ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสามารถในการติดเชื้อ การเจริญเติบโต การกระจาย และ พยาธิวิทยาของพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กตระกูล Lecithodendriidae ในสัตว์ทดลอง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสามารถในการติดเชื้อ การเจริญเติบโต การกระจาย และ พยาธิวิทยาของพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กตระกูล Lecithodendriidae ในสัตว์ทดลอง
นักวิจัย : อารี เพชรเลิศ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31944
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้เป็นรายงานครั้งแรกของการติดเชื้อ พยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กตระกูล Lecithodendriidae ใน สัตว์ทดลอง โดยการทดลองขั้นแรกได้ทำการป้อนระยะติดต่อ (metacercaria) ที่แตกต่างกัน 2 ชนิดซึ่งได้จากตัวอ่อน แมลงปอให้กับแฮมสเตอร์ พบว่าชนิดที่มีขนาดเล็ก (133x143 ไมโครเมตร) และผนังบาง เท่านั้นที่สามารถเจริญเป็นระยะ ตัวเต็มวัยในสัตว์ทดลองได้ และระยะตัวเต็มวัยที่ได้คือพยาธิ Phaneropsolus bonnei จากการศึกษาเพื่อหาสัตว์ทดลองที่มีความเหมาะสมต่อ การติดเชื้อพยาธิ P.bonnei ในสัตว์ทดลอง 3 ชนิด คือ แฮมสเตอร์ หนูขาว และหนูถีบจักร โดยป้อนตัวอ่อนระยะติดต่อ จำนวน 100 เม็ดต่อสัตว์ทดลอง 1 ตัว และทำการฆ่าสัตว์ ทดลองเมื่อตรวจพบไข่ในมูลสัตว์ พบว่า อัตราการติดเชื้อ พยาธิ P.bonnei ในแฮมสเตอร์ (50.6%) สูงกว่าในหนูขาว (37.7%) และในหนูถีบจักร (12.4%) อย่างมีนัยสำคัญ พยาธิ ชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ในแฮมสเตอร์และ หนูขาวเท่านั้น ส่วนในหนูถีบจักรพยาธิไม่สามารถเจริญเป็น ระยะตัวเต็มวัย และไม่พบไข่ทั้งในมูลสัตว์และในมดลูก ระยะ prepatent period ในแฮมสเตอร์เท่ากับ 18 วัน ส่วนใน หนูขาวเท่ากับ 36 วันหลังการติดเชื้อ ค่าเฉลี่ยของจำนวนไข่ ต่ออุจจาระหนึ่งกรัม (mean epg) ในแฮมสเตอร์ เท่ากับ 100.0 ฟอง สูงกว่าในหนูขาว ซึ่งพบเพียง 3.6 ฟอง อย่าง มีนัยสำคัญเช่นกัน จำนวนเฉลี่ยของไข่ในมดลูกของพยาธิที่ได้ จากแฮมสเตอร์ เท่ากับ 1,330 ฟอง/ตัว และจากหนูขาวเท่ากับ 326.4 ฟอง/ตัว พยาธิเติบโตได้ดีที่สุดในฉอมสเตอร์ รองลงมาคือ ในหนูขาว และในหนูถีบจักร โดยมีพื้นที่ลำตัวเฉลี่ย 0.17, 0.08 และ 0.06 ตารางมิลลิเมตร ตามลำดับ ผลการศึกษาครั้งนี้แสดง ให้เห็นว่า แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ทดลองที่มี susceptibility ต่อ การติดเชื้อพยาธิ P.bonnei ดีกว่าหนูขาว และหนูถีบจักร ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงเลือกแฮมสเตอร์เป็นโฮสต์เพื่อ ศึกษาถึงความสามารถในการติดเชื้อ การเจริญเติบโต การกระจาย และพยาธิวิทยาต่อการติดเชื้อพยาธิ P.bonnei โดยป้อนตัวอ่อน ระยะติดต่อ จำนวน 100 เม็ดต่อสัตว์ทดลอง 1 ตัวให้แก่ แฮมสเตอร์จำนวน 75 ตัว แล้วทำการศึกษาทั้งทางด้านปรสิตวิทยา และพยาธิวิทยาของลำไส้และอวัยวะภายในอื่นๆ ในช่วงเวลา 56 วันหลังการติดเชื้อ จากการศึกษาทางด้านปรสิตวิทยา พบว่า อัตราเฉลี่ยของความสามารถในการติดเชื้อพยาธิ P.bonnei เป็น 61% พยาธิเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วง 3 วันแรก หลังจากนั้นการเติบโตจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากค่าเฉลี่ย พื้นที่ลำตัว 0.009 ตารางมิลลิเมตรในวันที่ 3 เป็น 0.15 ตารางมิลลิเมตร ในวันที่ 28 หลังการติดเชื้อ รูปแบบของการ เจริญเติบโตของพยาธิหลังจากวันที่ 28 จะค่อนข้างแกว่งตัวแต่ ไม่แตกต่างจากในช่วงสูงสุด การเจริญเติบโตและพัฒนาการของพยาธิ P.bonnei ในระยะหนึ่งชั่วโมงหลังการติดเชื้อจะเห็นลำไส้ oral และ ventral sucker ชัด อวัยวะสืบพันธุ์มีการเจริญเติบโตและ พัฒนาการอย่างสมบูรณ์ภายใน 7 วัน เริ่มพบไข่ในมดลูกของ พยาธิได้ครั้งแรกในวันที่ 9 (เฉลี่ย 2 ฟอง/ตัว) หลังจากนั้น จะเพิ่มขึ้นตามอายุของพยาธิและพบสูงสุดในวันที่ 35 (เฉลี่ย 1,313 ฟอง/ตัว) หลังจากนั้นจำนวนไข่ในมดลูกมีแนวโน้มลดลง แต่ไม่แตกต่างจากช่วงสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนไข่ในมูลสัตว์ เริ่มพบได้ตั้งแต่ 18 วันหลังการติดเชื้อ (mean epg = 24.2) หลังจากนั้นจะเพิ่มขึ้นจนถึงสูงสุดในวันที่ 42 วันหลังการติดเชื้อ (mean epg = 820) และลดลงจากจุดสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติในวันที่ 56 หลังการติดเชื้อ ค่า epg ต่อพยาธิหนึ่งตัว เพิ่มขึ้นช้าๆ จาก 3.01 epg ในวันที่ 18 หลังจากนั้นจะ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึง 12.6 epg ในวันที่ 42 และลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในวันที่ 56 วันหลังการติดเชื้อ การกระจายของพยาธิในลำไส้เล็กในช่วง 1 ชั่วโมง ถึง 3 วันหลังการติดเชื้อ พบพยาธิทั้งในส่วนต้นและส่วนกลาง ในจำนวนใกล้เคียงกัน แต่หลังจากนั้นจะพบเฉพาะในส่วนต้น เท่านั้น การเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาของผนังลำไส้บริเวณ ที่อยู่รอบๆ ตัวพยาธิ พบว่ามีการหลุดลอกของเยื่อบุผนังลำไส้ มีการชุมนุมของเซลล์อักเสบ โดยเฉพาะ lymphocyte และ plasma cells การเพิ่มขึ้นของ crypt และ goblet cells นอกจากนี้ยังพบมีการหลั่งสารเมือกเพิ่มมากขึ้น ความรุนแรง ของการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับ ระยะเวลาของการติดเชื้อ การศึกษาครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกในการ พยายามทดลองติดเชื้อพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กตระกูล Lecithodendriidae ในสัตว์ทดลอง ซึ่งนำไปสู่ผลการศึกษา ทั้งทางด้านปรสิตวิทยาและพยาธิวิทยาของพยาธิ P.bonnei ดังกล่าว สิ่งที่น่าสนใจต่อไปคือการติดเชื้อมีมากขึ้น ระยะยาว นานขึ้น ซึ่งพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นน่าจะรุนแรงกว่าที่พบในการศึกษา ครั้งนี้และอาจจะคล้ายคลึงกับที่ปรากฎในคน ซึ่งมักจะมีการติด เชื้อสะสมเป็นระยะเวลานาน

บรรณานุกรม :
อารี เพชรเลิศ . (2539). ความสามารถในการติดเชื้อ การเจริญเติบโต การกระจาย และ พยาธิวิทยาของพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กตระกูล Lecithodendriidae ในสัตว์ทดลอง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อารี เพชรเลิศ . 2539. "ความสามารถในการติดเชื้อ การเจริญเติบโต การกระจาย และ พยาธิวิทยาของพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กตระกูล Lecithodendriidae ในสัตว์ทดลอง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อารี เพชรเลิศ . "ความสามารถในการติดเชื้อ การเจริญเติบโต การกระจาย และ พยาธิวิทยาของพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กตระกูล Lecithodendriidae ในสัตว์ทดลอง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
อารี เพชรเลิศ . ความสามารถในการติดเชื้อ การเจริญเติบโต การกระจาย และ พยาธิวิทยาของพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กตระกูล Lecithodendriidae ในสัตว์ทดลอง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.