ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบำบัดน้ำเสียจากที่พักอาศัยด้วยระบบแผ่นมีเดียชีวสัมผัส

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบำบัดน้ำเสียจากที่พักอาศัยด้วยระบบแผ่นมีเดียชีวสัมผัส
นักวิจัย : รักศิล ศิริภูธร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32394
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียชุมชน ด้วยระบบ aerated submerged biological filter process โดยการใช้แผ่นตัวกลางชีวสัมผัส กำหนด เวลาเก็บกัก (hydraulic retention time) ปริมาณสารอินทรีย์ (organic loading) และภาระปริมาณน้ำ (hydraulic loading) ที่แตกต่างกัน เพื่อศึกษาเวลาการเติมอากาศที่เหมาะสม และปฏิกิริยาชีวเคมีใน ถังปฏิกิริยา จากระบบบำบัดน้ำเสียที่สร้างขึ้นจริงในพื้นที่ โดยการรับน้ำเสียจากที่พักอาศัย ของ บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบบบำบัดที่สร้างขึ้นประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ถังปฏิกิริยาที่ บรรจุตัวกลางชีวสัมผัสชนิด cross-flow พร้อมระบบเติมอากาศภายในถัง และถังตกตะกอน การ ทดลองแบ่งออกเป็น 3 ถังทดลอง ให้มีเวลาเก็บกัก (HRT)ในถังปฏิกิริยาเป็น 3,5 และ 7 ชั่วโมง ตามลำ ดับ ป้อนน้ำเสียเข้าแต่ละถังทดลองเป็น 4 ชุดการทดลอง คือ 1,500 , 2,000 , 2,500 และ 3,000 ลิตรต่อวัน ตามลำดับ ผลการทดลองพบว่า ถังทดลองที่ 3 เวลาเก็บกักน้ำเสีย 7 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพการกำจัด สารอินทรีย์ (COD) และสารแขวนลอย (SS) มากที่สุด เฉลี่ยร้อยละ 91.91 และ 88.79 ตามลำดับ ในขณะที่ถังทดลองที่ 1 และ 2 เวลาเก็บกักน้ำเสีย 3 และ 5 ชั่วโมง มีประสิทธิภาพการกำจัดสาร อินทรีย์ (COD) และสารแขวนลอย (SS) เฉลี่ยร้อยละ 85.40, 72.21, 89.77 และ 81.08 ตาม ลำดับ เมื่อปริมาณน้ำเสียเข้าระบบ 1,500 ลิตรต่อวัน โดยค่าสารอินทรีย์ (COD) และสารแขวนลอย (SS) ที่กำจัดได้ด้วยถังทดลองที่ 1 มีความแตกต่างกับถังการทดลองที่ 2 และ 3 อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ (P- value < 0.01 ) และเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง 4 ชุดการทดลอง พบว่า ประสิทธิภาพการ กำจัดสารอินทรีย์ (COD) และสารแขวนลอย (SS) มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน เมื่อป้อนน้ำเสียเข้า ถังทดลอง 1,500, 2,000, 2,500 และ 3,000 ลิตรต่อวัน ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์(r) ระหว่าง อัตราการกำจัดสารอินทรีย์ (organic removal rate, gCOD/m2.d) กับปริมาณสารอินทรีย์ (organic loading, gCOD/m2.d) พบว่า ทั้ง 3 ถังทดลอง มีความสัมพันธ์กันเชิงเส้นตรงในทางบวก โดยถังทดลองที่ 1, 2 และ 3 มีค่า r เท่ากับ 0.6474 , 0.7528 และ 0.8153 ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ถังทดลองที่ 3 มีค่า r สูงที่สุด ซึ่งสอดคล้อง กับผลการศึกษาปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น โดยใช้สมการของ Monod?s พบว่าถังทดลองที่ 3 มีปฏิกิริยาชีวเคมี เกิดขึ้นดีกว่า ถังทดลองที่ 1 และ 2 โดยมีค่า อัตราการกำจัดสารอินทรีย์สูงสุด (qmax) ความเข้มข้น ของสารอินทรีย์ (ks) สัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (R2) และค่าความคลาดเคลื่อนของการพยากรณ์ เท่า กับ 142.86 , 121.43 , 76.80% และ 2.78 ตามลำดับ การทดลองนี้สรุปได้ว่า ถังทดลองที่ใช้ เวลา เก็บกัก 7 ชั่วโมง ปริมาณน้ำเสียเข้าถังทดลอง 1,500 ลิตรต่อวัน จะมีประสิทธิภาพในการบำบัด น้ำ เสียชุมชนดีที่สุด และสมการการถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย ตามสมการของ Monod?s ของถังทดลองที่ ใช้เวลาเก็บกัก 7 ชั่วโมง มีความน่าเชื่อถือในการพยากรณ์มากกว่า ถังที่ใช้เวลาเก็บกัก 5 และ 3 ชั่วโมง

บรรณานุกรม :
รักศิล ศิริภูธร . (2541). การบำบัดน้ำเสียจากที่พักอาศัยด้วยระบบแผ่นมีเดียชีวสัมผัส.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รักศิล ศิริภูธร . 2541. "การบำบัดน้ำเสียจากที่พักอาศัยด้วยระบบแผ่นมีเดียชีวสัมผัส".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รักศิล ศิริภูธร . "การบำบัดน้ำเสียจากที่พักอาศัยด้วยระบบแผ่นมีเดียชีวสัมผัส."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
รักศิล ศิริภูธร . การบำบัดน้ำเสียจากที่พักอาศัยด้วยระบบแผ่นมีเดียชีวสัมผัส. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.