ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาอาหารเม็ดชนิดแขวนลอยสำหรับลูกกุ้งก้ามกราม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาอาหารเม็ดชนิดแขวนลอยสำหรับลูกกุ้งก้ามกราม
นักวิจัย : บัณฑิตย์ เต็งเจริญกุล
คำค้น : Development , Feed , Larvae , Prawn , การพัฒนา , กุ้ง , วัยอ่อน , อาหาร
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG4680106 , http://research.trf.or.th/node/385
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โดยทั่วไปไรน้ำเค็มหรืออาร์ทีเมียใช้เป็นอาหารสำหรับลูกกุ้งก้ามกรามวัยอ่อน ถึงแม้ไรน้ำเค็มที่นำเข้ามีราคาค่อนข้างสูง เกษตรกรยังจำเป็นต้องใช้เลี้ยงลูกกุ้ง และเพื่อที่จะลดการนำเข้าของไรน้ำเค็ม อาหารแกรนูลเตรียมโดยขบวนการแบบเปียกจึงได้ถูกพัฒนาขึ้น วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้เพื่อศึกษาผลการนำอาหารเม็ดแกรนูลที่พัฒนาขึ้นและประเมินว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมไปใช้แทนไรน้ำเค็มในการเลี้ยงลูกกุ้ง จากการประเมินคุณสมบัติอาหารแกรนูลพบว่า ขนาดเฉลี่ย และความชื้นของอาหารมีค่า 425-550 ไมครอน และ 3.87-5.3% ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสารยึดเกาะพบว่ากัวกัมให้แกรนูลที่มีความหนาแน่นสูงสุด เอธิลเซลลูโลสให้แกรนูลที่มีความคงตัวและลอยตัวในน้ำดีที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) รำซึ่งมีความหนาแน่นต่ำสามารถใช้เป็นสารช่วยลอยได้ การใช้เอธิลเซลลูโลสเป็นสารเคลือบ พบว่าช่วยเพิ่มคุณสมบัติการลอยตัวของแกรนูล และจากการนำอาหารเม็ดแกรนูลซึ่งใช้เอธิลเซลลูโลสเป็นสารยึดเกาะและสารเคลือบมาทดลองเลี้ยงลูกกุ้งแทนไรน้ำเค็มพบว่า ลูกกุ้งที่เลี้ยงด้วยอาหารแกรนูลมีอัตรารอดต่ำกว่าและการเจริญเติบโตช้ากว่าการเลี้ยงด้วยไรน้ำเค็มอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) การวิจัยนี้สามารถสรุปได้ว่าอาหารแกรนูลสามารถเตรียมขึ้นโดยขบวนการแบบเปียก การใช้อาหารแกรนูลแทนไรน้ำเค็มในการเลี้ยงลูกกุ้งก้ามกรามอาจยังไม่ค่อยเหมาะสม สำหรับการศึกษาในโอกาสต่อไปผู้วิจัยควรศึกษาพัฒนาคุณสมบัตือาหารแกรนูลให้ดียิ่ง รวมทั้งนำอาหารแกรนูลที่เตรียมขึ้นไปทดลองเลี้ยงกับลูกกุ้ง Artemia is commonly used in larvi-culture of the giant freshwater prawn, Macrobrachium rosenbergii. Though the imported artemia is quite expensive, most of the farmers have used it in larval prawn-feeding regimen. In order to reduce the imported artemia, feed granules of the prawn were developed by using wet granulation method. The purpose of this study was to investigate the potential of using the developed granules in replacing of artemia. Five kinds of granule binders (ethylcellulose, methylcellulose, hydroxypropylmethylcellulose, guar gum and maltodextrin) were experimented and compared in terms of physical properties. From the results, the mean granule size and moisture content of the granules were 425-550 micron and 3.87-5.3%, respectively. As a binder, guar gum showed the highest density whereas ethylcellulose had the highest hydro-stability and the greatest floatability (p<0.05). In addition, rice bran as floating agent could decreased density and increased floatability of granule. Ethylcellulose as a coating agent also increased floatability. Moreover, the most suitable granules prepared by using ethylcellulose as binder and coating agent were replaced the artemia in the larval prawn feed. From the result, the prawn larvae fed on the granules demonstrated significantly lower growth and survivals than did the artemia (p<0.05). From this study, it could be concluded that the prawn feed granules could be produced by wet granulation method. The developed granules may not be used in replacing of the artemia. For further study, developing granule properties should be studied, and potential of using the developed granules in addition to larval prawn feed regimen should be explored.

บรรณานุกรม :
บัณฑิตย์ เต็งเจริญกุล . (2553). การพัฒนาอาหารเม็ดชนิดแขวนลอยสำหรับลูกกุ้งก้ามกราม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
บัณฑิตย์ เต็งเจริญกุล . 2553. "การพัฒนาอาหารเม็ดชนิดแขวนลอยสำหรับลูกกุ้งก้ามกราม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
บัณฑิตย์ เต็งเจริญกุล . "การพัฒนาอาหารเม็ดชนิดแขวนลอยสำหรับลูกกุ้งก้ามกราม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
บัณฑิตย์ เต็งเจริญกุล . การพัฒนาอาหารเม็ดชนิดแขวนลอยสำหรับลูกกุ้งก้ามกราม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.