ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้น้ำทิ้งจากการผลิตเยื่อกระดาษสา และน้ำกากส่าเป็นปุ๋ย โพแทสเซียมสำหรับข้าว ที่ปลูกในดินสันทราย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้น้ำทิ้งจากการผลิตเยื่อกระดาษสา และน้ำกากส่าเป็นปุ๋ย โพแทสเซียมสำหรับข้าว ที่ปลูกในดินสันทราย
นักวิจัย : กานดา ฉัตรไชยศิริ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=30500
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การใช้น้ำทิ้งจากผลิตภัณฑ์เยื่อกระดาษษาและน้ำกากส่าเป็นปุ๋ยโพแทสเซียมสำหรับข้าว ที่ปลูกในดินสันทราย การทดลองแบ่งออกเป็น 2 การทอลอง การทดลองที่ 1 เป็นการทดลอง ในห้องปฏิบัติการเพื่อศึกษาสมบัติบางประการของน้ำต้มเยื่อกระดาษสา น้ำกากส่า สมบัติของ ชุดดินสันทราย และอิทธิพลของนำต้มเยื่อกระดาษสาและน้ำกากส่า ต่อปริมาณโพแทสเซียม ที่เป็นประโยชน์ในดินสันทรายในสภาพน้ำขัง สำหรับการทดลองที่ 2 เป็นการทดลองในกระถาง เพื่อศึกษาถึงการใช้นำต้มเยื่อกระดาษสาและน้ำกากส่า เป็นปุ๋ย โพแทสเซียมสำหรับข้าวพันธุ์ สุพรรณบุรี 1 ที่ปลูกในดินสันทราย วางแผนการทดลองแบบ (3 x 3) + 1 factorial in RCB ทำ 4 ซ้ำ ประกอบด้วย 2 ปัจจัย ปัจจัยที่ 1 คือ แหล่งโพแทสเซียม 3 ชนิด ได้แก่ ปุ๋ยโพแทสเซียม คลอไรด์ น้ำต้มเยื่อกระดาษสา และน้ำกากส่า ปัจจัยที่ 2 คือ อัตราโพแทสเซียม 3 อัตรา ได้แก่ 25 50 และ 100 มิลลิกรัม K(,2)O ต่อกิโลกรัม และตำรับควบคุม (ไม่ใส่โพแทสเซียม) รวมทั้ง 10 ตำรับการทดลอง การทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่าน้ำต้มเยื่อกระดาษสามีค่าการนำไฟฟ้าสูง มีความ เป็นด่างจัดมาก มีปริมาณโพแทสเซียมสูงเท่ากับ 7,480 มิลลิกรัมต่อลิตร มีธาตุอาหารพืชอื่นๆ อยู่ในปริมาณที่ต่ำ น้ำกากสามีค่าการนำไฟฟ้าสูงมาก มีความเป็นกรดจัดมาก มีปริมาณ โพแทสเซียมสูงเท่ากับ 16,345 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีปริมาณไนโตรเจน แคลเซียม แมกนีเซียม และโซเดียมสูง ส่วนดินสันทรายเป็นดินทรายปนร่วน มีความเป็นกรดปานกลาง มีปริมาณ อินทรีย์วัตถุต่ำ ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้หรือโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ในดินต่ำ เท่ากับ 40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และมีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์สูงมาก การใส่น้ำต้ม เยื่อกระดาษสาและน้ำกากส่าในดินสันทรายจะช่วยเพิ่มปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ ในดินดังกล่าวอย่างเด่นชัด ปริมาณการปลดปล่อยโพแทสเซียมของชุดดินสันทรายที่ได้รับ โพแทสเซียมจากน้ำต้มเยื่อกระดาษสา และปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์อัตราต่างๆ จะใกล้เคียง กันในทุกอัตรา สำหรับดินที่ได้รับโพแทสเซียมออกมาได้มากที่สุดในทุกอัตรา การทดลองในกระถางพบว่า การใส่น้ำต้มเยื่อกระดาษสาและน้ำกากส่าเป็นแหล่ง โพแทสเซียมสำหรับข้าวที่ปลูกในชุดดินสันทรายจะช่วยเพิ่มการเจริญเติบโต ผลผลิต และ การดูดดึงธาตุอาหารโพแทสเซียมของข้าวอย่างเด่นชัด ประสิทธิภาพในการเพิ่มการเจริญ เติบโต ผลผลิต และการดูดดึงโพแทสเซียมของข้าวที่ได้รับการใส่น้ำต้มเยื่อกระดาษสาและ น้ำกากส่าใกล้เคียงกัน การเจริญเติบโต ผลผลิต และการดูดดึงโพแทสเซียมของข้าวที่ได้รับ การใส่ปํยโพแทสเซียมคลอไรด์จะสูงสุดเมื่อเทียบกับที่ได้รับการใส่น้ำต้มเยื่อกระดาษสา และน้ำกากส่า การใส่น้ำต้มเยื่อกระดาษสาและน้ำกากส่าให้แก่ข้าวที่ปลูกในชุดดินสันทราย ไม่มีผลทำให้ค่าความเป็นกรด-ด่างและค่าการนำไฟฟ้าของดินเพิ่มสูงขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงจาก เดิมจนก่อให้เกิดความเป็นพิษกับข้าว น้ำทิ้งจากน้ำต้มเยื่อกระดาษสาและน้ำกากส่าสามารถใช้ เป็นแหล่งโพแทสเซียมสำหรับข้าวที่ปลูกในชุดดินสันทรายและดินที่มีสมบัติคล้ายชุดดินสัน ทรายได้

บรรณานุกรม :
กานดา ฉัตรไชยศิริ . (2544). การใช้น้ำทิ้งจากการผลิตเยื่อกระดาษสา และน้ำกากส่าเป็นปุ๋ย โพแทสเซียมสำหรับข้าว ที่ปลูกในดินสันทราย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กานดา ฉัตรไชยศิริ . 2544. "การใช้น้ำทิ้งจากการผลิตเยื่อกระดาษสา และน้ำกากส่าเป็นปุ๋ย โพแทสเซียมสำหรับข้าว ที่ปลูกในดินสันทราย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กานดา ฉัตรไชยศิริ . "การใช้น้ำทิ้งจากการผลิตเยื่อกระดาษสา และน้ำกากส่าเป็นปุ๋ย โพแทสเซียมสำหรับข้าว ที่ปลูกในดินสันทราย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
กานดา ฉัตรไชยศิริ . การใช้น้ำทิ้งจากการผลิตเยื่อกระดาษสา และน้ำกากส่าเป็นปุ๋ย โพแทสเซียมสำหรับข้าว ที่ปลูกในดินสันทราย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.