ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บรรยากาศองค์การ เจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาลกับวิธีการเผชิญปัญหาในงานของพยาบาลจบใหม่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บรรยากาศองค์การ เจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาลกับวิธีการเผชิญปัญหาในงานของพยาบาลจบใหม่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ
นักวิจัย : วิมล คะชา
คำค้น : ORGANIZATIONAL CLIMATE , ATTITUDE TOWARD NURSING PROFESSION , COPINGSTRATEGIES AT WORK , NEW GRADUATED NURSES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001694
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิธีการเผชิญปัญหาในงานของพยาบาลจบใหม่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บรรยากาศองค์การ เจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาลกับวิธีการเผชิญปัญหาในงาน และศึกษาตัวแปรที่สามารถพยากรณ์วิธีการเผชิญปัญหาในงานของพยาบาลจบใหม่ กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลจบใหม่ จำนวน 280 คน ได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ ในประเทศไทยจำนวน 6 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามบรรยากาศองค์าร เจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาล และวิธีการเผชิญปัญหาในงาน ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา และมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .92 .79 และ .84 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1. วิธีการเผชิญปัญหาในงาน แบบมุ่งจัดการกับอารมณ์และแบบมุ่งแก้ปัญหา และบรรยากาศองค์การของพยาบาลจบใหม่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ อยู่ในระดับปานกลาง((X) = 3.10, 3.49 และ 3.34 ตามลำดับ) ส่วนเจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาล อยู่ในระดับสูง((X) = 3.59) 2. วิธีการเผชิญปัญหาในงานของพยาบาลจบใหม่นอกจากใช้วิธีการจัดการกับอารมณ์และการแก้ปัญหาแล้วยังนำแนวทางพุทธศาสนามาใช้ในการเผชิญปัญหาในงานอีกด้วย 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา บรรยากาศองค์การ ด้านความรับผิดชอบ และเจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาล ด้านการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์ทางลบกับวิธีการเผชิญปัญหาในงานแบบมุ่งจัดการกับอารมณ์ของพยาบาลจบใหม่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05(r = -.125, -.200 และ -.122 ตามลำดับ) ส่วนบรรยากาศองค์การด้านมาตรฐาน มีความสัมพันธ์ทางบวกกับวิธีการเผชิญปัญหาในงาน แบบมุ่งจัดการกับอารมณ์ของพยาบาลจบใหม่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = .262) 4. แผนกการพยาบาลฉุกเฉินและอุบัติเหตุ บรรยากาศองค์การ ด้านความรับผิดชอบและเจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาล มีความสัมพันธ์ทางบวกกับวิธีการเผชิญปัญหาในงาน แบบมุ่งแก้ปัญหาของพยาบาลจบใหม่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .199, .246 และ.226 ตามลำดับ) 5. ตัวแปรที่สามารถร่วมกันพยากรณ์วิธีการเผชิญปัญหาในงาน แบบมุ่งจัดการกับอารมณ์และแบบมุ่งแก้ปัญหาของพยาบาลจบใหม่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้ร้อยละ 10และ 15.2 ดังสมการในรูปคะแนนมาตรฐานต่อไปนี้ Z(+,ข)(,มุ่งจัดการกับอารมณ์) = .245Z(,ความรับผิดชอบ) -.199Z(,มาตรฐาน) Z(+,ข)(,มุ่งแก้ปัญหา) = .261Z(,ความรับผิดชอบ) +.177Z(,เจตคติฯ ลักษณะวิชาชีพ) +.144Z(,เจตคติฯ ความสัมพันธ์ +.119Z(,แผนกฉุกเฉิน)

บรรณานุกรม :
วิมล คะชา . (2546). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บรรยากาศองค์การ เจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาลกับวิธีการเผชิญปัญหาในงานของพยาบาลจบใหม่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิมล คะชา . 2546. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บรรยากาศองค์การ เจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาลกับวิธีการเผชิญปัญหาในงานของพยาบาลจบใหม่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิมล คะชา . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บรรยากาศองค์การ เจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาลกับวิธีการเผชิญปัญหาในงานของพยาบาลจบใหม่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
วิมล คะชา . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บรรยากาศองค์การ เจตคติต่อวิชาชีพการพยาบาลกับวิธีการเผชิญปัญหาในงานของพยาบาลจบใหม่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.