ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ของโคและสุกรภายหลังการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันต่อฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ของโคและสุกรภายหลังการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันต่อฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรน
นักวิจัย : ศุภมิตร เมฆฉาย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4716
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้ เพื่อศึกษาผลของการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่อฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรน (Testosterone) ซึ่งเชื่อมกับ โปรตีนฮิวแมน ซีรัม อัลบูมิน (Human serum albumin, HSA) ที่ตำแหน่งคาร์บอน 17 (T-17-HSA) ต่อการทำงานของรังไข่โค ที่มีการทำงานผิดปกติ และสมรรถภาพการสืบพันธุ์ของสุกร โคนม พันธุ์ลูกผสมโฮลสไตน์-ฟรีเชียน (Holstein-Friesian) ที่มี ระยะท้องว่างเป็นเวลานาน จำนวน 10 ตัวถูกกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่อ T-17-HSA ที่มี Saponin เป็นสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดย ฉีดแอนติเจนให้โคแต่ละตัว 5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันทุกๆ 2 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับโคกลุ่มควบคุมจำนวน 10 ตัว ที่ถูก กระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อ HSA. พบว่าระดับแอนติบอดีต่อฮอร์โมน เทสทอสเตอร์โรน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) โดยมีพื้นที่ใต้กราฟของระดับแอนติบอดีในกลุ่มที่กระตุ้นภูมิ คุ้มกันสูงกว่ากลุ่มควบคุม (1,262(+,-)112.02 และ 592.69 (+,-)13.77 % Binding x day) (p<0.01). แต่ระดับ แอนติบอดีที่เพิ่มขึ้น ไม่มีผลต่อระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน และเทสทอสเตอร์โรนในพลาสมา ส่วนผลต่อสมรรถภาพการสืบพันธุ์ของสุกร พบว่าสุกรสาว พันธุ์ลูกผสมลาร์จไวท์xแลน-เรซ จำนวน 20 ตัว ถูกกระตุ้นภูมิ คุ้มกันต่อ T-17-HSA (10 ตัว) หรือ HSA (10 ตัว) โดยกระตุ้น ภูมิคุ้มกันครั้งแรกเมื่ออายุ 139.40(+,-)1.48 วัน และกระตุ้นซ้ำ 2 ครั้ง ที่ 2 และ 4 สัปดาห์ ถัดมา ระดับแอนติบอดีต่อฮอร์โมน เทสทอสเตอร์โรนของสุกรที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันสูงกว่ากลุ่มควบคุม (p<0.01) โดยมีพื้นที่ใต้กราฟของแอนติบอดีคือ 2,874(+,-)211.85 และ 955.42(+,-)29.63 % Binding x day (p<0.01) สำหรับ กลุ่มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และกลุ่มควบคุมตามลำดับ ส่วนระดับฮอร์โมน โปรเจสเตอร์โรนในกลุ่มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (1.53(+,-)0.23 และ 1.98(+,-)0.23 นนก./มล.) (p<0.05) และมีความสัมพันธ์ทางลบกับระดับแอนติบอดี (r=0.59, p<0.01) ทำนองเดียวกับพื้นที่ใต้กราฟของฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนในกลุ่ม กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (65.72(+,-)12.15 และ 263.29(+,-)29.19 นนก./มล. x วัน)(p<0.01) และมีความ สัมพันธ์ทางลบกับพื้นที่ใต้กราฟของแอนติบอดีต่อเทสทอสเตอร์โรน (r=0.73, p<0.01) ส่วนระดับฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรนแตก ต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญระหว่างกลุ่มทดลองทั้ง 2 แต่พื้นที่ใต้ กราฟของฮอร์โมนเทสเตอร์โรนในกลุ่มที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน สูงกว่า กลุ่มควบคุม (18,641.0(+,-)5,626.30 และ 7,861.0(+,-)1,416.01 พคก./มล. x วัน)(p<0.05) โดยมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพื้นที่ ใต้กราฟของแอนติบอดี ต่อเทสทอสเตอร์โรน (r=0.45, p<0.05). การกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อ T-17-HSA ในสุกรสาว มีผลกดการทำงาน ของรังไข่ ทำให้อายุที่รังไข่เริ่มทำงานครั้งแรก และอายุเมื่อแสดง อาการเป็นสัดครั้งแรก มากกว่ากลุ่มควบคุมเฉลี่ย 24 และ 29 วัน ตามลำดับ โดยมีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับแอนติบอดี (r=0.48 (p<0.05)

r=0.60 (p<0.01) ตามลำดับ) แต่การกระตุ้นภูมิ คุ้มกันต่อ T-17-HSA ไม่มีผลต่ออัตราการตกไข่ และโครงสร้าง ของรังไข่ (น้ำหนักรังไข่ น้ำหนัก และขนาดของคอร์ปัสลูเตียม และจำนวนกระเปาะไข่ขนาดต่างๆ) และทำให้เกิดซีสติก ฟอลลิเคิล ในสุกร 2 ตัว และผลในแม่สุกร ที่ให้ลูกมาแล้ว พันธุ์ลูกผสมลาร์จไวท์ x แลนเรซ จำนวน 20 ตัว ซึ่งถูกกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วย T-17-HSA (10 ตัว) หรือ HSA (10 ตัว) ก่อนคลอดลูก 4, 2 สัปดาห์ และหลังคลอด ลูก 1 สัปดาห์ พบว่าระดับแอนติบอดีเพิ่มขึ้นสูงกว่ากลุ่มควบคุม (p<0.05) โดยมีพื้นที่ใต้กราฟมากกว่ากลุ่มควบคุม (834.39(+,-)82.34 และ 409.01(+,-)6.25 % Binding x day)(p<0.01) แต่ไม่มีผล ต่อจำนวนแม่สุกรที่แสดงอาการเป็นสัดหลังหย่านมภายใน 1 สัปดาห์ จำนวนแม่สุกรที่ผสมติดและจำนวนลูกต่อครอก ส่วนระดับฮอร์โมน โปรเจสเตอร์โรน และพื้นที่ใต้กราฟของฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน ในอุจจาระของแม่สุกร ที่ระยะหลังคลอดลูกถึงหย่านม และหลังผสม พันธุ์ 1 เดือน ไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มทดลอง เช่นเดียวกับ ระดับฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรน และพื้นที่ใต้กราฟของฮอร์โมน เทสทอสเตอร์โรนในอุจจาะของแม่สุกร ที่ระยะหลังคลอดลูกถึง หย่านม และหลังผสมพันธุ์ 1 เดือน ก็ไม่มีความแตกต่างเช่นกัน แต่พื้นที่ใต้กราฟของระดับฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรนในอุจจาระ มีความสัมพันธ์ทางลบกับพื้นที่ใต้กราฟของแอนติบอดีต่อเทสทอส เตอร์โรน (r=-0.49, p<0.05), การทดลองนี้ชี้ให้เห็นว่า แอนติบอดีที่เกิดจากการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อ T-17-HSA ที่มีระดับ ต่ำไม่สามารถกระตุ้นรังไข่โคที่มีการทำงานผิดปกติ ให้กลับมา ทำงานได้ตามปกติ ส่วนในสุกรการกระตุ้นภูมิคุ้มกันไม่สามารถ เพิ่มประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ได้ แต่กลับทำให้อายุเมื่อถึงวัย เจริญพันธุ์ยาวออกไป

บรรณานุกรม :
ศุภมิตร เมฆฉาย . (2539). ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ของโคและสุกรภายหลังการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันต่อฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศุภมิตร เมฆฉาย . 2539. "ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ของโคและสุกรภายหลังการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันต่อฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศุภมิตร เมฆฉาย . "ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ของโคและสุกรภายหลังการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันต่อฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ศุภมิตร เมฆฉาย . ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ของโคและสุกรภายหลังการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันต่อฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.