ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาสมรรถภาพด้านการประเมินสำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา: การเปรียบเทียบผลการฝึกอบรมระหว่างการฝึกอบรมครูแบบดั้งเดิมและแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาสมรรถภาพด้านการประเมินสำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา: การเปรียบเทียบผลการฝึกอบรมระหว่างการฝึกอบรมครูแบบดั้งเดิมและแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน
นักวิจัย : ศศิธร เขียวกอ
คำค้น : EVALUATION COMPETENCY , SCHOOL-BASED TRAINING , TRADITIONAL TRAINING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001013
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อเปรียบเทียบผลการฝึกอบรมครู3 รูปแบบ คือ แบบดั้งเดิม แบบใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ใช้ครูในโรงเรียนทำหน้าที่เป็นผู้ให้การฝึกอบรม และแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ใช้ผู้ประเมินมืออาชีพทำหน้าที่เป็นผู้ให้การฝึกอบรม และ (2) เพื่อศึกษาผลการฝึกอบรมครูแบบดั้งเดิม แบบใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ใช้ครูในโรงเรียนทำหน้าที่เป็นผู้ให้การฝึกอบรม และแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ใช้ผู้ประเมินมืออาชีพทำหน้าที่เป็นผู้ให้การฝึกอบรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ข้าราชการครูสังกัดโรงเรียนอนุบาลสามเสน โรงเรียนพญาไท และโรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก จำนวน 45 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 2 กลุ่ม ๆ ละ 15 คน และกลุ่มควบคุม 15 คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงปริมาณประกอบด้วยแบบวัดสมรรถภาพด้านการประเมินจำนวน 1 ชุด และแบบสอบถามจำนวน 2 ชุด และเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ 3 ฉบับ คือ แบบให้คะแนนผลงาน แบบบันทึกผลการปฏิบัติงาน และแบบสัมภาษณ์ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผลการวิเคราะห์ค่าความเที่ยงของแบบสอบถาม 2 ชุดมีค่าพิสัยเท่ากับ .804และ .821 สำหรับผลการวิเคราะห์ค่าความเที่ยงของแบบสอบทั้งฉบับมีค่าเท่ากับ 0.507มีค่าความยากระหว่าง 0.2 - 0.8 และค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.2 ขึ้นไป การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัยโดยการตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันพบว่ามีค่า ไค-สแควร์ = 53.81 df = 45 p = 0.172 RMR = 0.132 GFI = 0.809 และAGFI = 0.720 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ด้วยสถิติบรรยาย และการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วมพหุนามด้วยโปรแกรม SPSS 11.5 for windows ผลการวิจัยสรุปได้ว่า (1) ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของตัวแปรผลการฝึกอบรมหลังการฝึกอบรมระหว่างรูปแบบการฝึกอบรม 3 รูปแบบโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วมพหุนามพบว่า ตัวแปรสมรรถภาพด้านการประเมินแตกต่างอย่างมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่ พบว่า รูปแบบการฝึกอบรมแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ใช้ครูในโรงเรียนทำหน้าที่เป็นผู้ให้การฝึกอบรมมีค่าเฉลี่ยสูงกว่ารูปแบบการฝึกอบรมรูปแบบอื่น(2) รูปแบบการฝึกอบรมแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ใช้ผู้ประเมินมืออาชีพทำหน้าที่เป็นผู้ให้การฝึกอบรมทำให้ครูผลิตผลงานมีปริมาณและคุณภาพสูงสุด และผลการวิจัย พบว่า หลังการฝึกอบรมครูที่เข้ารับการฝึกอบรมทั้ง 3 รูปแบบมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานด้านการประเมินและการมีการยอมรับความสามารถด้านการประเมินสูงขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าครูที่เข้ารับการฝึกอบรมแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานทั้ง 2 รูปแบบคิดว่าตนเองได้รับประโยชน์จากการฝึกอบรมด้านการสร้างแบบประเมินที่มีความหลากหลายและการวางแผนการประเมิน รูปแบบการฝึกอบรมแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานมีข้อดีคือ มีการปฏิบัติจริง และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

บรรณานุกรม :
ศศิธร เขียวกอ . (2548). การพัฒนาสมรรถภาพด้านการประเมินสำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา: การเปรียบเทียบผลการฝึกอบรมระหว่างการฝึกอบรมครูแบบดั้งเดิมและแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศศิธร เขียวกอ . 2548. "การพัฒนาสมรรถภาพด้านการประเมินสำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา: การเปรียบเทียบผลการฝึกอบรมระหว่างการฝึกอบรมครูแบบดั้งเดิมและแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศศิธร เขียวกอ . "การพัฒนาสมรรถภาพด้านการประเมินสำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา: การเปรียบเทียบผลการฝึกอบรมระหว่างการฝึกอบรมครูแบบดั้งเดิมและแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print.
ศศิธร เขียวกอ . การพัฒนาสมรรถภาพด้านการประเมินสำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา: การเปรียบเทียบผลการฝึกอบรมระหว่างการฝึกอบรมครูแบบดั้งเดิมและแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.