ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของระยะปลูกต่อความชื้นในดินและการเจริญเติบโตของปอสา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของระยะปลูกต่อความชื้นในดินและการเจริญเติบโตของปอสา
นักวิจัย : มณฑาทิพย์ โสมมีชัย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=29675
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาผลของระยะปลูกต่อความชื้นในดินและการเจริญเติบโตของปอสา มีวัตถุประสงค์เพื่อหาระยะปลูกที่เหมาะสมของสวนปอสาทั้งในการปลูกเชิงพาณิชย์และการ อนุรักษ์ดินน้ำ ซึ่งได้ทำการศึกษาภายใต้สวนปอสาที่มีระยะปลูกแตกต่างกัน 5 ระดับ คือ 1x1 1x2 2x2 2x4 และ 4x4 เมตร ณ พื้นที่สวนป่าวังชิ้น อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2543 โดยมี 3 ซ้ำ และทำการเก็บข้อมูลตามระบบ ดิน-พืช-น้ำ คือ (1) ศึกษาสมบัติบางประการของดินโดยเน้นสมบัติทางกายภาพของดิน (2) วัดการเจริญ เติบโตของปอสา (Do, H และอัตราการรอดตาย) เมื่ออายุ 6 12 และ 24 เดือน พร้อมทั้ง ประมาณมวลชีวภาพของส่วนต่าง ๆ ของปอสาจากสมการแอลโลเมตรี (3) หาค่าดัชนีพื้นที่ผิว ใบปอสาและมวลชีวภาพวัชพืชรายเดือน และ (4) หาปริมาณความชื้นในดินโดยใช้วิธีชั่ง น้ำหนัก จากเดือนกรกฎาคม ถึง มกราคม และประเมินการสูญเสียน้ำในดินจากสวนหอสาด้วย สมการความสัมพันธ์ระหว่างการลดลงของความชื้นในดินกับค่าดัชนีพื้นที่ผิวใบปอสา ผลการศึกษา พบว่า สมบัติทางกายภาพของดินในแต่ละระยะปลูกไม่มีความแตกต่างกัน ดินมีการระบายน้ำดี มีการเก็บกักน้ำในดินได้น้อย ง่ายต่อการเกิดน้ำไหลบ่าหน้าดิน และเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งฝน ส่วนการเจริญเติบโตของปอสา เมื่ออายุ 6 12 และ 24 เดือน พบว่า ระยะปลูกไม่มีผลต่อความแตกต่างทางความสูง และอัตราการรอดตาย ของปอสา เมื่ออายุ 6 เดือน แต่จะส่งผลให้เกิดความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กับความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางที่ระดับชิดดิน เมื่ออายุ 12 เดือน และ 24 เดือน ซึ่งจะมีค่าสูงสุดในระยะปลูก 4x4 เมตร เมื่อหาร้อยละจำนวนต้นปอสาที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ที่ระดับชิดดินมากกว่า 3 เซนติเมตรซึ่งเป็นขนาดที่มีผลในเชิงพาณิชย์ของแต่ละระยะปลูก เมื่ออายุ 12 และ 24 เดือน พบว่า ระยะ 4x4 เมตร มีร้อยละจำนวนต้นสูงสุด (79.5-81.3) รองลงมาคือ 2x4 เมตร (65.3-69.6) และ 2x2 เมตร (51.3-63.5) ส่วนระยะ 1x1 และ 1x2 เมตร นั้นมีค่าดังกล่าวค่อนข้างต่ำ จากนั้นประมาณมวลชีวภาพ ของส่วนต่าง ๆ ของปอสาจากสมการแอลโลเมตรี พบว่า ระยะปลูกทำให้มวลชีวภาพต่อพื้นที่ ของปอสาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อปอสาอายุ 12 เดือน และ 24 เดือน โดยมีมวลชีวภาพเปลือกในสูงสุดในระยะปลูก 1x1 เมตร (44.8 กก./ไร่) ต่ำสุดในระยะปลูก 4x4 เมตร (11.5 กก./ไร่) ส่วนผลของระยะปลูกต่อดัชนีพื้นที่ผิวใบปอสา มวลชีวภาพ ของวัชพืช และปริมาณความชื้นในดิน พบว่า ระยะปลูกไม่มีผลทำให้ค่าดังกล่าวแตกต่างกัน ในทางสถิติ แต่ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความแตกต่างทางสถิติคือฤดูกาล ซึ่งจะมีค่าสูง ในช่วงฤดูน้ำหลาก และต่ำในช่วงฤดูแล้งฝน การสูญเสียน้ำในดินจากสวนปอสาเฉลี่ย 9.4 มิลลิเมตร/เดือน โดยมีค่าสูงสุดในระยะปลูก 1x1 เมตร (11.3 มม./เดือน) และต่ำสุดในระยะ 2x4 เมตร (7.0 มม./เดือน) แต่ค่าดังกล่าวไม่ผันแปรตามระยะปลูก ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าระยะปลูกที่เหมาะสมในการปลูกปอสาทั้งในเชิงพาณิชย์และการอนุรักษ์ ดินน้ำในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยคือระยะปลูก 1x1 เมตร

บรรณานุกรม :
มณฑาทิพย์ โสมมีชัย . (2544). ผลของระยะปลูกต่อความชื้นในดินและการเจริญเติบโตของปอสา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณฑาทิพย์ โสมมีชัย . 2544. "ผลของระยะปลูกต่อความชื้นในดินและการเจริญเติบโตของปอสา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณฑาทิพย์ โสมมีชัย . "ผลของระยะปลูกต่อความชื้นในดินและการเจริญเติบโตของปอสา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
มณฑาทิพย์ โสมมีชัย . ผลของระยะปลูกต่อความชื้นในดินและการเจริญเติบโตของปอสา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.