านกับสภาวะนี้ด้วยการสร้าง GSH เพิ่มขึ้น จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงสรุป ได้ว่า NO เป็น messenger ที่สำคัญของร่างกายที่มีผลทำให้พลศาสตร์การไหลเวียนเลือดและการ ตอบสนองของหลอดเลือดในสภาวะเลือดจางเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเมื่อกระบวนการเมแทบอลิซึมของ ไนตริกออกไซด์เปลี่ยนไปก็อาจส่งผลหรือมีบทบาทสำคัญเกี่ยวข้องกับพยาธิสรีรวิทยาของร่างกาย ในภาวะฮีโมลัยติคอะนีเมีย

บรรณานุกรม :
พวงรัตน์ ภักดีโชติ . (2542). บทบาทของไนตริกออกไซด์ต่อการเปลี่ยนแปลงพลศาสตร์การไหลเวียนเลือด ในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะฮีโมลัยติคอะนีเมีย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พวงรัตน์ ภักดีโชติ . 2542. "บทบาทของไนตริกออกไซด์ต่อการเปลี่ยนแปลงพลศาสตร์การไหลเวียนเลือด ในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะฮีโมลัยติคอะนีเมีย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พวงรัตน์ ภักดีโชติ . "บทบาทของไนตริกออกไซด์ต่อการเปลี่ยนแปลงพลศาสตร์การไหลเวียนเลือด ในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะฮีโมลัยติคอะนีเมีย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
พวงรัตน์ ภักดีโชติ . บทบาทของไนตริกออกไซด์ต่อการเปลี่ยนแปลงพลศาสตร์การไหลเวียนเลือด ในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะฮีโมลัยติคอะนีเมีย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.