ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบวินัยในการผ่อนชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยระหว่างลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติกับโครงการเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบวินัยในการผ่อนชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยระหว่างลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติกับโครงการเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : ธัญญพงศ์ พลชำนิ
คำค้น : HOUSING LOAN , THE GOVERNMENT HOUSING BANK , THE NATION HOUSING AUTHORITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547001160
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ธนาคารอาคารสงเคราะห์มีเป้าหมายหลักในการให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ดังนั้นจึงมีการติดตามผลการให้สินเชื่อว่ามีการค้างชำระมากน้อยเพียงใด จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่ารายงานหนี้ค้างชำระลูกค้าสินเชื่อประจำเดือน พบว่าลูกค้าธนาคารสงเคราะห์ที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติมีหนี้ค้างชำระน้อยกว่าลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ซื้อบ้านของเอกชน วิทยานิพนธ์นี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบวินัยในการผ่อนชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัย ระหว่างลูกค้าการเคหะแห่งชาติกับลูกค้าโครงการจัดสรรของเอกชน และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการมีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ของลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผู้วิจัยได้เลือกโครงการจัดสรรของการเคหะแห่งชาติที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ให้การสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีทำเลที่ตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งประเภทโครงการเป็นประเภททาวน์เฮาส์บ้านเดี่ยว อาคารชุด ระดับราคาปานกลางและอาคารชุดระดับราคาประหยัด และเลือกโครงการของเอกชนที่ควบคุมตัวแปรในเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการและราคาขายใกล้เคียงกับโครงการของการเคหะแห่งชาติมาเป็นตัวแทนในการศึกษาเปรียบเทียบ แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มคือ (1) โครงการประเภททาวน์เฮ้าส์ศึกษาโครงการบ้านนนทบุรี 4 กับโครงการสรานนท์ปากเกร็ด (2) โครงการประเภทบ้านเดี่ยว ศึกษาโครงการสุวินทวงศ์ กับโครงการซื่อตรงสุวินทวงศ์ (3) โครงการอาคารชุดราคาประหยัด ศึกษาโครงการเคหะชุมชนออเงินระยะ 1,2,3,4 กับโครงการวัชระคอนโดวิลล์ (4) โครงการอาคารชุดราคาปานกลางศึกษาโครงการเคหะชุมชนธนบุรี 2 ระยะ 1 และเคหะชุมชนธนบุรี 2 ระยะ 2 กับโครงการรุ้งเพชรคอนโดมิเนียม มีประชากรทั้งหมด 2,791 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างได้ 291 ตัวอย่าง และทำการสุ่มตัวอย่างแบบอิงทฤษฎีความน่าจะเป็น หลังจากนั้นเก็บข้อมูลโดยการแจกแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างได้กลุ่มตัวอย่างที่ซื้อและเข้าอยู่อาศัยเพียง 182 ตัวอย่าง ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ซื้อแล้วไม่อยู่อาศัยจำนวน 109 ตัวอย่างใช้ข้อมูลทุติยภูมิของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่รวบรวมไว้มาวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลโดยวิธีการทางสถิติหาค่าเฉลี่ย และร้อยละ ผลการศึกษา พบว่า ลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติมีวินัยในการผ่อนชำระมากกว่าลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ซื้อโครงการของเอกชน เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการไม่มีวินัย คือ การซื้อบ้านไว้เก็งกำไร ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการมีวินัยที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 มี 9 ปัจจัย โดยปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุด 3 ลำดับแรกคือ1. การมีการเก็บออม 2. การมีอาชีพที่มีความมั่นคง เช่น รับราชการ และ 3. วิธีการผ่อนชำระโดยการหักเงินเดือน ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งนี้ คือ การพิจารณาสินเชื่อต้องมีมาตรการที่รัดกุม เพื่อป้องกันการเก็งกำไรและควรมีนโยบายส่งเสริมการออม

บรรณานุกรม :
ธัญญพงศ์ พลชำนิ . (2547). การเปรียบเทียบวินัยในการผ่อนชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยระหว่างลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติกับโครงการเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธัญญพงศ์ พลชำนิ . 2547. "การเปรียบเทียบวินัยในการผ่อนชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยระหว่างลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติกับโครงการเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธัญญพงศ์ พลชำนิ . "การเปรียบเทียบวินัยในการผ่อนชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยระหว่างลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติกับโครงการเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
ธัญญพงศ์ พลชำนิ . การเปรียบเทียบวินัยในการผ่อนชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยระหว่างลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติกับโครงการเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.