ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการทำงานของรังไข่หลังคลอดในแม่โคนมพันธุ์ไทยโฮลสไตน์

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการทำงานของรังไข่หลังคลอดในแม่โคนมพันธุ์ไทยโฮลสไตน์
นักวิจัย : บรรลือ กรมาทิตย์สุข
คำค้น : Endocrine , Ovarian activity , Postpartum cows , Season , การทำงานของรังไข่ , ฤดูกาล , ฮอร์โมน , แม่โคหลังคลอด
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG4780035 , http://research.trf.or.th/node/417
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลกระทบของความเครียดเนื่องจากความร้อน ต่อการทำงานของรังไข่หลังคลอด และพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ในแม่โครีดนม โดยทำการศึกษาในแม่โคลูกผสม พันธุ์โฮลสไตน์ ฟรีเชี่ยน จำนวน 30 ตัว แบ่งออกเป็น 2 ช่วง 1) ช่วงฤดูร้อน จำนวน 15 ตัว และ 2) ช่วงฤดูหนาว จำนวน 15 ตัว ทำการศึกษาเป็นระยะเวลา 60 วันหลังคลอด โดยตรวจวัดค่าความสมบูรณ์ของร่างกาย การกลับเข้าอู่ของมดลูก และลักษณะโครงสร้างของรังไข่ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างพลาสม่า สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อตรวจวิเคราะห์ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และฮอร์โมนพรอสต้าแกลนดิน เอฟทูแอลฟ่า เมตาบอไลท์ ผลการวิจัยพบว่าแม่โคหลังคลอดช่วงฤดูร้อนมีค่าเฉลี่ยของค่าความสมบูรณ์ของร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.01) เมื่อเปรียบเทียบกับแม่โคหลังคลอดช่วงฤดูหนาว และจำนวนแม่โคหลังคลอดที่มีมดลูกกลับเข้าอู่ในฤดูร้อนมีค่าต่ำกว่า เมื่อเปรียบเทียบในแต่ละช่วงระยะเวลากับแม่โคหลังคลอดช่วงฤดูหนาว ขณะเดียวกันจำนวนแม่โคหลังคลอดที่ตรวจพบคอร์ปัสลูเทียมครั้งแรกที่ระยะ 6 สัปดาห์หลังคลอด ในช่วงฤดูร้อน มีค่าเท่ากับ 10/15 ตัว (66.7%) และช่วงฤดูหนาว มีค่าเท่ากับ 14/15 ตัว (93.3%) โดยจำนวนแม่โคหลังคลอดช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูหนาวมีการทำงานของรังไข่หลังคลอดเป็นปกติ เท่ากับ 4/15 ตัว (26.7%) และ 9/15 (60.0%) ตามลำดับ ส่วนความผิดปกติการทำงานของรังไข่ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มแม่โคช่วงฤดูร้อน (P=0.07) ขณะที่ระดับฮอร์โมนพรอสต้าแกลนดิน เอฟทูแอลฟ่า เมตาบอไลท์ ของแม่โคหลังคลอดทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (P>0.05) ส่วนอัตราการผสมติดครั้งแรกหลังคลอด (P=0.06) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มแม่โคหลังคลอดช่วงฤดูหนาว และอัตราการตั้งท้องที่ 150 วันหลังคลอดเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าในกลุ่มแม่โคหลังคลอดช่วงฤดูหนาวอย่างมีนัยสำคัญ (P=0.03) จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ สรุปได้ว่าความเครียดเนื่องจากความร้อน ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างชัดเจน ต่อค่าความสมบูรณ์ของร่างกาย การกลับเข้าอู่ของมดลูก และการทำงานของรังไข่หลังคลอด ส่งผลให้ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ในแม่โครีดนมพันธุ์โฮลสไตน์ ฟรีเชี่ยน ลดต่ำลง The present study was aimed to clarify the effect of heat-stress on postpartum (PP) ovarian cyclicity and subsequent reproductive performance in lactating cows. Thirty crossbred Holstein-Friesian cows (hot season; Mar-May, N=15 and cool season; Nov-Feb, N=15) were studied during 60 days PP. Body condition scores (BCS), uterine involution and the ovarian structures were monitored once weekly. Plasma samples were taken 3 times a week for progesterone (P4) and prostaglandin F2? metabolite (PGFM) analyses. The mean BCS was significantly decreased in the cows during hot season (P<0.01), while it was not found in the cows during cool season (P>0.05). The delayed uterine involution was observed in the cows during hot season by 4 and 6 weeks PP, comparing to the cows during cool season. By 6 weeks PP, only 66.7% (10/15) of the cows during hot season showed the first detectable corpus luteum, whereas 93.3% (14/15) of the cows during cool season were noted. The numbers of normal PP ovarian cyclicity in the cows during hot and cool seasons were 4/15 (26.7%) and 9/15 (60.0%), respectively. Moreover, the percentage of abnormal luteal activity was higher towards the cows during hot season (P=0.07). However, the levels of PGFM release was not statistically different between groups (P>0.05). A tendency of the higher first AI conception rates (P=0.06) and the higher pregnancy rate within 150 days PP was recorded in the cows during cool season (P=0.03). In conclusion, the present study clearly illustrated the profound adverse effect of exposure to heat-stress on BCS, uterine involution and PP ovarian cyclicity, subsequently leading to decreased reproductive efficiency in Holstein lactating cows.

บรรณานุกรม :
บรรลือ กรมาทิตย์สุข . (2550). การศึกษาการทำงานของรังไข่หลังคลอดในแม่โคนมพันธุ์ไทยโฮลสไตน์.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
บรรลือ กรมาทิตย์สุข . 2550. "การศึกษาการทำงานของรังไข่หลังคลอดในแม่โคนมพันธุ์ไทยโฮลสไตน์".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
บรรลือ กรมาทิตย์สุข . "การศึกษาการทำงานของรังไข่หลังคลอดในแม่โคนมพันธุ์ไทยโฮลสไตน์."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2550. Print.
บรรลือ กรมาทิตย์สุข . การศึกษาการทำงานของรังไข่หลังคลอดในแม่โคนมพันธุ์ไทยโฮลสไตน์. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2550.