ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้
นักวิจัย : รุ่งวิมล ปินตาสะอาด
คำค้น : TONES , SOUTHWESTERN TAI , COMPARATIVE TAI , SUBGROUPING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000396
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบรูปแบบการแยกและการรวมเสียงของวรรณยุกต์แถว B และ C ในภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม P และกลุ่ม PHและนำเกณฑ์พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C มาแบ่งกลุ่มย่อยภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้รวมทั้งประมวลและสังเคราะห์การสืบสร้างคำไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้ดั้งเดิมที่มีวรรณยุกต์*B และ *C เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับการสะกดของคำไทยกรุงเทพที่มีเสียงวรรณยุกต์โทในพจนานุกรมราชบัณฑิตสถานภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้ที่นำใช้เป็นข้อมูลจำนวนทั้งสิ้น15 ภาษา ประกอบด้วย ภาษากลุ่ม P จำนวน 8 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทดำ ภาษาไทยขาว ภาษาไทเมืองเติ๊กภาษาไทแดง ภาษาไทลื้อ ภาษาไทยวน ภาษาไทพ่าเก และภาษาไทเหนือ ภาษากลุ่ม PH จำนวน 7 ภาษาได้แก่ ภาษาไทยกรุงเทพ ภาษาลาว ภาษาไทยถิ่นใต้ ภาษาตากใบ ภาษาผู้ไท ภาษาพวน และภาษาญ้อ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ารูปแบบพัฒนาการของเสียงวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม P มีลักษณะเด่น คือ มีรูปแบบพัฒนาการวรรณยุกต์เพียงรูปแบบเดียวได้แก่ *B > B123-4 และ *C > C123-4 ในขณะที่กลุ่ม PH มีรูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อนมากกว่า กล่าวคือ พัฒนาการวรรณยุกต์ *B มีพัฒนาการถึง 3 รูปแบบ โดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ *B > B123-4 เช่นเดียวกับพัฒนาการวรรณยุกต์ *C ที่มีพัฒนาการวรรณยุกต์ 3 รูปแบบโดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ *C > C123-4 ส่วนการวิเคราะห์พัฒนาการของวรรณยุกต์ *Bร่วมกับ *C พบพัฒนาการถึง 5 รูปแบบ โดยรูปแบบที่พบมากที่สุด คือ *B > B123-4 *C > C123-4และ B4 (+,น) C123 นอกจากนี้ยังพบว่า มีภาษา 3 ภาษาที่มีรูปแบบเฉพาะเนื่องจากมีพัฒนาการไม่เหมือนภาษาอื่นในกลุ่ม ได้แก่ ภาษาลาวที่มีรูปแบบพัฒนาการ คือ *B > B1234*C > C1-234 B4 (+,น) C123 ภาษาญ้อที่มีรูปแบบพัฒนาการ คือ *B > B123-4 *C > C1-234B4 = C234 และ B123 = C1 และภาษาถิ่นใต้ที่มีรูปแบบพัฒนาการ คือ *B > B1-23-4 *C > C1-23-4และ B4 (+,น) C123 นอกจากนี้ภาษาไทยกรุงเทพซึ่งเป็นภาษากลุ่ม PH มีรูปแบบพัฒนาการ *B > B123-4*C > C123-4 และ B4 = C123 ซึ่งเหมือนกับรูปแบบพัฒนาการวรรณยุกต์ของภาษาไทแดงซึ่งเป็นภาษากลุ่ม P เมื่อพิจารณาจากรูปแบบพัฒนาการวรรณยุกต์ *B และ *C ของภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม P และกลุ่ม PH พบว่าเกณฑ์พัฒนาการวรรณยุกต์ *B และ *C ไม่สามารถนำมาแบ่งกลุ่มย่อยภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม P ได้ แต่ใช้เกณฑ์พัฒนาการวรรณยุกต์ *B ร่วมกับ *C แบ่งกลุ่มย่อยภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม PH จะแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยภาษาไทยกรุงเทพ ภาษาผู้ไท ภาษาพวน ภาษาตากใบ กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย ภาษาลาวและภาษาญ้อและกลุ่มที่ 3 ประกอบด้วย ภาษาไทยถิ่นใต้ จากการนำคำภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้ดั้งเดิมที่มีวรรณยุกต์ *B (>B4) และ*C (>C1) มาเปรียบเทียบกับคำไทยกรุงเทพที่สะกดด้วยเสียงวรรณยุกต์โท โดยอาศัยความรู้ที่ได้จากการสืบสร้างภาษาไทยสาขาตะวันตกเฉียงใต้ดั้งเดิมที่มีวรรณยุกต์แถว B และ C พบว่ามีคำไทยกรุงเทพ จำนวน 28 คำ ที่มีตัวสะกดไม่ถูกต้องและสอดคล้องกับพัฒนาการของเสียงวรรณยุกต์

บรรณานุกรม :
รุ่งวิมล ปินตาสะอาด . (2547). พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รุ่งวิมล ปินตาสะอาด . 2547. "พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รุ่งวิมล ปินตาสะอาด . "พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
รุ่งวิมล ปินตาสะอาด . พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.